หน้าหลัก > ชุมชนนักลงทุน > เว็บบอร์ด
เว็บบอร์ด : ห้องนักลงทุน | ห้อง TFEX | ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ | สมาชิกพิเศษ
 

กระทู้ถาม ข้อความ
โดยคุณ
5 Oct. 2012 สรุปภาวะตลาด

SET Index เปิดตลาดที่ 1311.40 จุด
ต่ำสุด 1308.63 จุด
สูงสุด 1314.28 จุด
ปิดตลาดที่ 1311.35 จุด เพิ่มขึ้น 4.72 จุด
มูลค่าซื้อขาย 38,003 ล้านบาท

Intraday Chart

เขียนเมื่อ : 5 Oct 2012 17:39:15     58.11.67.xxx

 


ความคิดเห็นที่ 1
เขียนเมื่อ : 5 Oct 2012 17:47:48     58.11.67.xxx
โดยคุณ
############
SET Index 5/10/12
############


ความคิดเห็นที่ 1.1
เขียนเมื่อ : 6 Oct 2012 06:54:26    58.8.141.xxx
โดยคุณ
#####################
SET Index 5/10/12 จาก Settrade
#####################


ความคิดเห็นที่ 2
เขียนเมื่อ : 5 Oct 2012 17:50:00     58.11.67.xxx
โดยคุณ
##########################
การจัดลำดับตามมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5/10/12
##########################


ความคิดเห็นที่ 3
เขียนเมื่อ : 5 Oct 2012 18:08:21     58.11.67.xxx
โดยคุณ
RA 5/10/12
1-20


ความคิดเห็นที่ 3.1
เขียนเมื่อ : 5 Oct 2012 18:10:18    58.11.67.xxx
โดยคุณ
21-40


ความคิดเห็นที่ 4
เขียนเมื่อ : 5 Oct 2012 18:12:41     202.12.118.xxx
โดยคุณ
ขอบคุณสำหรับข้อมูล สุขสันต์วันหยุดครับ

ความคิดเห็นที่ 5
เขียนเมื่อ : 5 Oct 2012 18:36:55     202.143.146.xxx
โดยคุณ
สวัสดีค่ะคุณป้านิ

ความคิดเห็นที่ 6
เขียนเมื่อ : 5 Oct 2012 21:22:28     125.25.152.xxx
โดยคุณ
สวัสดีป้านิ และทุกคน
Happy กับการรับหุ้นStepหนึ่งกันนะครับ หุ้นธนาคารสองหุ้นที่ขึ้น
ไม่สนุกเท่าASมั๊ง
ติดตามอย่างใจเย็นนินุง
เดี๋ยวมาอ่านRAวันอาทิตย์ครับผม

ความคิดเห็นที่ 7
เขียนเมื่อ : 6 Oct 2012 00:51:58     110.171.25.xxx
โดยคุณ
ชอบบทสรุปของ ป้าครับขอบคุณป้ามากๆ

ความคิดเห็นที่ 8
เขียนเมื่อ : 6 Oct 2012 19:18:47     58.8.141.xxx
โดยคุณ
USD/THB 06/10/12


ความคิดเห็นที่ 9
เขียนเมื่อ : 6 Oct 2012 19:19:18     58.8.141.xxx
โดยคุณ
Dow Jones 06/10/12


ความคิดเห็นที่ 10
เขียนเมื่อ : 7 Oct 2012 11:32:08     110.171.172.xxx
โดยคุณ
ดูRAแล้ว ยังไม่บอกหุ้น กลัวความเสี่ยงครับ
ไม่อยากให้นลท.ซื้อเพิ่ม
แนะนำว่า Let Profit Run ทะยอยขาย
เอากำไรซื้อหุ้นราคาเล็ก เก็บทุนไว้เรื่อยๆ
ไม่ควรเข้าบอร์ดบ่อยๆเกินไป เลือกอ่านแต่กระทู้ข้อมูล
วิเคราะห์เองดีที่สุดครับ

เล่นหุ้นต้องยอมรับความจริงด้วยครับ(ผมก็ชื่นชมยินดีกลุ่มคุณเจริญ แม้ผมไม่ได้ซื้อหุ้นเค้าเป็นส่วนใหญ่)

ความจริงคือ
หุ้นดีมีเต็มตลาดหุ้น แต่หุ้นขึ้นเพราะคนรวยซื้อครับ ข่าวคนรวยซื้อหุ้นตัวนี้ตัวนั้น สร้างแรงซื้อมาก แต่ถ้าติดดอยก็ไม่ควรมาระบายให้ใครฟัง เพราะบทเรียนแบบนี้มีเยอะแล้ว เมื่อมีหุ้นขึ้น SETขึ้น หุ้นเราอาศัยตามSETขึ้นได้บ้าง ควรขอบคุณกันและกัน

ความคิดเห็นที่ 11
เขียนเมื่อ : 7 Oct 2012 13:07:55     110.171.172.xxx
โดยคุณ
ผมหยุดแนะนำหุ้นสักพัก เพราะกลุ่มเก็บเงินขึ้นอีกรอบ SETจะไป 1342จุด หรือเลยไป ก็คงไม่เร้าใจ เพราะบอกเสมอว่าพูดหุ้นที่กลุ่มมีเท่านั้นนะ C Clubคงจำได้ หุ้นตัวที่เหลืออยู่ก็พิจารณาเป็นวันวันไปครับ
ไม่ได้อยากให้SETตกนะครับ

ความคิดเห็นที่ 12
เขียนเมื่อ : 7 Oct 2012 14:38:37     58.8.53.xxx
โดยคุณ
ขอบคุณค่ะ คุณครู

ความคิดเห็นที่ 13
เขียนเมื่อ : 8 Oct 2012 09:58:23     58.8.237.xxx
โดยคุณ
บล.เกียรตินาคิน : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 08/10/55

KKS View: ?ประเมินปัจจัยลบจากกรีซจะจบก่อน พ.ย.55 ขณะที่ปัจจัยบวกที่มีอยู่หนุน SET
ถอยไม่หลุด 1,285 จุด เป้าเหนือ 1,317 จุด?
เรามองตลาดหุ้นไทยในระยะสั้นยังคงเป็นขาขึ้น แม้ว่าจะมีปัจจัยกดดันจากการ
ที่รัฐบาลกรีซออกมาระบุว่าอาจไม่มีเงินเพียงพอที่จะบริหารประเทศ หากไม่ได้รับเงินกู้รอบใหม่
ภายในเดือน พ.ย.2555 เนื่องจากเราค่อนข้างมั่นใจว่าสุดท้ายหลังการพบกับระหว่างนายก
รัฐมนตรีของกรีซ และเยอรมันในวันพรุ่งนี้ จะนำไปสู่การที่กรีซจะได้รับเงินกู้รอบต่อไปจาก
Troika ขณะที่ปัจจัยหนุนหลักของตลาดหุ้นโลกในสัปดาห์นี้จะอยู่ที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐโดย
เฉพาะภาคการจ้างงานที่ออกมาดี หลังจากที่ล่าสุดสหรัฐประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาค
เกษตรเดือน ก.ย.2555 ออกมาเพิ่ม 1.14 แสนตำแหน่ง จาก 9.6 หมื่นตำแหน่งใน ส.ค.2555
และตัวเลขอัตราการว่างงานเดือน ก.ย.2555 ลดลงสู่ระดับ 7.8% จาก 8.1% ในเดือน
ส.ค.2555 โดยที่เราไม่ให้น้ำหนักว่าตัวเลขที่ออกมาเป็นเพียงผลจาก Conspiracy Theory
ก่อนการเลือกตั้งสหรัฐตามที่มีหลายฝ่ายออกมาวิจารณ์
แม้ว่าในสัปดาห์จะมีปัจจัยใหม่เข้ามา จากการที่ตลาดหุ้นสหรัฐจะเริ่มประกาศผลการ
ดำเนินงานใน3Q55 ออกมาตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป (Alcoa, Chevron และ Yum! เป็นตัว
แรก) ซึ่งตลาดส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าจะเป็นปัจจัยลบ เนื่องจาก Consensus ประเมินว่ากำไร
สุทธิโดยเฉลี่ยของ S&P500 จะลดลง -2.4% YoY อย่างไรก็ดีเรามองว่าถ้า SET พักตัวลงจาก
เรื่องนี้เป็นโอกาสในการเข้าซื้อ เนื่องจากเรามองว่ามุมมองของ Consensus อาจเลวร้ายเกิน
ไป และจะทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐได้ประโยชน์จาก Earnings Surprise อีกครั้ง เนื่องจากในเชิง
สถิติช่วง 6 ไตรมาสล่าสุด ในดัชนี S&P500 มีสัดส่วนบริษัทที่ประกาศผลการดำเนินงานรายไตร
มาสออกมาดีกว่าที่ Consensus คาด (มี Positive Earnings Surprise) โดยเฉลี่ยสูงถึง
65.9% ดังนั้นแม้ว่าเราจะประเมินว่าถ้า SET ยังปิดไม่ต่ำกว่า 1,285 (+/-5) จุด จะมี
เป้าหมายก่อนการเลือกตั้งสหรัฐอยู่เหนือ 1,317 จุด

กลยุทธ์การลงทุน
ในหุ้นระยะสั้น (1-2 สัปดาห์) : แนะนำ ?อ่อนตัวซื้อ? หรือ ?ถือต่อ? กรณี SET ปิด
ไม่ต่ำกว่า 1,285 (+/-5) จุด โดยมีเป้าขายก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเหนือ 1,317 จุด
โดยเน้นหุ้น Top Pick ใน ต.ค.2555 ของเราได้แก่ TISCO, SAT, BCH, PS, BCP ร่วมกับ
KBANK, BBL, SAMART, THCOM, TRUE, RS, CPALL, GLOBAL, PTTGC, TOP,
SIRI, QH, RML และ ITD ขณะที่หุ้นเด่นวันนี้แนะนำ ?เก็งกำไร? BTS และ TRUE
ในหุ้นระยะกลาง (1-3 เดือน) : กรณี SET ปิดไม่ต่ำกว่า 1,285 (+/-5) จุด
แนะนำ ?คงสัดส่วนการลงทุน? ในหุ้นไว้ที่ 75% ของพอร์ต (KBANK, AMATA, TOP, RML,
RS, AH, THCOM)

หุ้นเด่นวันนี้
BTS (+) : จะรับรู้กำไรจากการขายหุ้นของ VGI ที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาด
หลักทรัพย์วันที่ 11 ต.ค.2555 และ รับรู้กำไรจากการขายที่ดินที่ไม่ได้สร้างรายได้หลักแม้ว่า
จะเป็นกำไรที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวแต่ถือเป็นเงินสดที่เข้ามาช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน
ขณะที่ธุรกิจหลักในการเดินรถไฟฟ้ายังเติบโตดีจากจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นสูง 10% จากการ
เพิ่มตู้โดยสารรถไฟฟ้าเพิ่มอีก 35 ตู้ แนะนำ ''ซื้อเก็งกำไร'' โดยในทางเทคนิคมีแนวรับ 5.75/
5.55 บาท และแนวต้าน 6.00/ 6.50 บาท
TRUE (+) : แม้ว่าหุ้นจะถูกกดดันจาก 2 ประเด็นการแก้ไขสัญญายืดเยื้อเพราะยัง
มีความเห็นต่างเกี่ยวกับวิธีการแก้ไขสัญญากับ กสท. และแนวโน้มใน 3Q55 คาดว่าจะขาดทุน
ใกล้เคียง 2Q55 แต่มองว่าการเปิดประมูลคลื่น 2.1GHz ของ กสทช. วันที่ 16 ต.ค.2555 ยัง
เป็นปัจจัยบวก และจะมูลค่าหุ้นที่เราประเมินอาจเพิ่มขึ้นถ้าต้นทุนค่าใบอนุญาตต่ำลง ขณะที่เงินกู้
ที่เหลือราว 6-7 พันล้านบาท และการขายหุ้นกู้ 6 พันล้านบาทเพียงพอต่อการชำระเงินประมูลคลื่น
งวดแรก แนะนำ ?ซื้อเก็งกำไร? มูลค่าเหมาะสม 5.80 บาท
พอร์ตหุ้นเล่นรอบ 1 เดือน : สัดส่วนการลงทุนในหุ้น 75% และเงินสด 25%
พอร์ตลงทุนความเสี่ยงสูง (High Risk Portfolio) ได้แก่ AOT, RML, BWG,
HEMRAJ, SCB, RS และ THCOM โดยที่ในสัปดาห์ที่ผ่านมาให้ผลตอบแทนถ่วงน้ำหนักที่
+5.94% (SET +0.97%) และหุ้นที่ให้ผลตอบแทนดีสุด คือ BWG (+9.82%) และ RML
(+8.62%) ส่งผลให้ตั้งแต่ต้นปี 55 ให้ผลตอบแทน +56.29% (SET +27.90%)
พอร์ตลงทุนความเสี่ยงต่ำ (Defensive Portfolio) ได้แก่ TUF, BGH, DTAC,
STEC, GLOBAL, AH และ SIRI โดยที่ในสัปดาห์ที่ผ่านมาให้ผลตอบแทนถ่วงน้ำหนักที่
+1.80% (SET +0.97%) และหุ้นที่ให้ผลตอบแทนดีสุด คือ SIRI (+7.69%) และ AH
(+6.45%) ส่งผลให้ตั้งแต่ต้นปี 55 ให้ผลตอบแทน +57.59% (SET +27.90%)






เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 08/10/12 เวลา 9:33:29

ความคิดเห็นที่ 14
เขียนเมื่อ : 8 Oct 2012 10:03:03     58.8.237.xxx
โดยคุณ
บล.ธนชาต : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 08/10/55

Market Outlook
กำไร 3Q12 จะเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางหุ้นรายตัว: SET ปรับสูงขึ้น 0.36%
ปิดที่ 1,311.35 จุด นำโดยหุ้นกลุ่มสื่อสาร พลังงาน รวมไปถึงหุ้นขนาดกลาง-เล็ก ด้วย
มูลค่าการซื้อขาย 3.8 หมื่นล้านบาท นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นสุทธิ 538 ล้านบาท...
การที่ SET สามารถยืนได้เหนือระดับแนวต้น 1,310 จุด ถือว่าเป็นปัจจัยบวกเชิง
เทคนิคและมีแนวต้านถัดไปบริเวณ 1,315-1,320 จุด ขณะที่อัตราการว่างงานสหรัฐฯ
ที่ปรับลดลงเหลือ 7.8% ในเดือน ก.ย.แม้จะเป็นสัญญาณบวกทางเศรษฐกิจ แต่ทำให้
ความคาดหวังต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมลดลงเช่นกัน ขณะที่แนวโน้ม
SET ระยะ 1 เดือนข้างหน้าจะอยู่ในรูปแบบ ?เลือกลงทุน? รายหุ้นตามกำไร 3Q12
ยังกังวลต่อการพักฐานระยะสัปดาห์...?เก็งกำไร? ระยะสั้นเท่านั้น: แม้ SET
สามารถยืนได้เหนือ 1,310 จุด แต่เรายังมอง Upside จำกัดที่ 1,315-1,320 จุด
เท่านั้น และคงมีความกังวลต่อแนวโน้มการพักฐานระยะสัปดาห์ ทำให้เราแนะนำ
เพียง ?เก็งกำไร? ระยะสั้นตามโมเมนตัมด้านราคาเท่านั้น (ดูรายงานทางเทคนิค
ประกอบ) ขณะที่แนะนำ ?ทยอยสะสม? BTS เนื่องจากคาดว่าจะได้รับผลบวกจาก
การเข้ามา Listed ของ VGI วันที่ 11 ต.ค.นี้

Recap of The Quant & The Tactical:
แนะนำ BTS, GLOW, SIRI, THCOM และ TUF เป็นหุ้นเด่น 5 ตัว สำหรับ
การลงทุนระยะสัปดาห์ต่อเนื่อง
BTS: มีแนวโน้มทดสอบแนวต้าน 6.0-6.2 บาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก 1) ธุรกิจ
BTS มีความมั่นคงสูง 2) การ IPO หุ้น VGI เป็น Catalyst เชิงบวกระยะสั้น-ยาว 3)
มีโอกาสขายที่ดินเพิ่มอีกในช่วงที่เหลือของปี และ 4) มีโอกาสจ่ายเงินปันผลพิเศษ
หุ้นทางเลือก: GUNKUL (ระยะสั้นที่ลุ้นปรับสูงขึ้นไปที่ 19.6-19.8 บาท), BGH
(กำไร 3Q12 แข็งแกร่งจากแนวโน้มกำไร 3Q13 แข็งแกร่ง), BIGC (เป้าหมายระยะ
สั้นที่ 208/220 บาท ขณะที่ทางพื้นฐานที่ 270 บาท)...?ขาย? DTAC หลังราคาปรับ
ลดลงต่ำกว่า Trailing Stop ที่ 90.0 บาท

Technical
SET: สัปดาห์นี้คาดว่าจะยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 1300-1320 จุด
เช่นเดิม โดยคาดว่าจะเกิดสัญญาณขายที่ 1320 จุด
วันนี้หุ้นที่แนะนำซื้อ: AJ ทำยอดสูงสุดใหม่รอบ 1 เดือน คาดว่าจะ
ทดสอบ 16.50-17.50 บาท TIPCO เป้าหมาย 6.50 บาท
เมื่อวานนี้หุ้นที่แนะนำซื้อ: TTA รอจังหวะขายเมื่อทดสอบแนวต้าน
18.20 บาท MAJOR กำลังทดสอบแนวต้าน 19.60 บาท
หุ้น Most Active: ซื้อ BAY มีจังหวะขึ้นทดสอบแนวต้าน 33.00
บาท รอผ่านซื้อเพิ่ม เป้าหมายถัดไป 35.50 บาท BTS แนวโน้มขึ้น
คาดว่าจะทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 6.00 บาท ขาย CPF หลุดต่ำกว่า
35.50 บาท

TFEX Recommendation
S50Z12: แนะนำ ?Trading? ในกรอบ 888-898 จุด รอสัญญาณ
ยืนยันทิศทางตลาดระยะสัปดาห์ไปก่อน โดยเรายังมองว่า SET มีความ
เสี่ยงจากการพักฐานระยะสัปดาห์ต่อเนื่อง
GFV12: แนะนำ ?Trading? ในกรอบ 25,900-26,200 บาท รอ
ยืนยันแนวโน้มราคาทองคำระยะกลางไปก่อน โดยตัวเลขการจ้างงาน
สหรัฐฯ ที่ออกมาดีเป็นปัจจัยหนุนค่าเงินดอลลาร์ฯ และกดดันราคา
ทองคำเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา
BRV12: แนะนำ ?Trading? ในกรอบ 3400-3450 โดยสถานะ Short
ควรถูกปิดไปแล้วตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา และควร ?รอเปิด? สถานะ
Short อีกครั้ง เมื่อ BRV12 ปรับลดลงต่ำกว่า 3400 โดยยังมองราคา
น้ำมันมีแนวโน้มปรับลดลงในระยะสัปดาห์





เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 08/10/12 เวลา 9:38:47

ความคิดเห็นที่ 15
เขียนเมื่อ : 8 Oct 2012 10:14:51     58.8.237.xxx
โดยคุณ
บล.ทิสโก้ : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 08/10/55

สรุปภาวะตลาดวันก่อน : SET +4.72 จุด รับตัวเลขศก.สหรัฐฯ ดีกว่าคาด
หุ้นไทยยืนแกว่งแดนบวกตลอดทั้งวัน ขานรับจำนวนขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐฯ ราย
สัปดาห์ และคำสั่งซื้อสินค้าภาคโรงงานเดือน ส.ค. ดีกว่าคาด ขณะที่ ECB ระบุพร้อมเข้าซื้อ
บอนด์ทันทีเมื่อเงื่อนไขเสร็จสมบูรณ์ ต่างชาติซื้อสุทธิ 538 ลบ. ทั้งเดือน ต.ค. (MTD) มียอดซื้อ
สุทธิรวม 3.55 พันลบ.

ทิศทางตลาดวันนี้ : อ่อนลงกรอบแคบ รอความคืบหน้าแก้หนี้ยุโรป
หุ้นโลกเมื่อคืนวันศุกร์ (5 ต.ค.) ส่วนใหญ่ปิดบวก ขานรับอัตราการว่างงานสหรัฐฯ ลดลง
อย่างผิดคาดจากระดับ 8.2% ในเดือน ส.ค. มาที่ 7.8% ในเดือน ก.ย. ต่ำสุดนับแต่ ม.ค. 52
อย่างไรก็ดี นลท.มีการเทขายทำกำไรสลับออกมาช่วงท้ายตลาด ส่งผลให้ราคาหุ้นลดช่วงบวกลง
(ดัชนี S&P500 และ NASDAQ พลิกมาติดลบ) คาด SET อ่อนลงในกรอบแคบ ๆ ออกข้าง
จาก (1) รอความคืบหน้าแก้หนี้ยุโรป เนื่องจากจะมีการประชุมรมต.คลังยูโรโซนในวันที่ 8-9 ต.
ค. นี้ (2) รอผลประกอบการบจ.สหรัฐฯ ที่จะเริ่มทยอยประกาศในสัปดาห์นี้ อาทิ Alcoa 9 ต.ค.,
Chevron 10 ต.ค. และ JP Morgan 12 ต.ค. (3) ราคาน้ำมันพลิกกลับมาต่ำกว่าระดับ 90
ดอลล์/บาร์เรลอีกครั้ง แนวต้าน 1312-15 แนวรับ 1305+/-

กลยุทธ์การลงทุน : หาจังหวะเลือกซื้อเป็นรายตัว ลงซื้อ-ขึ้นขาย
ขณะที่ SET ยังคงเดินหน้าสูงขึ้นเรื่อย ๆ มีปัจจัยติดตามที่สำคัญในสัปดาห์นี้ คือ ผล
ประกอบการบจ. US และความคืบหน้าแก้หนี้ยุโรป เรามองการลงทุนช่วงสัปดาห์นี้ต้องติดตาม
สถานการณ์ใกล้ชิด เรายังแนะนำการเทรดดิ้งสั้น ๆ เป็นรายตัว โดยเฉพาะหุ้นขนาดกลาง-เล็ก
(ทั้งตลาด SET และ mai) หุ้นที่มีสัญญาณเชิงบวกเหมาะแก่การเทรดดิ้งระยะสั้น แนะนำ BAY,
BCP, FPI, PJW, POST, TICON อนึ่ง GOLD, VTE ติด Cash Balance ตามคาด มีผล
ตั้งแต่วันที่ 8-26 ต.ค.

หุ้นเด่นเล่นสั้น : BCP , TICON
BCP ? เราเพิ่งไปสัมภาษณ์ผู้บริหาร BCP การซ่อมแซมหน่วย CDU-3 จากเหตุไฟ
ไหม้ต้นเดือน ก.ค. ใกล้เสร็จสิ้น โดยคาดจะกลับมาเดินเครื่องผลิตได้ใน 18 ต.ค. ซึ่งจะทำให้
กำลังการกลั่นเพิ่มขึ้นอีก 20 KBD จากเดิม 80 KBD ผู้บริหารคาดใน 4Q55 จะสามารถดำเนิน
การกลั่นได้ที่ 110 KBD ต่อเนื่องในปี 56 กำไร 3Q55 คาดจะพลิกมีกำไรราว 800-900 ลบ.
จาก 2Q55 ที่ขาดทุนหนักจากสต็อกน้ำมัน ด้านธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ จะมีการ
ดำเนินการเชิงพาณิชย์ในเฟซ 2 ในต้นปีหน้า และคาดว่าธุรกิจโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์จะเป็นรายได้
สำคัญสำหรับ BCP ในอนาคต ซึ่งจะช่วยให้บริษัทมี EBITDA แตะระดับ 1 หมื่นลบ.ปี 58F
บริษัทจะร่วมโรดโชว์ที่อังกฤษกับตลท.ในวันที่ 10-11 ต.ค. นี้ด้วย
TICON ? เป็น 1 ใน 9 หุ้นที่ตลท.จะนำไปโรดโชว์ที่อังกฤษ กำไรปีนี้จะโตก้าวกระโดด
จากการฟื้นตัวหลังน้ำท่วมหนักปีที่แล้ว ขณะที่กำไรปีหน้ายังคงแข็งแกร่งต่อไป และน่ามีการขาย
สินทรัพย์เข้ากองทุนอสังหาฯ มากกว่าที่คาด ซึ่งถือเป็น upside ผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงถึง
7-8% ในช่วง 2 ปีข้างหน้า เราอยู่ระหว่างการปรับมูลค่าเหมาะสมขึ้นจากปัจจุบันที่ 13.4 บ.
(DCF) ส่วน CONSENSUS อยู่ที่ 14.5 บ.

ปัจจัยติดตาม
วันที่ ปท. เหตุการณ์
8 ต.ค. EU ประชุมคณะกรรมาธิการ ESM นัดแรก
GE ตัวเลขผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมันในเดือน ส.ค.
8-9 ต.ค. EU ประชุมรัฐมนตรีคลังสหภาพยุโรป เพื่อพิจารณาเงินกู้รอบ 2 ของกรีซ
9 ต.ค. WB-IMF ประชุมประจำปีของ World Bank และ IMF (ผู้อำนวยการ IMF แถลง
สุนทรพจน์ 11 ต.ค.)
JP ตัวเลขดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดของญี่ปุ่นในเดือน ส.ค.
UK ตัวเลขผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของอังกฤษในเดือน ส.ค.
GA ประมูลตั๋วเงินคลังกรีซ

ที่มา : Bloomberg, DB, TISCO Research



เรียบเรียง โดย ประน้อม บุญร่วม
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 08/10/12 เวลา 9:54:19

ความคิดเห็นที่ 16
เขียนเมื่อ : 8 Oct 2012 10:19:11     58.8.237.xxx
โดยคุณ
บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 08/10/55

กลยุทธ์วันนี้ Sideways
ประเด็นสำคัญวันนี้ ตลาดหุ้นไทยวันศุกร์ที่ผ่านมายังไม่ผ่าน 1315 จุด เกิดแรงขาย
ระหว่าง **** โมงการซื้อขาย ปิดตลาด บวก 4.72 จุด มาอยู่ที่ 1311.35 จุด ด้วยมูลค่าการ
ซื้อขาย 38,003 ล้านบาท
ต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยอีกครั้ง 538 ล้านบาท แต่กลับมา Short สุทธิ
ใน SET50 Futures เป็นวันแรกในรอบ 4 วันทำการ 366 สัญญา และซื้อสุทธิในตลาดตราสาร
หนี้ 5,176 ล้านบาท
MBKET ประเมินทิศทาง SET INDEX วันนี้แกว่งตัวในกรอบแคบ แต่มีโอกาสขยับ
และทะลุแนว 1,312 จุด สู่แนวต้าน 1,320+/- จุด ระหว่าง **** โมงการซื้อขาย หลังตัวเลขการจ้าง
งานของสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาด สถานการณ์ในกรีซดีขึ้น หลังการหารือกับ IMF มีความคืบหน้า
เชิงบวก ย่อมทำให้สถานการณ์การลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงช่วงสั้นยังมี Momentum เป็นบวกต่อ
เนื่อง เพียงแต่แนวต้าน 1,320 จุดเป็นจุดตัดอีกครั้งในรอบนี้
อย่างไรก็ตามด้านปัจจัยพื้นฐานเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจยังคงเปราะบาง ล่าสุด IMF
ปรับลด GDP โลกในปีนี้และปีหน้าลง จากวิกฤติหนี้ในยุโรปที่ยืดเยื้อ เป็นปัจจัยที่จำกัด Upside
Gain ในรอบสั้นนี้
ขณะที่กลุ่ม ICT วันนี้อาจเผชิญกับประเด็นเชิงลบ หลังนักวิชาการเตรียมยื่นระงับ
การประมูลใบอนุญาต 3G ในวันที่ 10 ต.ค. ต่อศาลปกครอง ซึ่ง KELIVE เชื่อว่าศาลฯ จะไม่รับ
พิจารณา
วันนี้ตลาดหุ้นญี่ปุ่น และสหรัฐฯ ปิดทำการ
MBKET แนะนำให้ ?ถือพอร์ตการลงทุน? เงินสด 55% และพอร์ตหุ้น 45%
KELIVE: ออกบทวิเคราะห์ MK แนะนำ ?ซื้อ? ราคาเหมาะสม 4.50 บาท
กลยุทธ์การลงทุนวันนี้: MBKET แนะนำ ?ถือพอร์ตการลงทุน? พร้อม ?ทยอยสะสม?
BTS/ MK
กลยุทธ์ทางเลือกวันนี้: MBKET แนะนำ ?พอร์ตที่ถือ Long ก่อนหน้า รับเสี่ยงสูงได้ รอ
แบ่งทำกำไรเป็นระยะ หลัง Upside จำกัดมากขึ้น แนวต้านที่เหลือช่วง 895-905/910 จุด?
ระดับจำกัดขาดทุนกำไรยกสูงขึ้นมาอยู่ที่ 885 จุด

Portfolio
HOLD: VNT/AP/ AMATA/ TUF/ MAJOR/ CPN/ SCC/ SPCG/ SMT/
AOT/ ERW/ AAV/ BTS/ TISCO/ PJW/ TOP / IRPC/ THAI/ TPIPL/ ROJNA/ RCI
Accumulative Buy: BTS/ MK

Technical View
แนวรับ 1300-1305, 1290 +/- และ 1265-1270 จุด แนวต้าน 1315 จุด หากไม่
หลุดต่ำกว่า 1265-1270 จุด ยังประเมินแนวโน้มภาพระยะกลางในทิศทางเชิงบวก





เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 08/10/12 เวลา 9:56:02

ความคิดเห็นที่ 17
เขียนเมื่อ : 8 Oct 2012 10:25:48     58.8.237.xxx
โดยคุณ
บล.ยูโอบีเคย์เฮียน : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 08/10/55

แนวโน้มตลาดวันนี้ : ปรับฐานเล็กน้อย
ปรับฐานเล็กน้อย โดยเช้านี้ตลาดหุ้นในภูมิภาคส่วนใหญ่ปรับตัวลงจากแรงขาย
ทำกำไร และราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลง แม้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา สหรัฐจะรายงานตัว
เลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.ย.?55 ดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ และอัตราการว่างงานลดลงสู่
7.8% ต่ำสุดในรอบเกือบ 4 ปี ทั้งนี้นักลงทุนบางส่วนอาจรอดูการประชุมรมว.คลังยูโรโซนในวันนี้
เพื่อดูความคืบหน้าในการแก้ไขวิฤติหนี้สิน รวมทั้งมีความระมัดระวังในการลงทุนเพิ่มขึ้นจากการ
เข้าสู่ฤดูการรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 3/55 ของบริษัทต่างๆในสัปดาห์นี้
แนวรับ/แนวต้าน: 1305/1316
กลยุทธ์ : เก็งกำไรหุ้นที่มีข่าวดีสนับสนุน
สัดส่วนการลงทุน: เงินสด 40%: พอร์ตหุ้น 60%

นักลงทุนระยะสั้น: เก็งกำไร LH, SCB, AMATA, KBANK, SCC, KTB, KSL,
SYMC, INTUCH, ROJNA
นักลงทุนระยะยาว: ทยอยซื้อหุ้นกลุ่มธนาคารและพลังงานที่บริเวณแนวรับ

จับข่าวมาเก็งกำไร
ROJNA เผย เหตุการณ์น้ำท่วมในบางพื้นที่ของจ.ปราจีนบุรี ไม่ส่งผลกระทบต่อ
โครงการสวนอุตสาหกรรมโรจนะ ปราจีนบุรี เนื่องจากนิคมฯของบริษัทห่างจากพื้นที่ที่
เกิดปัญหาน้ำท่วม และสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย นอกจากนี้ลูกค้ามีความมั่นใจจองพื้นที่ใน
โครงการไปแล้วกว่า 70% คาดจะทยอยขายได้ครบ 100% ในปี 2556
ความเห็น เก็งกำไร ROJNA consensus ให้ราคาพื้นฐาน 12.50 บาท

ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
+ ธนาคารแห่งประเทศไทยประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือน ก.ย. 55 เพิ่มขึ้นเนื่อง
จากฐานต่ำและในช่วง 3 เดือนที่เหลือของปีเงินเฟ้อยังคงจะทรงตัวในระดับสูง แต่ในภาพรวมทั่ง
ปี 55 ยังอยู่ในระดับที่คาดการณ์ไว้ที่จะเพิ่มขึ้น 2.9%
- กระทรวงการคลังได้เสนอแผนบริหารหนี้สาธารณะโดยจะมีการกู้เงินใหม่จำนวน 9.6
แสนล้านบาทซึ่งจะส่งผลให้สัดส่วนหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นจาก 44% เป็น 47.5% ต่อจีดีพี และหาก
มีการกู้เงินเพื่อรับจำนำข้าวจำนวน 4.05 แสนล้านบาทจะทำให้สัดส่วนหนี้เกิน 50% ของจีดีพี

ปัจจัยต่างประเทศ
+ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 34.79 จุด หรือ 0.3% สู่ 13,610.15
จุด หลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรเพิ่มขึ้น 114,000 ตำแหน่งมากกว่าที่คาดการณ์
และอัตราการว่างงานของสหรัฐลดลง 0.3% สู่ 7.8% แม้จะกังวลต่อแนวโน้มผลประกอบการ
- ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนพ.ย.?55 ในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปิดที่ 89.88
ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 1.83 ดอลลาร์ หรือ 2% โดยได้รับแรงกดดันจากการชะลอตัวของ
เศรษฐกิจโลกแม้ว่าจะได้รับแรงหนุนจากตัวเลขการจ้างงานที่ดีเกินคาดของสหรัฐ





เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 08/10/12 เวลา 9:59:48

ความคิดเห็นที่ 18
เขียนเมื่อ : 8 Oct 2012 10:32:29     58.8.237.xxx
โดยคุณ
บล.กรุงศรี : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 08/10/55

Market Recap & Trend
ขายหรือ รอจังหวะใหม่
ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวขึ้นในวันศุกร์และ SET ปิดที่ 1311.35 จุด เพิ่มขึ้น 4.72 จุด
โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มหลักขนาดกลาง-เล็ก เช่นพลังงาน (ได้รับแรงหนุนด้านราคาน้ำมัน)
ธนาคาร สื่อสารปิโตรเคมและวัดสดุก่อสร้างฯ ด้วยมูลค่าซื้อขายยังทรงตัวสูงถึง 3.8 หมื่นล้านบาท
ต่างชาติกลับเข้าซื้อสุทธิ 538 ล้านบาท และซื้อสุทธิสะสมในสัปดาห์ที่แล้วที่ 3.56 พันล้านบาท

ปัจจัยการลงทุนวันนี้
1. IMF จะปรับลดประมาณการจีดีพีโลกลงเหลือ 3.3% ในปีนี้ และ 3.6% ในปีหน้า
จากเดิมที่คาดไว้ที่ 3.4% และ 3.9% ตามลำดับ และคาดว่าเศรษฐกิจยูโรโซนจะหดตัวลง 0.4%
ในปีนี้และจะขยายตัว 0.2% ในปีหน้า ส่วนเศรษฐกิจจีนจะขยายตัว 8.2% ในปีหน้า เทียบกับ
8.4% ที่คาดไว้ ก่อนหน้านี้ และอินเดียจะขยายตัว 6% เทียบกับ 6.6% ที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ และ
บราซิล จะขยายตัว 4% เทียบกับ 4.7% ที่คาดไว้ก่อนหน้านี้
2. สำนักงานสถิติแห่งชาติฝรั่งเศสประเมินถึงประเทศกำลังประสบกับภาวะไม่มีการ
เติบโตทางเศรษฐกิจ และพร้อมลดการคาดการณ์การเติบโตจีดีพีในปีนี้ ลงครึ่งหนึ่งประมาณ
0.2% ต่ำกว่าการคาดการณ์ของรัฐบาลฝรั่งเศสที่คาดว่าเศรษฐกิจจะเติบโต 0.3% ซึ่งจะทำให้
การขาดดุลของฝรั่งเศส 4.5% ของ จีดีพี
3. ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.ย. ของสหรัฐฯสูงเกินคาด และอัตราว่าง
งานลดลง 0.3% เหลือ 7.8% ต่ำสุดในรอบเกือบ 4 ปี (คาดการณ์ที่ 8.2%) ดาวน์โจนส์ตอบสนอง
เชิงปิดบวกเล็กน้อยแต่ภูมิภาคปิดตัวลงเช้านี้
กระแสทุนไหลเข้ายังเป็นตัวกำหนดทิศทางตลาดซึ่งมีผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นสูงสุด
ในรอบ 6 เดือนที่ 30.50 บาทและเช้านี้ที่ 30.60 ดังนั้นการประเมินเชิงเทคนิค SET ได้เข้าสู่
สภาวะที่เรียกว่าสภาพคล่องเป็นตัวกำหนดแนวโน้มราคา ซึ่งเห็นได้ว่ามีจำนวนหุ้นมากมายที่
ราคามีการปรับขึ้น/ปรับลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของ SET ที่ชัดเจน ซึ่ง
ส่วนใหญ่จะเกิดในหุ้นขนาดกลางและเล็ก สำหรับวันทำการแรกของสัปดาห์นี้เราแนะนำ ?รอ? ดู
ระดับ SET ที่ 1,305 จุด หาก SET ยืนเหนือ 1,305 จุด จะรักษาราคาตัวเองทางขึ้นในกรอบ
1305-1325 จุด แนะนำให้เลือกซื้อหุ้นเก็งกำไรสั้น แต่หากวันนี้ SET ปิดต่ำกว่า 1,305 จุด แนะ
นำขาย หรือขายตัดขาดทุน

Investment Strategy
ถือเงินสด 100%
ดัชนี SET ปิดวันศุกร์ที่ผ่านมาที่ 1311.35 จุด เทียบสิ้นสัปดาห์ก่อนหน้าปิดที่
1298.79 จุด ซึ่งปิดบวกได้ +12.56 จุด หรือ +0.96%
สำหรับในสัปดาห์นี้ เราให้ความสำคัญที่ 1,298 จุด หาก SET เหนือ 1,298 จุด แนว
โน้มกรอบทางขึ้นของตลาดที่ 1298-1,330 จุด แต่หากสัปดาห์นี้ SET ต่ำกว่า 1,298 จุด จะ
คาดหวังกรอบ SET ทางลงที่ 1,298-1,270 จุด
ด้วยราคาหุ้นที่สูงเกินกว่ามูลค่าพื้นฐาน 2555 (KSS ประเมินดัชนีปี 55 ที่ 1,256
จุด) แนะนำถือครองเงินสด 100% สำหรับผู้
ลงทุนระยะกลาง
Accumulate: -- ไม่ซื้อสะสมหุ้น
Trading: -- ต่ำกว่า 1,305 จุด ให้ขายตัดขาดทุนเหนือ 1,305 จุด ยังเลือกเก็งกำไร
สั้น
Avoid: หลีกเลี่ยงหุ้นพื้นฐานใหญ่ทั้งหมด

ตลาดต่างประเทศ และประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นในตลาดโลก
ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 34.79 จุด
หรือ 0.26% ปิดที่ 13,610.15 จุด หลังสหรัฐเปิดเผยข้อมูลจ้างงานที่สดใส
สัญญาน้ำมันดิบ WTI, BRENT: สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ย.
ลดลง 1.83 ดอลลาร์ หรือ 2.00% ปิดที่ 89.88 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนส่วนสัญญาน้ำมันดิบ
เบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ย.ที่ตลาดลอนดอน ลดลง 56 เซนต์ หรือ 0.50% ปิดที่
112.02 ดอลลาร์/บาร์เรล เหตุวิตกอุปสงค์น้ำมัน นักลงทุนมีความกังวลว่าสหรัฐอาจเผชิญภาวะ
fiscal cliff
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์ก : สัญญาทองคำตลาด COMEX
(Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ปิดลดลง 15.7 ดอลลาร์ หรือ 0.87% ที่
1,780.8 ดอลลาร์/ออนซ์ เนื่องจากอัตราว่างงานสหรัฐที่ลดลง
ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์ก : เงินยูโรแข็งค่า 0.05% เทียบดอลลาร์ ที่
1.3023 ดอลลาร์/ยูโร ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่า 0.35% เทียบดอลลาร์ ที่ 1.6133 ดอลลาร์/
ปอนด์ เงินดอลลาร์แข็งค่า 0.22% เทียบเยน ที่ระดับ 78.640 เยน/ดอลลาร์ แต่อ่อนค่า 0.04%
เทียบฟรังก์สวิส ที่ 0.9298 ฟรังก์/ดอลลาร์
ดัชนีค่าระวางเรือ BDI ปิดวานนี้ที่ 875 จุด เพิ่มขึ้น 30 จุด (+3.55%)
ระยะสั้นเข้ามาเก็งกำไรใน QE3
หมายเหตุ : ข่าวรอบโลกที่น่าสนใจวันศุกร์ ธ.กลางญี่ปุ่น มีมติคงอัตรา
ดอกเบี้ยไว้ที่ 0-0.1% แต่มีการปรับลดการประเมินทางเศรษฐกิจขณะที่การส่งออกและการผลิต
ภาคอุตสาหกรรมค่อนข้างอ่อนแอ จากเศรษฐกิจในต่างประเทศที่ยังปรับตัวลง
โฆษก IMF เผยสเปนไม่ได้ร้องขอความช่วยเหลือจาก IMF ท่ามกลางรายงานข่าวที่
ว่าสเปนอยู่ระหว่างการพิจารณาขอรับความช่วยเหลือจากต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม IMF ได้
เตรียมที่จะประเมินภาคธนาคารของสเปนภายใต้ความช่วยเหลือวงเงิน 1 แสนล้านยูโร โดยจะมี
การเดินทางไปยังสเปนระหว่างวันที่ 15-26 ต.ค.นี้ย้ำการหารือของ IMF และสเปนมุ่งเน้นไปที่
ภาคการธนาคาร และความช่วยเหลือทางเทคนิค
ผู้ว่าแบงก์ชาติสเปนชี้สเปนอาจไม่บรรลุเป้าหมายลดยอดขาดดุลปี 2555 ได้ตามข้อ
กำหนดของ อียู อย่างไรก็ตาม รมว.เศรษฐกิจของสเปน กล่าวว่า แม้สเปนขอรับความช่วยเหลือ
ทางการเงิน แต่ก็ไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนไปมากกว่าที่อยู่ในวาระเดิม นอกจากนี้ ยังระบุด้วยว่า
ตัวเลขประมาณการของจีดีพีปี 2556 โดยรัฐบาลนั้น เป็นมุมองเชิงบวกอย่างชัดเจน พร้อมยัน
เศรษฐกิจสเปนจะดีขึ้นในปีหน้า
ส่วนด้านปัญหาหนี้กรีซ IMF ชี้ว่าการบริหารหนี้รวมถึงความเชื่อมั่นทางการเงินเป็น
ปัจจัยสำคัญต่อการปล่อยกู้แก่กรีซ และเมื่อพิจารณาถึงแนวทางที่จะบรรลุข้อกำหนด IMF ยังต้อง
ทำงานหนักในประเด็นดังกล่าวกับทางการกรีซและพันธมิตรในยุโรป โดยการหารือกำลังดำเนิน
ต่อไป แต่ยังไม่มีการกำหนดกรอบเวลา (ที่มา: Infoquest)



เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 08/10/12 เวลา 10:20:12

ความคิดเห็นที่ 19
เขียนเมื่อ : 8 Oct 2012 11:41:14     58.8.237.xxx
โดยคุณ
บล.บัวหลวง : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 08/10/55

ย่อแล้วขึ้น : No news is good news
รายวันคาด ผันผวน-ย่อแล้วขึ้น แนวรับ 1,300 จุด ต้าน 1,315 จุด จากตลาดชะลอดู
ผลการประชุม EU committee และ รมว.คลังยุโรป 1-2 วันนี้ (เราคาดไม่มีประเด็นลบใหม่)
ส่วนปัจจัยหนุนตลาดคือ ความมั่งคั่งของ นลท.ในประเทศ, รัฐฯเดินหน้า 3G แน่นอน (หนุนหุ้นที่
เชื่อมโยงการวางระบบ) และการเก็งงบแบงก์สัปดาห์หน้าบวกกับกระแส M&A ของหุ้นแบงก์
(BAY CIMBT TMB ฯลฯ)
พอร์ตรายสัปดาห์-เดือน คาดได้เห็นดัชนีฯบริเวณ 1,300-1,320 จุด ภายใน 1-2 สัปดาห์
แรกของเดือน ตค. ก่อนจะปรับลดลงช่วงหลังของเดือน (สำหรับนักเล่นสั้น จุด Stop loss ของ
รอบสั้นคาด 1,295 จุด และแนวรับสำคัญ 1,270+/-5 จุด)
หุ้นเด่น SAMTEL (SAMART) WORK MAJOR BTS
SAMTEL รับ 18.7 บ.ต้าน 20/21 บ. (ราคาเป้าหมาย 25 บ.รวม 3G เฟส 2) การวาง
ระบบ 3G หนุนกำไรโตก้าวกระโดด, SAMART รับ 11.2 บ. ต้าน 12 บ. (ราคาเป้าหมาย 16 บ.
ดูรายงานวันนี้) ร่วมประมูลใบอนุญาตทำโครงข่ายทีวี
WORK รับ 31.75 บ. ต้าน 33.5-35 บ. ได้ประโยชน์การผลิตเนื้อหาป้อนโครงข่ายทีวีที่
จะเพิ่มขึ้นในอนาคต
BTS (รับ 5.75 บ. ต้าน 6 บ.) คาดขึ้นรับ VGI เข้า เทรด วันที่ 11 ตค. อิง Valuation
(Sum of the part) ราคาหุ้น VGI ที่เพิ่มขึ้นเป็นบวกต่อ BTS
ปัจจัยฤดูกาลหนุน: ERW (รับ 3.26 บ.ต้าน 3.5 บ.) MAJOR (รับ 19.2 บ. ต้าน 20 บ.)
S-T Switching: STANLY PJW (คาดมีแนวโน้ม Sideway หลังดีดไม่ผ่านแนวต้าน)
ขายทำกำไรระยะสั้น SUSCO ราคาปิด 3.48 บ. เทรดที่ PE ปี13 ~15.8x คาดการณ์เบื้องต้น
EPS ปี 13F ~0.22 บ.

ปัจจัยที่มีผลต่อตลาดฯ
(+) วานศุกร์อัตราการว่างงานสหรัฐฯเดือน กย.ลดลงเหลือ 7.8% ดีกว่าคาดที่ 8.2%
(เดือน สค. 8.1%) ส่วนการจ้างงานนอกภาคเกษตร เพิ่มขึ้น 1.14 แสนราย ต่ำกว่าตลาดคาด แต่
การจ้างงานเดือน สค.-กค.มีการปรับประมาณการณ์ขึ้นราว 8.6 หมื่นราย ซึ่งดีกว่าที่ตลาดคาด /
เราคาดตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ดีขึ้นบวกต่อตลาดจำกัด
(0)ตัวเลขเศรษฐกิจสัปดาห์นี้ คาด Neutral ต่อตลาด: สหรัฐฯ-วันพุธ Fed Beige book
วันพฤหัส ดุลการค้า และวันศุกร์ดัชนีฯราคาผู้ผลิต และความเชื่อมั่นผู้บริโภค, ยุโรป รายงานดัชนีฯ
การผลิต (สค.)คาดพลิกติดลบ -0.3% จาก +0.5% ส่วนเอเชีย กลางสัปดาห์มีการประชุมธนาคาร
กลางอินโดฯ (คาดคงดอกเบี้ยต่อเนื่อง ที่ 5.75%) และเกาหลีใต้คาด ลดดอกเบี้ย 0.25% เหลือ
2.75% (เราคาด กนง.ประชุม 17 ตค.นี้มีแนวโน้ม คง-ลด ดอกเบี้ยฯตามทิศทางภูมิภาค)
(+/-) การประชุม EU group วันที่ 8 ตค.และ รมว.คลังยุโรป วันที่ 9 ตค. 1) กรีซสุ่มเสี่ยงต่อการ
รับเงินช่วยเหลือก้อนใหม่ หลังรายงานทรอยก้าพบรัดเข็มขัดได้ต่ำกว่าเป้า 2) ความเห็นผู้นำสเปน
ต่อประเด็นการขอรับเงินช่วยเหลือฯ อาจส่งผลให้ตลาดผันผวน+/-
(*) หุ้นขึ้นเครื่องXD: วันนี้ MCOT@1 บ. 11 ตค. HOTPOT@0.04 บ. 12 ตค.
HMPRO @0.022+ปันผลหุ้น 5:1 / 15 ตค.MBK@2.75 บ.

Investment theme:
สะสมเมื่ออ่อนตัว SCB BAY TISCO TCAP คาดกำไร 3Q12F โดดเด่นในกลุ่ม
แบงก์
หุ้นที่มีแนวโน้มบวกจากปัจจัยฤดูกาล MINT ERW CENTEL MAJOR
หุ้นเชื่อมโยงการเปิดประมูล 3G เน้นกลุ่มที่รับวางระบบ มากกว่ากลุ่มมือถือ แนะนำ
SAMART SAMTEL AIT LOXLEY JAS





เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 08/10/12 เวลา 11:20:38