หน้าหลัก > ชุมชนนักลงทุน > เว็บบอร์ด
เว็บบอร์ด : ห้องนักลงทุน | ห้อง TFEX | ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ | สมาชิกพิเศษ
 

กระทู้ถาม ข้อความ
โดยคุณ
Consumer Credit II

เขียนเมื่อ : 24 May 2013 11:58:56     125.25.102.xxx

 


ความคิดเห็นที่ 1
เขียนเมื่อ : 24 May 2013 12:09:56     125.25.102.xxx
โดยคุณ
คำว่า Consumer Credit พวกท่านหลายคน ก็คงไม่ทราบกันนะครับ ว่า มันมีความสำคัญแค่ไหน มันมีสถานะเป็น Economic Indicator ตัวหนึ่ง ที่จะบอกว่า ระบบเศรษฐกิจของประเทศมีความแข็งแกร่ง หรือ อ่อนแอแค่ไหน

Consumer Credit ยังเป็นองค์ประกอบสำคัญ ให้แก่ GDP ของประเทศอีกด้วย

มันคืออะไร หรือครับ เขาเรียกเป็นภาษาไทย ว่า สินเชื่อบุคคลรายย่อย รายย่อยในที่นี้ มิใช่ แค่รายย่อย ที่มีฐานะต่ำ ถึงปานกลาง เท่านั้น นะครับ แต่เป็นรายย่อย ที่รวมถึงรายใหญ่ ด้วย เรียกว่า ทุก ๆ คน ทีมีหนี้สินนั่นเอง ซึ่งหนี้ เหล่านี้ มาจาก หนี้เงินกู้ ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ หนี้ ที่เกิดจาก บัตรเครดิต ที่ยังคงค้าง ฯลฯ

แล้ว ต้องอยู่ในระดับไหน ครับถึงเรียกว่า มาก หรือน้อย

เขาเทียบกับ GDP ครับ

ความคิดเห็นที่ 2
เขียนเมื่อ : 24 May 2013 12:15:18     49.48.147.xxx
โดยคุณ
เตรียมดินสอกระดาษมาพร้อมคะอาจารย์
ขอบคุณมากคะ

ความคิดเห็นที่ 3
เขียนเมื่อ : 24 May 2013 12:32:27     125.25.102.xxx
โดยคุณ
The big question, then, is how far can credit keep growing ? and how healthy is its current level?


ปัญหาใหญ่ก็คือ สินเชื่อบุคคลรายย่อย นี้ มันเพิ่มขึ้น เรื่อย ๆ และจะเพิ่มได้อีกแค่ไหน และในระดับที่เป็นอยู่ขณะนี้ มันทำให้ ระบบเศรษฐกิจ แข็งแกร่งดีแค่ไหน ?


For Thailand the answer is positive. Consumer credit has grown from 16.5 per cent of gross domestic product in 2007 to 25.3 per cent now, leaving plenty of room for a further rise, according to Johanna Chua, an economist at Citigroup.

คุณ โจแอนนา แซ่จั๊ว (ทำไมชื่อออกฟะหรั่ง ดันแซ่จีน) จากค่าย ซิตี้กรุ๊ป บอกว่า สำหรับประเทศไทยแล้ว ยังดูดี ครับ เพราะตัวเลขสินเชื่อ บุคคล ได้เพิ่มขึ้นจาก 16.5% ของ จีดีพี ในปี 2007 มาเป็น 25.3% ของ จีดีพี และยังมีที่ว่าง ที่จะให้เพิ่มขึ้นได้อีก


For Malaysia, however, where consumer debt has reached 76.6 per cent of GDP from 65.9 per cent in 2007, the answer is more tricky. It has the highest household debt ratio in the region and Ms. Chua believes this makes the Malaysian economy vulnerable, especially as lower-income households have a greater share of the overall debt.

แต่เมื่อเทียบกับ มาเลย์เซีย ของมาเลย์ ตอนนี้ อยู่ที่ 76.6% ของ GDP ซึ่งขึ้นมาจาก 65.9% ของ จีดีพี ในปี 2007 คุณ โจแอนนา จึงบอกว่า เศรษฐกิจของ มาเลย์ มีความสุ่มเสี่ยงสูง เมื่อ ครอบครัวผู้มีฐานะ รายได้ต่ำกว่า เป็นผู้ที่มีหนี้สินสูง

ความคิดเห็นที่ 4
เขียนเมื่อ : 24 May 2013 12:41:56     125.25.102.xxx
โดยคุณ
เพราะฉะนั้น ที่ระดับ 25% ก็บอกว่า ยังเป็นบวก คือ ไปได้อีก แต่ ที่ระดับ 75% ขึ้นไป บอกว่า แย่ ไม่ดี

หรือก็คงจะแปลได้ว่า ถ้าต่ำ มากเกินไป ก็คงไม่ดี แน่ เพราะมันไม่ได้กระตุ้น การใช้จ่ายให้แก่ผู้บริโภค และเมื่อมีการกระตุ้น การใช้จ่าย ที่เรียกว่า Domestic Consumption มันก็มีส่วนกระตุ้น การเติบโตทางเศรษฐกิจ ก็เพราะอย่างที่บอกไว้ตอนต้นนะครับ ว่า มันเป็นส่วนหนึ่ง ของ GDP ถ้า Domestic Consumption มาก ๆ มันกระตุ้น Growth ได้ เขาจึงเน้นตัวนี้ มาแทน การส่งออก Export

แต่บทความก็บอกว่า หากมันมากเกินไป มันก็มีส่วนทำให้ฐานะทางการเงินของครอบครัว ของประเทศ ง่อนแง่นเช่นกัน

และยิ่งเมื่อเปรียบเทียบกับ สหรัฐอเมริกา หรือ ยุโรป ตัวเลข Consumer Credit นี้น้อยกว่าของเรามากครับ

ภาพของกราฟบนกล่องบนสุด เป็นของสหรัฐอเมริกา มันบอกว่า อยู่แค่ 17.5% ของ GDP ในปีปัจจุบัน และของยุโรป เอง ก็อยู่แถว ๆ นี้ คือ ต่ำกว่า 20%

เพราะฉะนั้น เราหนีไม่พ้นนะครับ ที่จะถูกชาติตะวันตก โจมตีเอาได้ว่า เรามีหนี้สินภาคครัวเรือน มากเกินไป ตามพารากร๊าฟ ข้างล่างนี้ ครับ ...

Some economists are concerned that growing consumer credit is threatening to become a source of financial instability ? especially if regional growth continues to slow. Thailand already reported slower economic growth this week. In Malaysia, some worry that in the past year each ringgit of economic growth has been almost matched by an extra ringgit of consumer debt.

เช่นมาเลย์เซีย เศรษฐกิจยิ่งโต ประชาชนยิ่งมีหนี้ มากขึ้น

แบงค์ ชาติ ห่วงตรงนี้ ครับ

ความคิดเห็นที่ 5
เขียนเมื่อ : 24 May 2013 12:58:43     125.25.102.xxx
โดยคุณ
เพราะฉะนั้น เมื่อแนวโน้มของ QE ก็ชัดเจน คือมันคงไม่มีตลอดไป ไม่สิ้นสุด แต่พอมีข่าวว่า จะหยุด แค่นี้เอง ยังไม่ทันลงมือ ทั้งตลาดหุ้น ทั้งอัตราแลกเปลี่ยน ก็ละเลงกันเต็มที่ (บาทอ่อน)

ฟันธงได้เลยครับ ไม่มีการลดดอกเบี้ย

ถ้าลดคราวนี้ จะอันตรายต่อระบบหนี้ สิน (พันธบัตร) ของทั้งประเทศได้ทีเดียว ตลอดจน Consumer Credit ก็จะพุ่งทะยาน ไปสู่จุดที่น่ากลัว

ความคิดเห็นที่ 6
เขียนเมื่อ : 24 May 2013 13:16:11     49.48.147.xxx
โดยคุณ
บทความของอาจารย์ครั้งก่อนที่กระทู้36771 อินโดนีเซียคงอัตราดอกเบี้ย5.75% มาถึงตอนนี้คงคิดเหมือนอาจารย์แล้วคะ ขอบพระคุณคะ

http://portal.settrade.com/actions/customization/IPO/webboard/pre_board.jsp?content=qa.jsp&tid=36771