หน้าหลัก > ชุมชนนักลงทุน > เว็บบอร์ด
เว็บบอร์ด : ห้องนักลงทุน | ห้อง TFEX | ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ | สมาชิกพิเศษ
สมาชิก : เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิกพิเศษ     แก้ไขข้อมูลสมาชิก      ข้อตกลงการใช้งาน 
 
 



คุณ เกษตรธุลีดิน
ประเภทสมาชิก General
วันที่สมัคร 21 Jul 2010 15:32:00
จำนวนคำตอบ 16
ข้อมูลโดยสังเขป:
อีเมล์ :
ICQ/MSN :
ข้อมูลและข้อความส่วนตัว :
เพศชาย

ดูคำตอบที่ผ่านมา ดูคำถามที่ผ่านมา



คำตอบที่ 1 - 16 จาก 16

คำถาม: ข่าวยางและผลิตภัณฑ์จะทำรายได้อันดับ1ของประเทศ อนาคตtrubb 21-7-53
คำตอบ: สวัสดี TRUBB FC ทุกท่านครับ
จริงๆ แล้วผมได้อ่านข้อความทั้งเชิงบวก และเชิงลบ ในเรื่องของ trubb มามากมายหลายกระทู้ ซึ่งก็เป็นประโยชน์ทั้งนั้น แต่ก่อนที่ผมจะขอนำเสนอความคิดเห็นของผม ขอขอบคุณ คุณ tigerxxx sanpala5 และ heartbeat เพราะผมได้ข้อมูลที่ดีและเป็นประโยชน์จากทั้ง 3 ท่านนี้มากครับ และทำให้ผมสามารถสร้างผลตอบแทนถึงกว่า 100 เปอร์เซ็นไปแล้วในขณะนี้ แต่เป้าหมายสำหรับธุรกิจนี้ยังอีกไกลครับ
ผมเป็นคนที่มีแนวคิดประจำตัว คือ ชะตาฟ้าลิขิต แต่ชีวิตเรากำหนดเอง ดังนั้น การที่ทุกท่านเข้ามาลงทุนใน trubb นั้น ทุกคนก็หวังผลตอบแทนที่แตกต่างกันออกไป แต่สิ่งสำคัญผมคิดว่ามันคือธุรกิจของ trubb มากกว่าครับ สิ่งที่ผมติดตามและคาดการณ์ เพื่อพิสูจน์สัจธรรมที่ว่า "สุดท้ายราคาจะวิ่งไปหาพื้นฐานของมันเองจริงหรือไม่" trubb หากคิดง่ายๆ ว่าผู้บริหารเชื่อถือได้ว่ารายได้จะเติบโต 25% ซึ่งปี 53 ก็น่าจะประมาณ 10,000 ล้านบาท ซึ่งธุรกิจนี้มี
คชจ. ประมาณ 93.70 % กำไรจะประมาณ 629.58 ล้านบาท นโยบายปันผล 60% = 377.75 ล้านบาท ก็จะสามารถปันผลได้ 0.86 บาทต่อหุ้น ท่านคิดว่าหุ้นปันผล 0.86 บาทต่อหุ้นตลาดให้กันเท่าไรครับ ถ้า 4% ก็ 21.50 บาท ถ้า 5% ก็ 17.20 บาท แต่ถ้าทำกำไรได้มากกว่านั้นละครับ เช่น รายได้ 12,000 ล้านบาท ก็ปันผล
อยู่ที่ประมาณ 1.04 บาท/หุ้น ราคาน่าจะเป็น 20.80 บาทหรือ
26 บาท ตามลำดับ ปัจจัยที่น่าจะส่งผลให้รายได้ถึง 10,000 - 12,000 ล้านบาท ก็คือ 1) ราคาน้ำยางข้น (สินค้าหลักของ trubb)
ซึ่งไตรมาส 1 ที่เห็นกำไรเยอะๆ นะครับ ราคาเฉลี่ยที่ 96.43 บาท/กก. แต่ในไตรมาส 2 ราคาเฉลี่ยที่ 103.02 บาท/กก. หากออเดอร์
ในไตรมาส 2 เท่ากับไตรมาส 1 กำไรย่อมมากกว่า ในไตรมาส 3 ซึ่งทั่วโลกรวมถึงผู้นำเข้าน้ำยาง หรือผู้ส่งออกน้ำยางต่างประสบภัยธรรมชาติอุปทานที่มีไม่พอต่ออุปสงค์ ยิ่งน้อยลงไปอีก ดังนั้น ถ้าจับตาดูราคายางเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าไตรมาส 1 ก็มีเฮ ส่วนไตรมาส 4 ต้อง
จับตาดูระหว่างการขยายตัวของยางที่จะส่งไปยังอินเดียหากสร้างความต้องการยางมากก็อาจสามารถดึงราคาไว้ได้ แต่อย่างไรก็ตาม รมต. เกษตรฯ ได้บอกแล้วว่าจะไม่มีทางเห็นราคายางต่ำกว่า 80 บาท/กก. อีกแล้ว ซึ่งหากรัฐส่งสัญญาณอย่างนี้ก็สบายใจได้ เพราะจะต้องมีการแทรกแซงหากวิกฤติจริงๆ กอปรกับผู้ส่งออกรายใหญ่ๆ ในโลกร่วมถึงไทยที่เป็นอันดับ 1 ได้จับมือทางการค้ากัน (เหมือนผู้ผลิตน้ำมันดิบยังไงยังงั้น แต่ต่างที่เป็นน้ำสีขาว)
2) ราคาน้ำมันดิบใกล้ถึงช่วงฤดูกาลที่จะต้องขึ้นพวดๆ อีกแล้ว (สินค้าทดแทนผลิตแทนยางพาราก็ไม่คุ้ม)
3) ภัยภิบัติที่เกิดขึ้นต่อการผลิตของยางพาราส่งผลดีกับ trubb ทั้งในด้านราคา และสินค้าที่ส่งมอบเพราะมีสินค้าคงคลังไว้เยอะ (ผมว่าคนดำเนินธุรกิจประเภทนี้
เขารู้ดีว่าช่วงนี้จะต้องขาดสิ้นค้า บวกกับความต้องการของตลาดที่สูงปีนี้ปีทอง)
4) การเจิรญเติบโตของเศรษฐกิจภายในประเทศ และเศรษฐกิจโลก ซึ่งคาดว่าในปี 54 จะแข็งแกร่งขึ้น ซึ่งอัตราการเติบโตของค่ายรถยนต์ต่างๆ น่าจะไปตามภาวะเศรษฐกิจ ทำให้อนาคตปี 54 ของธุรกิจยางพารายังไปต่อ (จะทำให้เป็นที่สนใจของ IV พันธุ์แท้)
5) การขยายธุรกิจในการผลิตน้ำยาง และการแปรรูปเส้นยางยืด ซึ่งขยายฐานการผลิตร่องรับในปี 54 ได้ดี
เหตุผลที่ผมได้กล่าวมาทั้งหมด ผมคิดว่าน่าจะสร้างความมั่นใจได้ว่าราคาพื้นฐาน 18 - 26 บาท แต่อย่าลืมว่า trubb มีเจ้านะครับ ซึ่งเล่นกัน 6 เท่าตัว หากเจ้ามองที่ราคา 6.30 บาท (สถิติต่ำสุดหลังแตกพาร์) เป็นแนวรับ ก็เล่นไป 37 บาท โน้นละครับ แต่ถ้าจะให้ถึงต้องมีโปรโมชั่นครับ เช่น ข่าวกำไรที่หวือหวาในไตรมาส 2 กำไรไตรมาส 2 ออกมาเกินข่าว จ่ายปั่นผลระหว่างปี และสุดท้ายกำไรไปตามคาด รับรองครับ ราคา trubb ผมไม่กล้าท้ายเลยว่าจะไปถึงไหน แต่การจะเป็นได้อย่างที่ผมคิด ต้องได้รับความร่วมมือกับหลายฝ่ายครับ ฮิๆๆ ปานนี้เจ้าของบริษัทอ่านแล้วคงขำๆ (ว่าคิดไปเองหรือป่าว)
การคิดของผมก็เป็นแค่ความคิดหนึ่ง แต่อยากบอกเพื่อนๆ ว่า เราเขามาซื้อธุรกิจ ธุรกิจเราจะเป็นอย่างไรก็ต้องติดตามและคาดการณ์ให้ใกล้ชิด แล้วมันก็จะต้องวิ่งไปสู่พื้นฐานของมันเอง
ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน และโชคดีทุกคนนะครับ ผมจะรออย่างน้อยเท่าพื้นฐาน หรือโชคดีก็ดูจังหวะเจ้าแหละกันครับ (ผิดพลาดประการใดชี้แนะกันด้วยนะครับ)


คำถาม: Trubb Owner House Today News Line Tue 27-7-53
คำตอบ: สวัสดีครับ คุณ sanpala5 และเพื่อนๆ trubb ทุกท่าน ร่วมถึงปรมาจารย์หลายท่าน ผมไม่ได้เข้ามาทักทายหลายวันครับ เนื่องจากไม่สบายเป็นสัปดาห์เลยครับ (ซึ่งตอนนี้ผมอยู่ระหว่างดูแลสุขภาพเป็นพิเศษครับ)
ผมขอบคุณมากนะครับสำหรับข้อมูลดีๆ ที่หามาให้ใช้ในการตัดสินใจกันนะครับ ผมขอร่วมแสดงความคิดเห็นด้วยนะครับ ผมว่าช่วงเวลาที่ผมรอคอยมาถึงแล้วครับ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ เหมาะสมที่สุดแล้วครับ เพราะไม่ว่าข่าวเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย แนวโน้มธุรกิจยางพารา การส่งออกยางพารา ต่างออกมาดีทั้งนั้น
การเดินทางครั้งยิ่งใหญ่ของเรามาถึงแล้วครับ นับจากวันนี้เป็นต้นไป ขอให้ทุกท่านจับตาดูให้ดีแต่จะไปถึงไหนก็ต้อง แล้วแต่ปัจจัยต่างๆ สนับสนุนแหละครับ


คำถาม: รถไฟเหาะ...สบายๆ กับ FC สวนยาง
คำตอบ: วัสดีครับ คุณ SG-1 และ sanpala5
ผมเข้ามาดูบ้านเราทุกวันแหละครับ แต่ว่าผมจะดูมากกว่า ยอมรับครับว่าคุณ sanpala5 คุณเป็นสีสันของบ้านหลังนี้ของพวกเราจริงๆ นะครับ พักหลังนี้ก็มีคุณ SG-1เพิ่มมาอีก ผมมีความสุขที่ได้รู้จักพวกเราซึ่ง ผมจำได้ว่าเราเคยคุยกันในบ้านหลังนี้ว่าเราเชื่อเรื่องชะตาฟ้าลิขิต ให้พวกเราได้มาร่วมชะตาเดียวกัน ซึ่งแต่ละคนที่อยู่ในบ้านหลังนี้ล้วนแต่มีจิตใจคล้ายกัน เช่น ในเรื่องของบาป บุญ คุณ โทษ เป็นต้น โดยเฉพาะคุณ heartbeat จะสนใจเรื่องธรรมะนะครับ ส่วนพี่ tiger ผมว่าพี่เขาอยู่ในเส้นทางธรรมะเลยแหละครับ ส่วนตัวผมเองก็ไม่ต่างจากทุกท่านครับ
ผมอยากถามเพื่อนๆ ว่าท่านได้อ่านบทความดีๆ ของอาจารย์นิเวศน์ เรื่อง "ทำเงินก้อนโต"แล้วท่านคิดอย่างไร (ผมคัดเฉพาะบ้างข้อความให้อ่านครับ)
"สิ่งที่ผมจะพูดต่อไปก็คือ ถ้าเราจะเป็น VI แบบ Aggressive นั้น หุ้นประเภทไหนที่เราจะเล่น หุ้นอะไรที่จะ ?ทำเงินก้อนโต? ให้เราได้

หุ้นกลุ่มแรกก็คือ หุ้นของกิจการที่มีผลประกอบการที่เป็นวัฎจักรรุนแรง นี่คือผู้ผลิตหรือให้บริการสินค้าที่เป็นโภคภัณฑ์ เช่น ปิโตรเคมีต่าง ๆ การเดินเรือและการบิน ผลิตภัณฑ์การเกษตรโดยเฉพาะที่หาสินค้าทดแทนได้ยากเช่น ยางพาราและไก่ นอกจากนี้ ยังมีสินค้าที่ไม่ได้เป็นโภคภัณฑ์แต่ก็มีวัฎจักรที่ขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจเพราะเป็นสินค้าคงทนที่คนสามารถเลื่อนการซื้อออกไปได้เช่น รถยนต์และบ้าน เป็นต้น การลงทุนในหุ้นกลุ่มวัฎจักรนี้ เราต้องรู้ว่าวัฎจักรกำลังเป็น ?ขาขึ้น? ในขณะที่ราคาหุ้นยังไม่สะท้อนภาวะที่กำลังจะเกิดขึ้น แน่นอนว่าการคาดการณ์ในเรื่องนี้ไม่ใช่ง่าย แต่ถ้าทำได้ถูกต้อง บ่อยครั้งจะได้กำไรงดงาม บางทีหุ้นขึ้นไปหลายเท่าในเวลาไม่กี่เดือน ตัวอย่างที่เกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ทำให้ VI ที่เน้นการลงทุนในหุ้นวัฎจักรร่ำรวยไปหลายคน อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของการลงทุนนั้น อะไรที่ประสบความสำเร็จไปแล้ว คนที่มา ?ทำซ้ำ? อาจจะช้าเกินไป

หุ้นกลุ่มที่สองคือ หุ้นเล็กที่ไม่มีใครเหลียวแล บางคนเรียกว่า ?หุ้นเงา? นี่คือหุ้นที่มีขนาดค่อนข้างจะเล็กคืออาจจะมี Market Cap. หรือมูลค่าหุ้นทั้งบริษัทไม่ถึงพันล้านบาท แต่เป็นกิจการที่มีผลประกอบการที่กำลังดีขึ้นอย่างมากในระยะอาจจะสองสามปีข้างหน้า และบริษัทเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมหรือธุรกิจที่ทำอยู่ อีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญก็คือ หุ้นเหล่านี้ที่จะวิ่งพรวดได้นั้นมักจะต้องมี ?สปอนเซอร์? หรือถ้าจะใช้ภาษาการแข่งม้าก็คือ จะต้องมี ?จ็อคกี้? ที่จะ ?กระตุ้น? ให้หุ้นวิ่งไปได้มาก ๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นมักจะต้องรวมถึงเจ้าของบริษัทที่จะต้องออกมา ?เชียร์? หุ้นสม่ำเสมอ ดังนั้น การลงทุนในหุ้นเงาแบบนี้ สิ่งที่ต้องคำนึงถึงนอกจากผลประกอบการแล้ว จะต้องดูว่าในที่สุดจะมีใครเป็น ?คนนำ? ในการขับเคลื่อนหุ้น ฯลฯ
เป็นไงครับได้อะไรกันบ้างครับ ...

ก่อนไปครับผมมีอยู่เรื่องหนึ่งที่อยากจะคิดดังๆ ว่า
"1. หากมีหุ้นตัวหนึ่งที่มีเหตุผลมากมายเลยที่จะทำให้ราคาหุ้นนั้นขึ้นไปในอนาคต แต่ไม่มีเหตุผลใดๆ เลยที่จะทำให้ราคามันลง แต่ถ้าราคามันลงแล้วเราจะกลัวทำไม่เหล่า นั้นแหละโอกาสที่เราจะได้ซื้อทองราคาถูกแล้ว"
"2. เราเป็นนักลงทุน ไม่ได้หวังให้หุ้นเรามีเจ้าเลย แต่หวังให้นักลงทุนเช่นเราเห็นอนาคตของบริษัทที่เราลงทุน และกล้าที่จะเสนอราคาซื้อกิจการนี้แลกกับผลตอบแทนที่จะได้รับ เพราะเมื่อนั้นเจ้าถ้าเล่นไม่เป็น (โลภเกินไป) เขาก็จะไม่ได้อะไรกลับไปเลย"
ขอโทษนะครับถ้าทำให้เจ้าทั้งหลายโกรธ


คำถาม: บ้านสวนยาง / บ้านแก้วทนไฟ เฮฮายังไงเชิญที่นี่
คำตอบ: สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนครับ
ทุกคนคงกำลังมีความหวังกันอยู่นะครับ ผมขอบคุณท่านที่สนใจในความคิดที่ผมเคยคิดดังๆ ไปเรื่อง นักลงทุน กับ เจ้านะครับ
ผมคิดว่าสิ่งที่ผมเคยคิดไปดังๆ เจ้าเขาคงรู้แล้วละครับว่าควรจะต้องลุยตอนไหน เวลาไหน อย่าปล่อยให้หุ้นเป็นที่หมายตาของ iv และ นักลงทุนต่างชาติ เมื่อนั้นโอกาสจะหลุดลอยไป
เพราะผมคาดการณ์ว่าผลประกอบการ
ไตรมาส 2 และที่เหลืออยู่จะยิ่งทำให้ trubb เป็นที่สนใจของนักลงทุนมากขึ้นเรื่อยๆ และที่สำคัญธุรกิจประเภทนี้ มันไม่ใช้เป็นธุรกิจที่กำลังจะอิ่มตัวนะครับ แต่เป็นธุรกิจ
ต้นน้ำที่กำลังเติบโต ซึ่งอุตสาหกรรมกลางน้ำ กับปลายน้ำกำลังเริ่มฟื้นตัวจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผ่านมา โดยผมพิจารณาจากจีดีพีของบ้านเรา และความต้องของประเทศอุตสาหกรรมใหม่ เช่น จีน กับ อินเดีย ที่มีกำลังบริโภคมหาศาล ซึ่งผมพิจารณาดูแล้วเห็นว่าปัจจัยภายนอกต่างๆ ได้เอื้อประโยชน์กับธุรกิจเป็นอย่างมาก แต่สิ่งที่จะทำให้ trubb น่าสนใจมากน้อยแค่ไหนก็คงต้องเป็นศักยภาพของบริษัทเองแล้วแหละครับว่าจะคว้าโอกาสนี้ไปได้มากน้อยเพียงใด ถ้ามากผมรับรองได้ว่ากลายเป็น "หุ้นซุปเปอร์สต็อก" เลยละครับ แต่ถ้าไม่ก็ขอแค่"หุ้นวัฏจักรที่ร้อนแรง" หรือ "หุ้นเงา" แหละกัน ดังนั้นด้วยเหตุผลที่ยกแม่น้ำทุกสายมาอ้างแล้วนั้น ก็ถึงเวลาแล้วละครับที่นักลงทุนรายย่อยก็ดี หรือเจ้าท่านก็ดี ต้องตัดสินใจแล้วละครับ
ส่วนผมถ้าเป็นเจ้าของธุรกิจนี้ ก็คงจะเป็นโอกาสทองละครับในช่วงนี้ที่จะพัฒนาธุรกิจให้เจริญเติบโตไปอย่างมั่นคง และมั่งคัง เพราะ trubb กับ sta มิใช้คู่แข่งทางการตลาด แต่ควรเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่จะร่วมกันผลิตน้ำมันสีขาวร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อใช้อุปทานเป็นตัวกำหนดราคาส่งออก พร้อมทั้งแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจให้ มาจิ้น สูงขึ้น
ถ้าทุกส่วนช่วยกันทำหน้าที่ของตนให้เต็มที่ แล้วผลประโยชน์จะไปอยู่ที่ใครถ้าไม่ใช้ ... ขอให้ทุกคนโชคดี ร่ำรวยๆๆ
(นะมะอะอุ สุนะโมโร นะโมพุทธายะ นะชาลีติ)


คำถาม: บ้านสวนยาง 2/8/2553
คำตอบ: สวัสดีครับเพื่อน trubb
วันนี้เกษตรธุลีดิน แสดงความยินดีกับเพื่อนๆ ด้วยนะครับ
และสวัสดีโฆษก trubb คุณ sanpala5 และท่านประธาน
พี่ tiger รองประธาน คุณฮาร์ทบีท ร่วมถึงเลขา คุณวันหยุดโลก ด้วยครับ
ผมว่าเพื่อนเชื่อ คุณsanpala5 เถอะครับ เพราะพี่ tiger ก็เคยเตื่อนเหมือนกัน (ประสบการณ์สอนเราไงครับ) ฮะๆๆ
วันนี้ผมขอคิดดังๆ อีกนะครับ "ตอนนี้เป็นช่วงจังหวะที่ดี แต่สิ่งเราไม่ควรลืมก็ คือ เป้าหมายของธุรกิจที่เราลงุทน และ
คาดหวัง มีนักวิเคราะห์เขาให้ผลตอบแทนธุรกิจเราถึง 10% ราคาเป้าหมาย 16 บาท (ทำให้เรามั่นใจมากขึ้น) แต่เราเคยให้ผลตอบแทนธุรกิจเราที่ 5% ราคาเป้าหมาย 22 - 26 บาท แปลว่าถ้าผลตอบแทนของนักวิเคราะห์ลดมาเท่ากับที่เราให้ไว้ราคาเป้าหมายก็ต้อง ............บาท (มากกว่าที่เราให้อีกนะเนี้ย น่าเป็นไปได้)
ดังนั้น นักลงทุนอย่างเราก็ต้องรู้แล้วว่าราคาในใจของเราจะให้ไว้เท่าไหร่ดีนะตอนนี้ ซึ่งแต่ละคนเขาคงมีราคาในใจแตกต่างกัน เพราะขึ้นอยู่กับแนวการลงทุนครับ ถ้าเป็น iv คงจะไม่หวั่นไหวกับราคาที่เห็นในปัจจุบันนี้แน่ (เพราะมันยังต้องมีอีกเยอะ) แต่สิ่งที่สำคัญ คือ เสถียรภาพของราคาธุรกิจเรามากกว่า เพราะมันจะไปได้ในช่วงเวลาสั้น หรือยาวจนไปถึงเป้าหมายที่เราให้ไว้นะ ก็คงขึ้นอยู่กับนักลงทุนคนอื่นๆ ด้วย ที่จะยึดมั่นการคาดการณ์ราคาภายใต้การวิเคราะห์ของตนไว้ได้หนักแน่น และรอคอยได้แค่ไหน ซึ่งหากนักลงทุนขาดข้อมูล และไปตามคลื่นของราคา เมื่อมีแรงเทขายก็จะถูกทุบราคาทันที นั้นหมายความว่า เป็นสันญาณให้ เจ้า ได้ทำการเล่นรอบตามจิตวิทยาของนักลงทุน (ทำให้ราคาไม่ไปไหน) แต่หากนักลงทุนยึดมั่นภายใต้การวิเคราะห์ที่อยู่บนพื้นฐานข้อมูล เหตุผลที่ควรจะเป็น ก็จะทำให้ไม่หวั่นไหวกับแรงเทขายซึ่งจะทำให้เกิดจิตวิทยาการลงทุนกลุ่ม และลดผลกระทบจากแรงเทขายได้ ทำให้การราคาจะถูกทุบเล่นรอบไม่เป็นผล และอีกไม่นานราคาของธุรกิจก็จะไปสู่ราคาที่ควรจะเป็นแน่นอน
ลืมไปอีกเรื่องหนึ่ง คือ เขาว่ากันว่ายิ่งสูง ก็ยิ่งหนาว
เราจึงต้องมีอุปกรณ์ที่ต้องทำให้เราอุ่นได้เมื่อเผชิญกับความสูงขึ้นไปเรื่อยๆ นั้นก็คือ ข้อมูล ข่าวสาร ทั้งปัจจัยภายใน และภายนอกของธุรกิจเราที่มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางบวก หรือทางลบ เราจะได้รู้ว่าเราเดินตามแผน หรือปรับแผนใหม่ดี
trubb คงจะไม่ทำให้เราผิดหวังแน่นอนหากเรายืนอยู่ภายใต้ เหตุ และผล และ trubb อาจกำลังจะบอกเราว่า trubb ไม่ใช้ธุรกิจที่เติบโตเฉพาะในปีนี้ แต่เป็นธุรกิจที่กำลังจะ
เติบโตอีกในอนาคตต่างหาก"

ขอให้เพื่อนสมหวังกับการลงทุนนะครับ
(นะมะอะอุ สุนะโมโร นะโมพุทธายะ นะชาลีติ)


คำถาม: บ้านสวนยาง 2/8/2553
คำตอบ: ผมขอให้อำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ ที่คุณsanpala5 และที่ผมนับถือจงช่วยดูแลรักษาลูกชายของคุณ sanpala5 ให้หายวัน หายคืน มีสุขภาพแข็งแรง และที่สำคัญของให้ทุกคนในครอบครัวของพี่น้อง trubb และตัวของท่านเอง จงมีสุขภาพที่แข็งแรง ปราศจากโรคภัย ไข้เจ็บ


คำถาม: บ้านสวนยาง / บ้านทนไฟ 3/8/2553 GO!!!
คำตอบ: สวัสดีเพื่อนทุกคน และเจ้าสำนักด้วยนะครับ ผมขอรายงานความคืบหน้าของอนาคตธุรกิจยางพาราให้เพื่อนได้พิจารณานะครับ
"นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ระหว่าง 3-7 สิงหาคมนี้ กรมวิชาการเกษตรได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าภาพจัดประชุมสภาความร่วมมือยางพารา 3 ประเทศที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นการประชุม ร่วมระหว่างไทย มาเลเซีย และอินโดนี เซีย เพื่อติดตามประเมินผลการดำเนินงานในมาตรการบริหารจัดการการผลิต และการขยายพื้นที่ปลูกยางพาราให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับความต้องการของตลาด ขณะเดียวกันยังมีการประเมินสถานการณ์ราคายางพาราทั้งภายในและต่างประเทศ โดยผู้แทนจากทั้ง 3 ประ เทศจะแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันทั้งด้านพื้นที่ปลูก ปริมาณผลผลิต การตลาดและการส่งออก เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการกำหนดแนวทางรักษาระดับราคายางให้มีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น

การประชุมครั้งนี้ ฝ่ายไทยได้เตรียมเสนอให้มาเลเซียและอินโดนีเซียพิจารณาการจัดทำแผนยุทธศาสตร์สร้างความเข้มแข็งให้การผลิตและการตลาดยางพาราเพื่อให้ราคายางสูงขึ้นอย่างมีเสถียรภาพ นอกจากนี้แล้ว ไทยยังจะเสนอให้ประเทศไตรภาคียางพารา 3 ประเทศ จัดตั้งตลาดซื้อขายยางแบบส่งมอบยางจริง โดยใช้โมเดลของไทยที่มีการซื้อขายยางแบบข้อตกลงล่วงหน้า (Physical Forward contract) ที่ทดลองดำเนินการโดย สำนักตลาดกลางยางพาราจังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นต้นแบบ ซึ่งวิธีการนี้สะท้อนให้เห็นราคาที่แท้จริงในแต่ละช่วงเวลาล่วงหน้า ทั้งยังช่วยประกันความเสี่ยงด้านการผันผวนของราคายางพาราได้ หากทั้ง 3 ประเทศ ร่วมกันพัฒนาตลาดนี้อย่างจริงจังและ ต่อเนื่องให้เกิดความเข้มแข็งมากขึ้น อนาคตคาดว่าจะสามารถใช้เป็นราคาอ้างอิงในตลาดโลกได้."

เป็นไงบ้างครับข่าวนี้ เรามาวิเคราะห์กันนะครับ
1. ผมเคยเปรียบธุรกิจยางพาราบ้านเรา ว่า เหมือนกับธุรกิจผลิตน้ำมันดิบของโลก ซึ่งเขาผลิตน้ำมันดิบสีดำ และก็มีการตั้งกลุ่มผู้ส่งออกน้ำมันดิบขึ้นมา คือ กลุ่มโอเปก เพื่อนๆ คงรู้จักดีอยู่แล้ว ซึ่งก็มาทำหน้าที่แทรกแทรงกลไกลราคาให้อยู่ในระดับที่ผู้ผลิตพอใจ (ล่ำซำอะนะ) ซึ่งบ้านเราก็เป็นผู้ผลิตน้ำมันดิบสีขาวเหมือนกัน (ยางพารา) อันดับหนึ่งของโลก และมีเพื่อนบ้านอีกไม่กี่ประเทศ ซึ่งก็เป็นอย่างที่คาดการณ์ครับ ว่ากลไกลนี้ต้องนำพาไปสู่การร่วมกลุ่ม โอเปกสีขาวให้ได้ เพื่อเป็นผู้กำหนดราคาน้ำมันสีขาวให้อยู่ในระดับที่ผู้ผลิตพอใจเช่นกัน
2. มาพิจารณาอุปสงค์ก็ไม่ได้มีแต่อุตสาหกรรมรถยนต์อย่างเดียวนะครับที่ฟื้นตัว และเติบโตอย่างรุนแรงในตลาดใหม่ๆ แต่ธุรกิจอื่นก็กำลังตามมาครับ ซึ่งก็ต้องใช้ผลิตภัณฑ์จากยางพารากันทั้งนั้น ไม่มากก็น้อย เช่น ช่วงนี้คนลงทุนใน CPF กันเยอะเพราะกำลังเติบโตแต่สำหรับผมธุรกิจอาหาร ยิ่งโตยิ่งดีครับ เพราะเขาต้องใช้ถุงมือยางกันทั้งนั้นแหละครับ ส่วนธุรกิจ รพ. ผมว่ามันเป็นธุรกิจไม่มีวันตายเลยแหละครับ เพราะเศรษฐกิจจะอย่างไรคนก็ไม่สามารถหยุดที่จะรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้ แล้วถุงมือยางจะไปไหนเสีย เป็นต้นนะครับ
3. เมื่ออุปทานเราเป็นผู้กำหนด และอุปสงค์ก็มีความต้องการสูง และยังเป็นส่งที่มีการทดแทนได้น้อยด้วย แล้วอย่างนี้อนาคตในภายหน้าบ้านเรากับธุรกิจนี้จะเป็นอย่างไรกันละนี้ ส่วนบริษัทยักใหญ่ sta และ
trubb ผมคิดว่าก็คงไม่ต้องพูดถึงละครับ

ท้ายนี้ข้อวิเคราะห์หยาบๆ ร่วมกับข้อมูลอื่นๆ นะครับ
วันนี้ราคาน้ำยางสด ใกล้แตะ 100 บาท/กก. (ประมาณ 98 บาทกว่า/กก.) ซึ่งราคาลงไปช่วงกลางๆ เดือนที่ผ่านมาก็ยังไม่ต่ำกว่า 90 บาท/กก. เลย ถ้าอย่างนี้เฉลี่ยแล้วไตรมาส 3 ราคาคงไม่ต่ำกว่า 95บาท/กก. สูงกว่าราคาเฉลี่ยไตรมาส 1 อีกนะครับ ที่ 93.70 บาท/กก. ดังนั้นคาดการณ์ได้ว่ากำไรไตรมาส 3 ถ้าออร์เดอร์ยังแน่นแบบที่ผู้บริหารเขามาให้ข่าวไว้ละก้อกำไรคงไม่ต่ำว่าไตรมาส 1 แน่ะนอนแต่จะแซงกำลังในไตรมาส 2 ที่กำลังจะออกได้หรือไม่ก็อยู่ที่ราคาในเดือนกันยายนแหละครับว่าจะถีบขึ้นไปได้หรือไม่ เพราะไตรมาส 2 เขาทำไว้เฉลี่ยสูงสุดต่อเดือนที่ 108.06 บาท/กก. เชียวนะครับ
(ภายใต้เงื่อนไขเดียวกันที่ออร์เดอร์ต้องไม่น้อยกว่าไตรมาส 1 นะครับ) ถ้าไตรมาส 2 ที่จะประกาศเป็นอย่างที่ผมคาดการณ์ไว้ ผมก็สบายใจไปถึงไตรมาส 3 แล้วละครับตอนนี้ ก็ลุ้นอย่างเดียวไตรมาส 4 หากแจ๋วจริง สามารถสร้างยอดขายได้ถึง 12,000 บาท ละก็กำไรคงไม่ต่ำกว่า 755.50 ล้านบาท ปันผลได้ถึง 1 บาทขึ้นไป/หุ้น
(เป้าหมาย 21 - 26 บาท มีลุ้นครับ หากเจ้าช่วยก็ 25 - 30 บาท)
หมายเหตุ การวิเคราะห์ทั้งหมดเป็นการวิเคราะห์ส่วนตัว ซึ่งมิได้มีเจตนาที่จะชี้นำนะครับ


คำถาม: บ้านสวนยาง / บ้านทนไฟ 3/8/2553 GO!!!
คำตอบ: ขอบคุณครับที่ความเห็นผมเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยครับ

ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งๆๆๆๆๆ นะครับ

นะมะอะอุ สุนะโมโร นะโมพุทธายะ นะชาลีติ

ขอให้ทุกท่านโชคดีๆ ดังใจปราถนา


คำถาม: บ้านสวนยาง / บ้านแก้วทนไฟ ( รักน้องยาง) 4/8/53
คำตอบ: สวัสดีครับ พี่ๆ เพื่อนๆ trubb ทุกคน และขอขอบคุณพี่ tiger และพี่sanpala5 ที่นำข่าวดีๆ มาฝากกันนะครับ ผมขอเพิ่มข้อมูลนิดหนึ่งครับ

วันนี้มีบิ๊กล็อต 14 หลักทรัพย์ PTT ซื้อขายสูงสุด 191.56 ลบ.

หลักทรัพย์ จำนวนหุ้น มูลค่า (ลบ.)

PTT 742,500 191.5650
KTB 5,270,000 68.5420
FUTUREPF 2,000,000 23.0000
ERAWAN-F 8,500,000 18.7000
KBANK-F 172,400 18.3606
PTTEP 118,000 18.0977
ADVANC 170,000 15.8899
BANPU-F 19,000 11.9556
PTTEP-F 70,000 10.7352
RATCH 150,000 5.6070
KBANK 50,000 5.1000
TRUBB 540,000 4.8870
SCB 40,000 3.6400
THRE 500,000 3.0750


เรียบเรียง โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
อนุมัติ โดย พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 03/08/10 เวลา 17:07:44

ตอนนี้ผมมีความมันใจในธุรกิจที่ผมลงทุนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆขออนุญาตพี่ๆ สรุป ปัจจัยในช่วงปัจจุบันที่ผมใช้วิเคราะห์ ประจำวันนี้นะครับ
1. ราคายางมีแน้วโน้มปรับตัวสูงมากในระยะยาว
2. ความต้องการใช้ยางพารามีปริมาณมากขึ้นชัดเจน จากการเติบโตของอุตสาหกรรมปลายน้ำ
3. ราคาน้ำมันปรับตัวสูง 82 ดอลลาไปแล้ว รอทะลุแนวต้านถัดไป คือ 87 ดอลลา ทำให้อุปสรรค์เรื่องสินค้าทดแทนยางพาราหมดไป
4. เศรษฐกิจโลกอยู่ระหว่างฟื้นตัว (โดยเฉพาะปีหน้า)
5. ตลาดหุ้นบ้านเรากำลังกระทิง
6. สถาบันจัดเครดิต ให้เพิ่มการลงทุนในหุ้นไทย
7. มีบิ๊กล็อตเข้ามาในธุรกิจของ trubb ต้นทุนไม่ต่ำกว่า 9.05 บาท

จากปัจจัยทั้ง 7 ประการ ทำให้ผมมั่นใจมากขึ้น ดังนั้น พี่น้องคิดอย่างไรบ้างครับ ผมได้อ่านกระทู้ในหลายแห่งเกี่ยวกับ trubb ซึ่งมีนักเก็งกำไรหลายท่านสรุปว่า trubb เป็นหุ้นปั่นที่มีพื้นฐาน หากจะถือยาวคิดว่าเล่นรอบดีกว่า ซื้อ 7 บาท ขาย 9 บาท กำไรเห็นๆ แต่ความเห็นผมนะครับ ไม่มีสิ่งใดที่จีรัง และแน่นอน สิ่งที่เคยเห็นในอดีตอาจไม่ใช้สิ่งที่จะเกิดขึ้นในปัจจุบัน และอนาคตเสมอไป
ส่วนผมเองคิดว่าหมดรอบแล้วสำหรับท่านที่จะทำแบบเดิมซ้ำๆ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนก็ตาม ถึงเวลาแล้วที่ธุรกิจจะต้องไปตามพื้นฐานของตัวมันเอง สิ่งที่เฝ้าสังเกตุตอนนี้ มีอยู่ว่าธุรกิจนี้จะสามารถกลายเป็น ซุปเปอร์สต็อก ได้หรือไม่เท่านั้นเอง ถ้าเป็นไปได้ผมไม่สามารถประเมินราคาเป้าหมายของราคาหุ้นได้เลย คงอยู่ที่ความพอเพียงของนักลงทุนแต่ละคนแล้วแหละครับ
*เป็นความเห็นเฉพาะบุคคล ซึ่งหากผิดพลาดประการใดและมีข้อความใดไม่เหมาะสม ขออภัยด้วยนะครับ*

นะมะอะอุ สุนะโมโร นะโมพุทธายะ นะชาลีติ
ขอให้หลวงปู่คง พ่อขุนแผน เทวดาประจำตัวของผู้ลงทุนในธุรกิจยางพารา และสิ่งศักดิ์สิทธิทั้งหลาย ดลบันดาลให้
ผู้ลงทุนในธุรกิจยางพาราทุกคน มั่ง มี ศรี สุข ร่ำรวยเงินทอง
ด้วยเถอะ


คำถาม: บ้านสวนยาง / บ้านแก้วทนไฟ ( รักน้องยาง) 4/8/53
คำตอบ: ขอบคุณพี่ sanpala5 สำหรับข้อคิดที่ดีครับ และประสบการณ์ซึ่งสิ่งนี้แหละครับที่ผมชอบมากในบ้านหลังนี้
และขอบคุณ dynamicH นะครับ เป็นสิ่งที่ดีมากครับเรื่องสุขภาพ เพราะผมเองก็เป็นคนที่ดูแลสุขภาพมากเป็นพิเศษครับ
ตอนนี้ ทุกคน พร้อมหรือยังครับ ถ้าพร้อมแล้วตั้งสติ และหัวใจไว้ให้ดีนะครับ สิ่งมหัศจรรย์กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้แล้ว
ผมขอตัวไปรวบรวมสติให้มั่นก่อนนะครับ


คำถาม: บ้านสวนยาง/บ้านแกวทนไฟ 5/8/53 GO!!! GO!!!
คำตอบ: สวัสดีเพื่อนร่วมชะตากรรม ฮาๆๆ

ขอบคุณ "คุณวันหยุดโลก" นะครับ ที่โพสน์ข่าวนี้มาให้เพื่อนได้อ่านผมก็กำลังจะเอามาเป็นคำถามเพื่อนๆ อยู่เหมือนกัน เมื่อได้อ่านเมื่อเช้า
ผมขอถามเพื่อน ๆ นะครับว่าจากข่าวนี้ เพื่อนๆ ที่เป็นนักลงทุนวิเคราะห์อย่างไรกันบ้างครับ คือ ตอนนี้มี 2 ข่าว เข้ามาให้เราตัดสินใจกันครับ คือ

ข่าวที่ 1

STA ยิ้มแก้มปริ กำไรQ2/53เพิ่มเป็น 1.39พันลบ. ส่งผลงวด 6 เดือนกำไรเพิ่มเป็น 2.49 พันลบ.
สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อยไตรมาสที่2(F45-3)
บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน)(STA)
สอบทาน
(หน่วย : พันบาท)
สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน
งบการเงินรวม
ไตรมาสที่ 2 งวด 6 เดือน
ปี 2553 2552 2553 2552
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 1,394,832 344,539 2,494,783 559,240
กำไร (ขาดทุน) สุทธิต่อหุ้น (บาท) 1.39 0.34 2.49 0.56

งบการเงินเฉพาะกิจการ
ไตรมาสที่ 2 งวด 6 เดือน
ปี 2553 2552 2553 2552
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 1,073,387 303,936 1,743,569 661,817
กำไร (ขาดทุน) สุทธิต่อหุ้น (บาท) 1.07 0.30 1.74 0.66

ข่าวที่ 2

หุ้น อตร.! BTS-TRUBB
ที่คุณหยุดโลก กรุณา โพสน์ ให้เพื่อนๆ ได้ทราบ

คิดเห็นอย่างไรกันบ้างครับ




เรียบเรียง โดย พรทิพย์ พลสิทธิ์
อนุมัติ โดย พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com


คำถาม: บ้านสวนยาง/บ้านแกวทนไฟ 5/8/53 GO!!! GO!!!
คำตอบ: ขอบคุณครับสำหรับการเตื่อนสติของคุณ แมงเม่าเฝ้าดอย

ก่อนจะร่วมคิดเห็น เพื่อนจำได้ไหมครับที่ผมบอกเมื่อวานว่า "ให้ตั้งสติ และเตรียมหัวใจไว้ให้พร้อมความมหัศจรรย์กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้แล้ว" เพื่อนเห็นหรือยังครับ
แต่สำหรับเพื่อนที่อยู่กับธุรกิจนี้มาตั้งแต่เมื่อราคายังไม่ 60 บาท ก่อนแตกพาร์จะรู้ว่าลักษณะเมื่อวานอะไรจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ใช้ไหมครับ
มาเข้าเรื่องความคิดเห็นในข่าว 2 ข่าวนี้นะครับ สำหรับผมแล้ว ผมก็คิดว่าข่าวร้ายเป็นสิ่งเตื่อนสติที่ดีครับ ส่วนข่าวดีต้องวิเคราะห์ว่าดีจริงหรือไม่
ข่าวที่ 2
ที่บอกว่า trubb อันตราย เจ้าต้นทุน 7 บาท ลากไป 12 บาท กินเรียบ ฮาๆๆ แหมถ้าเป็นข่าวนี้ก็ดีสิครับ เพราะผมว่าแฟนพันธ์แท้หลายคนต้นทุน ต่ำกว่า 7 บาทครับ
ดังนั้นข่าวนี้ผมวิเคราะห์ว่าเป็นการมองอย่างนักเก็งกำไรระยะสั้นครับ หากเฝ้าดูเทคนิคบ้าง หรือสภาพคล่องในการซื้อขายบ้าง อาจจะถอดใจกันนะครับว่าโดนเจ้าหลอกให้ซื้อซะแล้ว ฮิๆๆ และผมคาดว่านักเก็งกำไรหลายท่านตอนนี้กำลังกังวลแนวต้านสำคัญที่ 10.20-12 บาท เพราะเกรงว่าเจ้าจะลากไปเพื่อปล่อยของ ฮาๆ ๆ นี้แหละครับความทุกข์ของนักเก็งกำไร
ส่วนข่าวผลประกอบการของ sta มองอย่าง
นักลงทุน sta อยู่อุตสาหกรรมเดียวกันกับ trubb
ผลประกอบการออกมาอย่างที่เห็น ถ้ามองว่าผู้บริหาร trubb ไม่ขาดความเป็นมืออาชีพจริงๆ ก็คงไม่น่าที่จะ
พลิกโผนะครับ ดังนั้น สิ่งที่นักลงทุนต้องจับตามอง คือ ศักยภาพของบริษัท ซึ่งมันจะบอกเราจากผลประกอบการนั้นเอง
สรุป หุ้น trubb จะอันตรายหรือไม่ ผมว่าผลประกอบการไตรมาส 2 จะเป็นบทพิสูจน์เอง หากบริษัทมีศักยภาพในการบริหารแล้ว ปัจจัยภายนอกต่างๆ ในอนาคตได้ปูพรมไว้ให้แล้วพอสมควร ก็น่าที่จะทำให้ธุรกิจนี้
โดดเด่นขึ้นมาได้พอๆ กับ sta ซึ่งผมชื่นชมบริษัท sta ที่ศักยภาพในการบริหารเป็นเลิศ ซึ่งผมได้ติดตามจาก
ผลประกอบการย้อนหลัง ดังนั้น หากบริษัทขาดศักยภาพในการบริหารก็ไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่นักลงทุนสไตล์ใด
ก็ตาม จะต้องถือหุ้นตัวนี้อีกต่อไป แต่หากศํกยภาพ
โดดเด่นก็อยู่ที่ความพอเพียงของนักลงทุนแล้วกันที่จะตัดสินใจ


คำถาม: บ้านสวนยาง/บ้านแกวทนไฟ 5/8/53 GO!!! GO!!!
คำตอบ: ขอโทษพี่ sanpala5 ครับผมกำลังพิมพ์ข้อความจึงไม่ได้อ่านของพี่ เลย หลุด เรื่องต้นทุนไปนิดหนึ่งครับ ขอโทษจริงๆๆๆ ครับ อภัยให้น้องด้วยนะครับ


คำถาม: บ้านสวนยาง/บ้านแกวทนไฟ 5/8/53 GO!!! GO!!!
คำตอบ: สุขยอดเลยครับ คุณ tanasakorn และเพื่อนๆ ทุกคนที่ร่วมกันวิเคราะห์นะครับ วันนี้ผมเองอาจจะเข้ามาหลายครั้งกว่าปกติ เพราะผมกำลังซับสนในการวิเคราะห์ และทางเดินที่ผมกำลังทำทางอยู่ จึงอยากได้หลายๆ มุมมอง มาช่วยกันวิเคราะห์ ซึ่งการวิเคราะห์ผมชอบครับ เราไม่ได้เชียร์ว่าหุ้นจะต้องวิ่งวันวิ่งคืน แต่เรามาวิเคราะห์ธุรกิจกัน ซึ่งผมคิดว่านี้คือ ห้องเรียนห้องใหญ่ของผมเลยนะครับ และข่าวดีของคุณ tanasakorn ก็ยิ่งน่าสนใจเข้าไปอีกครับ แต่อย่าลืมนะเพื่อนๆ ถ้ามีข่าวร้ายอะไร ก็มาร่วมกันวิเคราะห์ หรือส่งสัญญาณกันด้วยนะครับ เราจะไม่กระต่ายตื่นตูม แต่เราจะเป็นนักลงทุนอย่างแท้จริง
ท้ายนี้ ผมยังไม่เคยคุยกับคุณ soawnui เอาเป็นว่าผมเป็นห่วงแหละกันนะครับ ในฐานะนักลงทุนเหมือนกัน ผมมีสมุนไพรอยู่ 2 ชนิด ที่อยากจะแนะนำนะครับ คือ 1. ลูกสำรอง (พุงทลาย) สมุนไพรชนิดนี้นะครับ ถ้าดื่มเป็นประจำป้องกันหวัดได้ดีครับ
2. ฟ้าทลายโจร อันนี้เป็นสมุนไพรเย็นนะครับ กินเป็นประจำไม่ได้ แต่เมื่อรู้สึกว่าจะเป็นหวัด โดยเฉพาะ 2010 เด็ดใบเคี่ยวเลยครับ 3-5 ใบ 3 เวลา ครับ ไม่นานวันก็จะหายครับ
ที่กล่าวมาทั้ง 2 ตัว ผมมีหมดครับ น้ำสำรองผมต้มกินเป็นประจำครับ สรรพคุณ จับไขมัน ลดหน้าท้อง (เด่นมาก) ลดไขมันในเส้นเลือด ป้องกันหวัด
ฟ้าทลายโจร ผมปลูกไว้ที่บ้าน ปลูกง่ายครับ ปล่อยตามมีตามเกิดขึ้นกระจายเต็มบ้านครับ เวลาผมจะไม่สบายก็ไปเด็ดมาเคี่ยวหายครับ
หายเร็วนะครับ


คำถาม: สำหรับชาวสวนยาง วันนี้ไม่มีใครเปิดบ้านเลยแฮะ เปิดให้เลยละกัน
คำตอบ: สวัสดีครับ เพื่อน trubb ทุกท่านครับ

กำไรไตรมาส 2 ออกมาแล้วนะครับ เล่นทำเอาซะเพื่อนๆ แตกกระเจิงเลย ฮิๆๆ แต่ผมขอให้เพื่อนที่กำลังตกกระใจหันมามีสติกันสักนิดนะครับ
จริงๆ แล้วผมเคยออกมาวิเคราะห์หุ้นตัวนี้หลายครั้งหลายหน และเคยวิเคราะห์พื้นฐานของหุ้นตัวนี้มาแล้วในอดีต ว่า หุ้นตัวนี้ ถ้ากำไรอยู่ประมาณ 600 ล้านบาท ราคาน่าจะอยู่ที่ 18 - 20 บาท แต่หากกำไรไปถึง 750 ล้านบาท ก็น่าจะไปถึง 22 - 28 บาท ทีเดียว เพราะมองที่เงินปันผลนะครับนโยบาย 60 %
******ผมก็ยอมรับว่าในไตรมาส 2 ผมก็หวังลึกๆ ว่าไม่น่าจะขี้เหร่จากไตรมาส 1 ผมเนื่องจากพิจารณาทั้งอุปสงค์กับอุปทาน และคาดว่าจะได้เป็นกำไรไปถึง 750 ล้านบาท คือ รายได้ประมาณ12,000 - 15,000 ล้านบาท
******แต่ผลประกอบการได้ออกมาแล้วนะครับ ก็พิสูจน์แล้วว่าโอกาสจะไปถึง 750 ล้านบาทคงเป็นไปไม่ได้แล้ว แต่กำไรที่เกิดขึ้นนี้มิได้อยู่นอกเหนือความคาดหมายเลยนะครับ เพราะธุรกิจนี้มี ค่าใช้จ่ายประมาณ 93% แต่หากหักภาษีแล้ว จะอยู่ประมาณ 95% ซึ่งกำไรที่เกิดขึ้นนี้ คือ กำไรพื้นฐานของบริษัทตามคาดครับ เพราะผมเคยตั้งสมมุติฐานว่าหากรายได้บริษัทไปได้ถึง 10,000 ล้านบาท ตามที่ผู้บริหารได้ให้ข่าวไว้นั้น (ธุรกิจพวกนี้น่าจะมีออร์เดอร์ไว้ล่วงหน้าแล้วก่อนจะให้ข่าว) กำไรก็จะไปที่ 600 - 700 ล้าน และเมื่อหักภาษีอื่นๆ แล้ว จะอยู่ประมาณ 500 - 600 ล้านบาท ซึ่งจะจ่ายปันผลประมาณ 0.70 - 0.80 บาท/หุ้น
************ดังนั้น ราคาหุ้นก็น่าจะวิ่งไปได้ที่ 15 -20 บาท แล้วแต่ตลาดจะให้ผลตอบแทบจากการลงทุนระหว่าง 3% -5% ทำให้ปัจจุบันครึ่งปีบัญชีกำไรควรอยู่ที่ 250 - 300 ล้านบาท ซึ่งผลก็ออกมาแล้วอยู่ที่ 294 ล้านบาท ผมถือว่าอยู่ในจุดที่น่าพึงพอใจครับ
ดังนั้นสิ่งที่ท่านจะต้องติดตาม คือ กำไรไตรมาส 3 รวมแล้วไม่ควรจะต่ำกว่า 380 - 450 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งรายได้ต้องเฉลี่ยอย่างน้อยไตรมาสละ 2,500 ล้านบาท แต่เราได้อนิสงค์จากไตรมาสหนึ่งถึง 3,100 ล้านบาท และไตรมาส 2 อีกเกือบ 2,700 ล้านบาท ทำให้ไตรมาส 3 และ 4 ก็เบาลงได้นะครับ
****************ส่วนในปีถัดไปท่านอย่าลืมในเรื่องการเติบโตของธุรกิจยางนี้นะครับ จาก อุปสงค์ อุปทาน และการฟื้นตัวของธุรกิจรถยนต์ รวมถึงราคายางที่มีเสถียรภาพ ส่วนบริษัท trubb กับการขยายธุรกิจ โดยเฉพาะยางแท่ง กับยางคอมพาวด์ ที่เป็นการขยายธุรกิจผลิตวัตถุดิให้แก่โรงงานยางล้อรถยนต์ และชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ซึ่งนี้แหละคือเทรนในช่วงเวลานี้เลย
**************ท้ายนี้ผมคิดว่าการที่ราคาหุ้นตกลงมากในวันนี้ ไม่แปลกหลอกครับ เพราะผู้ลงทุนทุกคนก็ปราถนาผลกำไรของบริษัทที่ควรจะสูงกว่าไตรมาส 1 เพื่อทำให้ราคาหุ้นถีบตัว แต่ถ้าท่านได้พิจารณาดูกันแล้วจะเห็นว่าผลประกอบการมันก็เติบโตมาอย่างถูกทางแล้วนี้ครับ
----------------สุดท้ายราคามันก็วิ่งไปหาพื้นฐานของมันเอง----------
----------------และในประวัติศาสตร์ไม่เคยมีสิ่งใดสร้างเสร็จแค่เพียงข้ามคืน โชคดีนะครับ--------------------------------------------------
----------------นะมะอะอุ สุนะโมโร นะโมพุทธายะ นะชาลีติ---------


คำถาม: งบtrubbถือว่าน่าผิดหวังแต่....
คำตอบ: ผมเห็นด้วยกับพี่ tiger และผมเองก็มีแนวคิดเหมือนกับพี่ tiger

ผมขออนุญาติ ทักทายเพื่อน trubb ทุกท่านครับ

และขอร่วมออกความเห็นครับ ถูกผิดประการใดช่วยกันแลกเปลี่ยนนะครับ

กำไรไตรมาส 2 ออกมาแล้วนะครับ เล่นทำเอาซะเพื่อนๆ แตกกระเจิงเลย ฮิๆๆ แต่ผมขอให้เพื่อนที่กำลังตกกระใจหันมามีสติกันสักนิดนะครับ
จริงๆ แล้วผมเคยออกมาวิเคราะห์หุ้นตัวนี้หลายครั้งหลายหน และเคยวิเคราะห์พื้นฐานของหุ้นตัวนี้มาแล้วในอดีต ว่า หุ้นตัวนี้ ถ้ากำไรอยู่ประมาณ 600 ล้านบาท ราคาน่าจะอยู่ที่ 18 - 20 บาท แต่หากกำไรไปถึง 750 ล้านบาท ก็น่าจะไปถึง 22 - 28 บาท ทีเดียว เพราะมองที่เงินปันผลนะครับนโยบาย 60 %
******ผมก็ยอมรับว่าในไตรมาส 2 ผมก็หวังลึกๆ ว่าไม่น่าจะขี้เหร่จากไตรมาส 1 ผมเนื่องจากพิจารณาทั้งอุปสงค์กับอุปทาน และคาดว่าจะได้เป็นกำไรไปถึง 750 ล้านบาท คือ รายได้ประมาณ12,000 - 15,000 ล้านบาท
******แต่ผลประกอบการได้ออกมาแล้วนะครับ ก็พิสูจน์แล้วว่าโอกาสจะไปถึง 750 ล้านบาทคงเป็นไปไม่ได้แล้ว แต่กำไรที่เกิดขึ้นนี้มิได้อยู่นอกเหนือความคาดหมายเลยนะครับ เพราะธุรกิจนี้มี ค่าใช้จ่ายประมาณ 93% แต่หากหักภาษีแล้ว จะอยู่ประมาณ 95% ซึ่งกำไรที่เกิดขึ้นนี้ คือ กำไรพื้นฐานของบริษัทตามคาดครับ เพราะผมเคยตั้งสมมุติฐานว่าหากรายได้บริษัทไปได้ถึง 10,000 ล้านบาท ตามที่ผู้บริหารได้ให้ข่าวไว้นั้น (ธุรกิจพวกนี้น่าจะมีออร์เดอร์ไว้ล่วงหน้าแล้วก่อนจะให้ข่าว) กำไรก็จะไปที่ 600 - 700 ล้าน และเมื่อหักภาษีอื่นๆ แล้ว จะอยู่ประมาณ 500 - 600 ล้านบาท ซึ่งจะจ่ายปันผลประมาณ 0.70 - 0.80 บาท/หุ้น
************ดังนั้น ราคาหุ้นก็น่าจะวิ่งไปได้ที่ 15 -20 บาท แล้วแต่ตลาดจะให้ผลตอบแทบจากการลงทุนระหว่าง 3% -5% ทำให้ปัจจุบันครึ่งปีบัญชีกำไรควรอยู่ที่ 250 - 300 ล้านบาท ซึ่งผลก็ออกมาแล้วอยู่ที่ 294 ล้านบาท ผมถือว่าอยู่ในจุดที่น่าพึงพอใจครับ
ดังนั้นสิ่งที่ท่านจะต้องติดตาม คือ กำไรไตรมาส 3 รวมแล้วไม่ควรจะต่ำกว่า 380 - 450 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งรายได้ต้องเฉลี่ยอย่างน้อยไตรมาสละ 2,500 ล้านบาท แต่เราได้อนิสงค์จากไตรมาสหนึ่งถึง 3,100 ล้านบาท และไตรมาส 2 อีกเกือบ 2,700 ล้านบาท ทำให้ไตรมาส 3 และ 4 ก็เบาลงได้นะครับ
****************ส่วนในปีถัดไปท่านอย่าลืมในเรื่องการเติบโตของธุรกิจยางนี้นะครับ จาก อุปสงค์ อุปทาน และการฟื้นตัวของธุรกิจรถยนต์ รวมถึงราคายางที่มีเสถียรภาพ ส่วนบริษัท trubb กับการขยายธุรกิจ โดยเฉพาะยางแท่ง กับยางคอมพาวด์ ที่เป็นการขยายธุรกิจผลิตวัตถุดิให้แก่โรงงานยางล้อรถยนต์ และชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ซึ่งนี้แหละคือเทรนในช่วงเวลานี้เลย
**************ท้ายนี้ผมคิดว่าการที่ราคาหุ้นตกลงมากในวันนี้ ไม่แปลกหลอกครับ เพราะผู้ลงทุนทุกคนก็ปราถนาผลกำไรของบริษัทที่ควรจะสูงกว่าไตรมาส 1 เพื่อทำให้ราคาหุ้นถีบตัว แต่ถ้าท่านได้พิจารณาดูกันแล้วจะเห็นว่าผลประกอบการมันก็เติบโตมาอย่างถูกทางแล้วนี้ครับ
----------------สุดท้ายราคามันก็วิ่งไปหาพื้นฐานของมันเอง----------
----------------และในประวัติศาสตร์ไม่เคยมีสิ่งใดสร้างเสร็จแค่เพียงข้ามคืน โชคดีนะครับ--------------------------------------------------
----------------นะมะอะอุ สุนะโมโร นะโมพุทธายะ นะชาลีติ---------

หน้าที่ :    ถัดไป      มีทั้งหมด -1 หน้า