ชี้แจงข่าวหรือข้อมูล                      


เรื่อง                       : ชี้แจงข่าวหรือข้อมูล
รายละเอียด (แก้ไข)                       :
อ้างถึง หนังสือที่ บจ. 585/2555 ลงวันที่ 6 ธันวาคม 2555

ตามที่ ท่านได้สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับงบการเงินไตรมาสที่ 3 ปี 2555 สิ้นสุดวันที่ 30
กันยายน 2555
และ บริษัทฯ ได้ชี้แจงข้อมูลดังกล่าวให้แก่ท่านได้ทราบผ่านระบบสารสนเทศของตลาดหลักทรัพย์แล้วเมื่อวันที่
21 ธันวาคม 2555 ตามอ้างถึง บริษัทฯใคร่ขอชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมตามตัวอักษรสีน้ำเงิน ดังนี้
       
การปรับเปลี่ยนการดำเนินธุรกิจหลักและทำสัญญาร่วมบริหารกิจการค้าปลีกโทรศัพท์เคลื่อนที่
ตามที่ผู้สอบบัญชีได้ให้ข้อสังเกตไว้ในรายงานการสอบทานงบการเงินและหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 1 ข้อ 4
และคำชี้แจงในงบการเงินไตรมาสที่ 2 ปี 2555 ตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ สอบถาม ระบุว่า เมื่อวันที่ 10
พฤษภาคม 2555 บริษัททำสัญญาเข้าร่วมบริหารกิจการค้าปลีกโทรศัพท์เคลื่อนที่และอุปกรณ์กับบริษัท
คอมพิวเตอร์ซีสเท็ม คอนเน็คชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (CSC)
และจัดทำบันทึกข้อตกลงเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2555 โดยมีเงื่อนไขที่สำคัญ สรุปได้ดังนี้

       ข้อตกลงเมื่อ 10 พ.ค. 2555       ข้อตกลงฉบับเพิ่มเติม 20 ส.ค. 2555
ระยะเวลา       4 เดือน (1 พ.ค. - 31 ส.ค. 55)       ตั้งแต่วันที่ 20 ส.ค. 55 เป็นต้นไป
หน้าที่และสิทธิ
ประโยชน์
ของ CSC       -       รับโอนพนักงานจาก BLISS 170 คน
-       รับซื้อสินค้าคงคลังของ BLISS ที่มีอยู่ทั้งหมด
-       เป็นผู้จัดหาสินค้ามาจำหน่ายในร้าน BLISS แต่เพียงผู้เดียวโดยทำในลักษณะรับฝากขาย
-       รับภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าเช่า ค่าบริการ ค่าสาธารณูปโภค ค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต
และค่าใช้จ่ายในการขายทั้งหมดที่ BLISS ต้องชำระตามสัญญา
-       ได้รับเงินรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย
ดังกล่าวข้างต้นทั้งหมด       -       CSC ตกลงซื้อทรัพย์สินที่สาขาของ BLISS ทั้งหมด เป็นเงิน 3 ล้านบาท
-       CSC สามารถขายสินค้าของตนในร้านสาขาที่ BLISSยกเลิกได้ตั้งแต่19 ก.ค. 55
-       เข้าเป็นคู่สัญญาเช่าพื้นที่ร้านสาขาทั้งหมดแทน BLISS
-       ยินยอมให้ BLISS นำเงินประกันความเสียหายทรัพย์สิน 4
ล้านไปหักกับค่าใช้จ่ายสาขากรณีที่มีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นมากกว่ารายรับ


       -       วางเงินประกันความเสียหายในสินทรัพย์ที่อยู่ในร้านสาขา 7 ล้านบาท
       
หน้าที่และ
สิทธิประโยชน์
ของ BLISS       -       ตกลงจะให้ใช้บัญชีเงินฝากธนาคารของ BLISS 9 บัญชีในการร่วมบริหารกิจการค้าปลีก
-       สามารถลดภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ        -       ตั้งแต่สิงหาคม 2555 BLISS
ยกเลิกสัญญาเช่าพื้นที่สาขาทั้งหมดเพื่อขอรับเงินประกันคืนจากเจ้าของพื้นที่ (ณ 31 ตุลาคม 2555 BLISS
ยกเลิกสัญญาเช่าพื้นที่สาขาทั้งหมดแล้ว)
-       ให้สิทธิแก่ BLISS เป็นผู้จัดการหาสินค้าโทรศัพท์เคลื่อนที่ และอุปกรณ์
และ/หรือสินค้าอื่นตามที่ทั้งสองฝ่ายเห็นว่าเหมาะสม มาจำหน่ายแก่ CSC
ทั้งในรูปแบบการขายส่งและ/หรือฝากขาย

       ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2555 มีมติอนุมัติให้ BLISS
ยุติบทบาทการเป็นผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกโทรศัพท์เคลื่อนที่ ปรับเปลี่ยนเป็น
การดำเนินธุรกิจการขายส่งโทรศัพท์เคลื่อนที่ อุปกรณ์เสริม อุปกรณ์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิคส์ คอมพิวเตอร์
รวมทั้งอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคม ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินงานได้ต้นปี 2556
       ตลาดหลักทรัพยฯ ขอให้บริษัทชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติม ดังนี้
1.1       คำถาม SET : อธิบายภาพรวมการประกอบธุรกิจขายส่งโทรศัพท์เคลื่อนที่ อุปกรณ์เสริม อุปกรณ์ไฟฟ้า
อิเล็กทรอนิคส์ คอมพิวเตอร์ รวมทั้งอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคม เช่น ประเภทสินค้า การจัดหาสินค้า
ช่องทางการจัดจำหน่าย ข้อได้เปรียบและข้อจำกัดในการแข่งขันของบริษัท ปัจจัยความเสี่ยง
ระยะเวลาที่คาดว่าจะมีรายได้เชิงพาณิชย์ อัตราผลตอบแทน เป็นต้น
BLISS ชี้แจง : BLISS จะดำเนินธุรกิจค้าส่งอุปกรณ์ต่างๆ โดยมีรายละเอียดดังนี้
ประเภทสินค้า : อุปกรณ์โทรศัพท์เคลื่อนที่ อุปกรณ์เสริม อุปกรณ์ไฟฟ้า อิเลกทรอนิกส์
คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมรวมทั้ง SOFTWARE และ APPLICATION
ที่เกี่ยวเนื่องกับอุปกรณ์ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศต่างๆ
การจัดหาสินค้า : สั่งจาก SUPPLIER ทั้งในและต่างประเทศ
ช่องทางจัดจำหน่าย : จำหน่ายให้กับ DEALER ต่างๆ ร้านค้าปลีก RETAIL CHAIN STORE รวมทั้งการค้าแบบ
การตลาดระหว่างองค์กรกับองค์กร(B2B) , การตลาดระหว่างองค์กรกับรัฐ (B2G) การประมูลงานโครงการต่างๆ
ข้อได้เปรียบและข้อจำกัดในการแข่งขันของบริษัท :
ข้อได้เปรียบ : มีความสัมพันธ์ที่ดีกับคู่ค้า ทั้ง SUPPLIER และลูกค้าทั้งภาครัฐและเอกชน
ข้อจำกัด : กระแสเงินสดหมุนเวียนในการสั่งสินค้าที่จำกัด
อาจทำให้ต้นทุนสินค้าที่จะซื้อด้วยเงินสดมีข้อจำกัด ส่งผลให้มีต้นทุนในการแข่งขันสูง
ปัจจัยความเสี่ยง : ความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจ
เนื่องจากการขยายตัวทางเศรษกิจจะมีผลโดยตรงต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและธุรกิจ ความเสี่ยงจากการเมือง
ความไม่แน่นอนของนโยบายของภาครัฐ อาจส่งผลต่อการจัดซื้อจัดจ้าง
อันอาจส่งผลกระทบต่อการทำตลาดระหว่างองค์กรกับองค์กร และการตลาดระหว่างองค์กรกับรัฐ
และความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ
ที่ต้องชำระเงินเป็นสกุลเงินต่างประเทศ โดยอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวน อาจส่งผลต่อต้นทุนดำเนินการ
ระยะเวลาที่คาดว่าจะมีรายได้เชิงพาณิชย์ : ไตรมาสที่ 1/2556
อัตราผลตอบแทน : อัตรากำไรขั้นต้นของสินค้าประเภทอุปกรณ์อยู่ที่ 2-5% ไม่รวม REBATE
ซึ่งขึ้นอยู่กับปริมาณการสั่งซื้อสินค้า และนโยบายการส่งเสริมการขาย ส่วน SOFTWARE และ APPLICATION
อยู่ระหว่างการเจรจา
        คำถาม SET : เปรียบเทียบผลกระทบที่เกิดขึ้นกับ BLISS เพิ่มเติมระหว่าง 1)
การดำเนินธุรกิจในลักษณะเดิม 2) การเข้าร่วมบริหารกิจการค้าปลีกโทรศัพท์เคลื่อนที่กับ CSC
ในช่วงเดือนพฤษภาคม ถึงสิงหาคม 2555 และ 3) การดำเนินธุรกิจภายหลังการทำบันทึกข้อตกลงใหม่เมื่อวันที่
20 สิงหาคม 2555 ทั้งในด้าน ลักษณะการประกอบธุรกิจ การรับรู้รายได้และค่าใช้จ่ายของ BLISS
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ จำนวนพนักงาน เป็นต้น
BLISS ชี้แจง
ตารางเปรียบเทียบการดำเนินธุรกิจค้าปลีกโทรศัพท์เคลื่อนที่
รายการ       BLISS ดำเนินธุรกิจในลักษณะเดิม       BLISS ร่วมกับ CSC บริหาร(พ.ค. - ส.ค.
2555)       การดำเนินธุรกิจภายหลังข้อตกลงใหม่เมื่อ วันที่ 20 สิงหาคม 2555
ลักษณะการประกอบธุรกิจ





       ซื้อสินค้าโดยตรงจาก SUPPLIER

BLISS เป็นผู้รับผิดชอบค่าเช่า, ค่าบริการ,ค่าสาธารณูปโภค และค่าใช้จ่ายในการขายและบริการทั้งหมด       CSC
นำสินค้าเข้ามาขายในร้าน BLISS ในรูปแบบของการรับฝากขาย
CSC เป็นผู้รับผิดชอบค่าเช่า, ค่าบริการ, ค่าสาธารณูปโภค
และค่าใช้จ่ายในการขายและบริการทั้งหมด       ตั้งแต่วันที่ 19/07/2555
ได้ปรับเปลี่ยนนโยบายมาเป็นธุรกิจค้าส่งแทน และ
บริษัทฯ ยุติบทบาทการดำเนินธุรกิจค้าปลีก โดยกำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงโครงสร้างธุรกิจไปทำค้าส่ง
การรับรู้รายได้และค่าใช้จ่ายของ BLISS
การรับรู้รายได้

การรับรู้ค่าใช้จ่าย
       

BLISS รับรู้รายได้

BLISS รับผิดชอบค่าใช้จ่ายของสาขาทั้งหมด
       

BLISS รับรู้รายได้ถึงวันที่ 18/07/2555
ตั้งแต่วันที่ 1/05/2555 - 18/07/2555 CSC รับผิดชอบค่าใช้จ่ายสาขาทั้งหมด       
ปัจจุบันบริษัทฯ กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการปรับแผนงานในธุรกิจค้าส่ง
จึงไม่มีการรับรู้รายได้และค่าใช้จ่ายจากการค้าปลีกโทรศัพท์เคลื่อนที่

รายการ       BLISS ดำเนินธุรกิจในลักษณะเดิม       BLISS ร่วมกับ CSC บริหาร(พ.ค. - ส.ค.
2555)       การดำเนินธุรกิจภายหลังข้อตกลงใหม่เมื่อ วันที่ 20 สิงหาคม 2555
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ       ทรัพย์สินสาขาทั้งหมดเป็นของ BLISS       ทรัพย์สินสาขาทั้งหมดเป็นของ BLISS
โดย CSC มีวางเงินประกันความเสียหาย สูญหาย ในทรัพย์สินสาขาจำนวน 3 ล้านบาท       CSC
ตกลงซื้อทรัพย์สินสาขาทั้งหมดของ BLISS เป็นจำนวนเงิน 3 ล้านบาท
จำนวนพนักงาน       188 คน       13 คน       12 คน

1.2       คำถาม SET : อธิบายสาเหตุที่รายได้จากการขายและให้บริการในไตรมาส 3 ปี 2555 มีเพียง 26
ล้านบาทขณะที่บริษัทได้เคยชี้แจง การเข้าร่วมบริหารธุรกิจค้าปลีกกับ CSC มีรายได้เฉลี่ย 60
ล้านบาท/เดือน (รายละเอียดตามข่าว BLISS วันที่ 20 พฤศจิกายน 2555)
BLISS ชี้แจง : สาเหตุที่รายได้ของไตรมาสที่ 3/2555 เหลือ 26 ล้านบาท สืบเนื่องมาจาก BLISS
ตกลงที่จะยกเลิกสัญญาเช่าร้านสาขาที่ทำไว้กับผู้ใช้เช่า เพื่อให้ CSC เข้ามารับภาระค่าเช่าโดยตรงแทน
โดย BLISS ตกลงให้ CSC สามารถขายสินค้าของตนในร้านสาขาที่ BLISS จะยกเลิกได้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 19
กรกฎาคม 2555 จึงส่งผลให้กระบวนการทำงานระหว่างกันลดลง ประสิทธิภาพสูงขึ้น
โดยยังคงจุดมุ่งหมายเดิมไว้คือลดภาระการขาดทุน การบันทึกรายได้จึงมีแค่ 26 ล้านบาท (ตั้งแต่วันที่
1-18/07/2555) สำหรับรายได้ 60 ล้านบาท/เดือนคือช่วงเดือน มิถุนายน 2555
ก่อนมีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขสัญญาร่วมบริหารกิจการค้าปลีกโทรศัพท์เคลื่อนที่และอุปกรณ์

1.3       คำถาม SET : ขอให้อธิบายว่าเหตุใด BLISS จึงไม่คิดมูลค่าสิ่งตอบแทนสำหรับการให้สิทธิ CSC
มาเป็นผู้เช่าสาขาทั้ง 63 แห่ง แทน BLISS ทั้งที่หลายสาขามีอายุสัญญาเช่าคงเหลืออยู่
รวมถึงหลักเกณฑ์ที่บริษัทใช้ในการกำหนดราคาขายทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบกิจการในร้านสาขาทั้งหมด 63
แห่งให้ CSC ที่มูลค่า 3 ล้านบาท สมมติฐานที่ใช้ในการประเมินมูลค่าทรัพย์สิน
พร้อมทั้งเหตุผลและความสมเหตุสมผลที่เลือกใช้เกณฑ์และสมมติฐานดังกล่าว
BLISS ชี้แจง : เนื่องจากบริษัทฯ ต้องการลดการขาดทุนจึงขอคืนพื้นที่เช่าของร้านบลิสเทล ช็อป
เมื่อคืนพื้นที่เช่าดังกล่าวแล้ว ทางบริษัทฯ สามารถขอคืนเงินค้ำประกันต่างๆเป็นจำนวนเงิน 14.67 ล้านบาท
เพื่อนำมาเป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทฯ อีกทางหนึ่ง ตามปกติแล้วหาก BLISS
ยกเลิกพื้นที่เช่าก่อนหมดสัญญากับห้างฯ BLISS จะไม่ได้รับคืนเงินประกันใดๆ
อีกทั้งยังมีค่าใช้จ่ายในการรื้อถอน การขนย้าย
หรือการบูรณะสภาพของสินทรัพย์และเพื่อคืนพื้นที่กลับสู่สภาพเดิม ซึ่งไม่ส่งผลดีต่อ BLISS อย่างยิ่ง
ดังนั้นการยกเลิกพื้นที่เช่า โดยหาผู้ที่มารับภาระต่างๆ แทนย่อมก่อให้เกิดประโยชน์มากกว่า
สำหรับทรัพย์สินที่ขายให้ CSC เป็นเงินจำนวน 3 ล้านบาทนั้น ทาง BLISS ใช้เกณฑ์การคิดราคาสินทรัพย์สุทธิ
(BOOK VALUE) จำนวนเงิน 2.23 ล้านบาท ซึ่งทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์ IT
และเฟอร์นิเจอร์ซึ่งส่วนใหญ่ล้าสมัยและเสื่อมสภาพ หลายรายการใช้งานไม่ได้
และมีหลายรายการที่เทคโนโลยีล้าสมัยเปลี่ยนไป เช่น PRINTER เก่าที่ค่าหมึกพิมพ์แพงกว่าซื้อเครื่องใหม่
การขายจึงเป็นการเจรจาขายยก LOT ซึ่งเป็นการขายเหมาด้วยราคาสินทรัพย์สุทธิปัจจุบันในทางบัญชี
ซึ่งบริษัทฯน่าจะได้ประโยชน์มากกว่าการตีราคาตลาดตามเทคโนโลยีปัจจุบัน

1.4       คำถาม SET : สาเหตุที่ BLISS ตกลงให้ CSC ร่วมใช้บัญชีเงินฝากธนาคารของ BLISS 9 บัญชี
ในการร่วมบริหารกิจการค้าปลีก
อธิบายเงื่อนไขและขอบเขตการใช้บัญชีดังกล่าวซึ่งอาจมีผลกระทบต่อภาระผูกพันกับบริษัท หรือไม่ อย่างไร
รวมทั้งภายหลังการทำบันทึกข้อตกลงเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2555 เป็นต้นมา
ยังคงมีการให้ใช้บัญชีเงินฝากธนาคารของ BLISS หรือไม่ อย่างไร ถ้ามีขอให้อธิบายเหตุผลและความจำเป็น
BLISS ชี้แจง : สาเหตุที่ BLISS ตกลงให้ CSC ร่วมใช้บัญชีเงินฝากธนาคารของ BLISS 9 บัญชี
ในการร่วมบริหารกิจการค้าปลีก เนื่องจากทั้ง BLISS และ CSC
สามารถตรวจสอบข้อมูลทางการเงินซึ่งกันและกันได้อย่างโปร่งใสและชัดเจน
สำหรับเงื่อนไขและขอบเขตการใช้บัญชีดังกล่าว BLISS
จะดำเนินการถอนเงินของบริษัททั้งหมดออกไปยังบัญชีอื่นก่อน และอนุญาตให้ CSC
ร่วมใช้บัญชีธนาคารเหล่านี้สำหรับกิจกรรมตามแผนงานการเข้าร่วมบริหารกิจการค้าปลีกโทรศัพท์เคลื่อนที่และอ
ุปกรณ์ และไม่ให้นำบัญชีธนาคารไปใช้ในธุรกรรมอื่นของบริษัท
ภายหลังการทำบันทึกข้อตกลงเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2555 การใช้บัญชีร่วมกันระหว่าง BLISS และ
CSC จะใช้จนกว่าการดำเนินการสะสางบัญชีระหว่างกันทั้ง 9 บัญชีแล้วเสร็จ และตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม
2556 ทาง BLISS และ CSC ได้ดำเนินการสะสางบัญชีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
และได้นำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 1/2556 เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2556
พิจารณยกเลิกการใช้บัญชีเงินฝากธนาคารร่วมกันระหว่าง BLISS และ CSC ทั้ง 9 บัญชี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

2.       การทำสัญญาจ้างบริหารธุรกิจ
ตามหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 23 และข้อ 24 ปรากฎข้อมูลว่า บริษัท บลิส ไทยแอสเสท จำกัด (บริษัทย่อย
100%) ซึ่งดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ให้บริการเช่าห้องพักในโครงการ อังเกตุ ฮิปเรสสิเด้นท์
ได้ทำสัญญาจ้างบริหารธุรกิจให้เช่าพักอาศัยและประกอบกิจการกับบุคคลอื่นท่านหนึ่ง
และกับบริษัทอีกแห่งหนึ่ง โดยมีข้อสรุป ดังนี้

คู่สัญญา       วันที่ทำสัญญา       ระยะเวลาสัญญา       ค่าตอบแทน
บุคคลอื่นท่านหนึ่ง       5 ตุลาคม 2555       1 ปี (5 ต.ค. 55 ถึง 4 ต.ค. 56)       - 50,000 บาท/เดือน
และในอัตราร้อยละของรายได้จากการขายบริการ
บริษัทแห่งหนึ่ง       1 มกราคม 2554       3 ปี(1 ม.ค.54 ถึง 31 ธ.ค. 56)       -       80,000 บาทต่อเดือน และร้อยละ 2
ของรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สิน
-       ตั้งแต่ 1 ธ.ค. 54 เป็นร้อยละ 5 ของรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจและอื่นๆ
ที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สิน
-       

       ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอให้บริษัทชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติม ดังนี้
2.1       คำถาม SET :
ที่มาที่ไปและสรุปสาระสำคัญของสัญญาที่ปรึกษาบริหารธุรกิจให้เช่าห้องพักอาศัยและประกอบกิจการที่บริษัทย่
อยทำกับบริษัทแห่งหนึ่ง และบุคคลอื่นท่านหนึ่ง ทั้งในด้านขอบเขตการให้บริการ
เกณฑ์กำหนดอัตราค่าตอบแทนโดยเทียบเคียงกับอุตสาหกรรม ผลงานที่ได้รับ เป็นต้น
พร้อมทั้งอธิบายเหตุผลและความจำเป็นของการทำสัญญากับบุคคลอื่นท่านหนึ่งขณะที่สัญญาฉบับแรกยังคงมีระยะเวล
าคงเหลืออยู่กว่า 1 ปี
BLISS ชี้แจง : เมื่อบริษัท บลิส ไทยแอสเสท จำกัด (บริษัทย่อย)
ได้เริ่มทำธุรกิจการให้เช่าห้องพักนั้น
บริษัทย่อยมีความจำเป็นต้องมีทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารการให้เช่าห้องพัก
บริษัทย่อยจึงได้ว่าจ้างบริษัทแห่งหนึ่ง เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2554 โดยมีอัตรค่าจ้างบริการ 80,000
บาทต่อเดือน และร้อยละ 2 ของรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจและอื่นๆ
ที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สิน และตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2554 ได้มีการปรับเปลี่ยนอัตราจ้างใหม่
โดยคิดส่วนแบ่งเป็นร้อยละ 5 จากรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจและอื่นๆ
ที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สิน เพื่อให้คำปรึกษาและบริหารการให้เช่าห้องพัก
ต่อมาเมื่อมีการวางระบบไว้เรียบร้อยแล้ว
บริษัทย่อยจึงได้เจรจายกเลิกสัญญากับบริษัทที่ปรึกษาดังกล่าวเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2555
และได้ว่าจ้างบุคคลท่านหนึ่งเข้าไปบริหารงานในตำแหน่งรักษาการผู้จัดการทั่วไปแทน
เพื่อดูแลบริหารงานทั้งหมดของโครงการอังเกตุ ฮิป เรสซิเดนท์ พัทยา
ภายใต้นโยบายและการกำกับดูแลของคณะกรรมการบริษัทย่อย โดยมีขอบเขตการให้บริการ ในการบริหารทรัพย์สิน
เพื่อสร้างรายได้จากการให้เช่าห้องพักทั้งระยะสั้น และระยะยาว รวมถึงการจัดให้มีบริการต่างๆ
ที่จำเป็นต่อการพักอาศัยโดยเกณฑ์ในการกำหนดอัตราค่าตอบแทน บริษัทใช้อัตราการจ้าง 50,000 บาทต่อเดือน
และกำหนดอัตราค่าผลตอบแทนพิเศษ(INCENTIVE) มีรายละเอียดดังนี้

รายการ       HIGH SEASON
(หากทำเป้ายอดขายได้ 80%ของจำนวนห้องพัก)       LOW SEASON
(หากทำเป้ายอดขายได้ 60%ของจำนวนห้องพัก)
ค่าผลตอบแทนพิเศษรวม ***       4% ของยอดขาย       3% ของยอดขาย
ค่าผลตอบแทนพิเศษ ของผู้รับสัญญา       35% ของค่าผลตอบแทนพิเศษรวม       30% ของค่าผลตอบแทนพิเศษรวม

*** บริษัทมีนโยบายในการจัดสรรค่าผลตอบพิเศษรวมบางส่วนให้กับพนักงาน
เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฎิบัติงาน และเป็นการกระตุ้นยอดขาย

ซึ่งอัตราการจ้างนั้นเป็นอัตราที่ใกล้เคียงในอุตสาหกรรมให้เช่าห้องพักในระดับเดียวกัน
ผลงานของบุคคลท่านนี้ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ทำให้บริษัทฯย่อยมียอดขายสูงขึ้น
และสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างดี โดยมียอดเข้าพักในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม 2555 ประมาณร้อยละ
90 และร้อยละ 85.37 ตามลำดับ เมื่อเทียบในช่วงเดือนเดียวกันของปี 2554 ที่ผ่านมา
มียอดเข้าพักเพียงร้อยละ 42 และร้อยละ 22.69 ตามลำดับ

2.2       คำถาม SET : รายละเอียดของคู่สัญญา ซึ่งได้แก่ ชื่อคู่สัญญา วันที่ก่อตั้ง ทุนชำระแล้ว
ลักษณะการประกอบธุรกิจสรุปผลงานที่สำคัญในช่วงที่ผ่านมา ผู้ถือหุ้น กรรมการ
ผู้บริหารและความสัมพันธ์กับบริษัทและบริษัทย่อยทั้งในด้านความสัมพันธ์ทางธุรกิจ การมีผู้ถือหุ้น
กรรมการ ผู้บริหาร รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องกันทั้งในอดีตและปัจจุบัน
BLISS ชี้แจง : คู่สัญญา : บริษัท ที่ปรึกษาการบริหารโรงแรม จำกัด
วันก่อตั้ง : วันที่ 9 ธันวาคม 2552
        ทุนชำระแล้ว : 1,000,000.00 บาท
ลักษณะการประกอบธุรกิจ : รับบริหาร จัดการ ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว สปา ภัตตาคาร
และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ

ผลงานสำคัญที่ผ่านมา : บริหารจัดการร้านอาหาร ภัตตาคาร และระบบการตลาด
และที่ปรึกษาจัดการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการเช่าพัก ให้กับองค์กรเอกชนอื่นๆ
       
รายชื่อกรรมการ : 1. นางสาวลักขณา จำปา
2. นายสาโรช ชุ่มเรืองศรี

        รายชื่อผู้ถือหุ้น : 1. นางสาวลักขณา จำปา
        จำนวนหุ้น 2,000 หุ้น
        2. นายประยูร ดำรงชิตานนท์
จำนวนหุ้น 4,500 หุ้น
               3. นางวรนิษฐา สุคนธวิช       
               จำนวนหุ้น 2,000 หุ้น
               4. นางศรัญญา เลิศอำไพนนท์
               จำนวนหุ้น 1,500 หุ้น
                     
ความสัมพันธ์กับบริษัทและบริษัทย่อย :
คู่สัญญาดังกล่าวมิได้เป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงและไม่มีความสัมพันธ์ทั้งในอดีตและปัจจุบันกับบริษัทและบริษั
ทย่อยทั้งในแง่ของ
1.       ผู้ถือหุ้น
2.       กรรมการ
3.       ผู้บริหารและผู้ที่เกี่ยวข้องกัน
ความสัมพันธ์ทางธุรกิจ
คู่สัญญาดังกล่าวเป็นบริษัทในกลุ่มเดียวกันกับบริษัทแห่งหนึ่งที่ขายห้องชุดโครงการอังเกตุ พัทยา ให้กับ
BLISS และบริษัทอีกแห่งหนึ่งที่ BLISS จ้างให้บริหารการขายห้องชุดในโครงการดังกล่าว


คู่สัญญา : บุคคลอื่นท่านหนึ่ง
ประสบการณ์ทำงาน : 2555 - ปัจจุบัน : รักษาการผู้จัดการทั่วไป
        บริษัท บลิส ไทยแอสเสท จำกัด
โครงการอังเกตุ ฮิป
เรสซิเดนท์
2548 - 2553 : ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด
โรงแรมแห่งหนึ่งในพัทยา

ความสัมพันธ์กับบริษัทและบริษัทย่อย : บุคคลดังกล่าว
มิได้เป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงและไม่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัทและบริษัทย่อยแต่อย่างใด

______________________________________________________________________
สารสนเทศฉบับนี้จัดทำและเผยแพร่โดยบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลหรือเอกสารใดๆของบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์
ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเท่านั้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่มีความรับผิดชอบใดๆ
ในความถูกต้องและครบถ้วนของเนื้อหา ตัวเลข รายงานหรือข้อคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฎในสารสนเทศฉบับนี้
และไม่มีความรับผิดในความสูญเสียหรือเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าในกรณีใด ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัย
หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้จัดทำ
และเผยแพร่สารสนเทศฉบับนี้
ข้อสงวนสิทธิ์
สารสนเทศฉบับนี้จัดทำและเผยแพร่โดยบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลหรือเอกสารใดๆ ของบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเท่านั้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่มีความรับผิดชอบใดๆ ในความถูกต้องและครบถ้วนของเนื้อหา ตัวเลข รายงานหรือข้อคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฎในสารสนเทศฉบับนี้ และไม่มีความรับผิดในความสูญเสียหรือเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าในกรณีใด ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัยหรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้จัดทำและเผยแพร่สารสนเทศฉบับนี้