เริ่มต้นการลงทุน
หุ้นไอพีโอ IPO เปิดบัญชีซื้อขาย ซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ต ข้อมูลประกอบ โบรกเกอร์ Broker ภาษีการลงทุน

          การเสียภาษีถือเป็นหน้าที่ที่พึงปฏิบัติของผู้มีเงินได้ทุกคน สำหรับการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ก็เช่นเดียวกัน ผู้ลงทุนย่อมมีโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนในรูปของตัวเงิน ดังนั้น จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องมีเรื่องของภาษีเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าผู้ลงทุนนั้นจะเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติก็ตาม ยกเว้นกรณีที่ผู้ลงทุนเป็นบุคคลธรรมดาและได้รับเงินกำไรจากการขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ จะไม่ต้องเสียภาษีแต่อย่างใด สำหรับรายละเอียดของภาษีที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์สรุปได้ดังนี้
 
กรณีผู้ลงทุนที่เป็นบุคคลธรรมดา
ประเภทเงินได้

ผู้ลงทุนไทย
( ผู้ลงทุนที่เป็นคนไทยและต่างประเทศที่อยู่ในประเทศไทยตั้งแต่ 180 วันขึ้นไปใน 1 ปีปฏิทิน)

ผู้ลงทุนต่างชาติ
( ผู้ลงทุนที่เป็นคนไทยและต่างประเทศที่อยู่ในประเทศไทยไม่ถึง 180 วันใน 1 ปีปฏิทิน)

เงินกำไรจากการขายหลักทรัพย์
- ได้รับยกเว้น
(เว้นแต่เงินกำไรจากการขายหลักทรัพย์ ประเภทหุ้นกู้ พันธบัตร ซึ่งจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ร้อยละ 15 โดยมีสิทธิเลือกที่จะนำมารวมคำนวณภาษีปลายปีหรือไม่ก็ได้)
- ได้รับยกเว้น
(เว้นแต่เงินกำไรจากการขายหลักทรัพย์ ประเภทหุ้นกู้ พันธบัตร ซึ่งจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ร้อยละ 15 โดยมีสิทธิเลือกที่จะนำมารวมคำนวณภาษีปลายปีหรือไม่ก็ได้)
เงินปันผล
1) กรณีได้รับเงินปันผลจากบริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
ภาษี ณ ที่จ่าย : ถูกหักในอัตรา ร้อยละ 10
ภาษีสิ้นปี : สามารถเลือกดำเนินการได้ 2 วิธี
1.นำเงินปันผลที่ได้รับทั้งสิ้นในปีนั้นมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีรวมกับเงินได้ประเภทอื่น ซึ่งจะได้รับเครดิตภาษีเงินปันผล 3 ใน 7 ของเงินปันผลที่ได้รับ
2. ไม่นำเงินปันผลที่ได้รับทั้งสิ้นในปีนั้นมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีตอนสิ้นปี โดยกรณีนี้ถือว่าผลลงทุนยอมเสียภาษีสำหรับเงินปันผลในอัตราร้อยละ 10 = อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย
 
2. เงินปันผลที่ได้รับจากกองทุนรวม ตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535
ภาษี ณ ที่จ่าย : ไม่มี เว้นแต่ผู้ลงทุนยอมให้หักไว้ตาม
ภาษีสิ้นปี : สามารถเลือกดำเนินการได้ 2 วิธี
1. นำเงินปันผลที่ได้รับทั้งสิ้นในปีนั้นมารวม คำนวณเพื่อเสียภาษีรวมกับเงินได้ประเภทอื่น
2. ยอมให้หักภาษี ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 10 โดยสิ้นปีผู้ลงทุนไม่ต้องนำเงินปันผลที่ได้รับจากกองทุนรวมมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีตอนสิ้นปี โดยกรณีนี้ถือว่าผลลงทุนยอมเสียภาษีสำหรับเงินปันผล = อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย
 
3. กรณีได้รับเงินปันผล จากบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริม การลงทุน หรือ BOI
ภาษี ณ ที่จ่าย : ไม่มีภาษีสิ้นปี : ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้สิ้นปี

1) กรณีได้รับเงินปันผลจากบริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
1. ผู้ลงทุนต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทยตั้งแต่ 180 วันขึ้นไป จะต้องเสียภาษีเหมือนผู้ลงทุนไทย
2. ผู้ลงทุนต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทยน้อยกว่า 180 วันภาษี ณ ที่จ่าย : ถูกหักในอัตรา ร้อยละ 10ภาษีสิ้นปี : ต้องนำเงินปันผลไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้สิ้นปี รวมกับเงินได้ประเภทอื่น
 
2. เงินปันผลที่ได้รับจากกองทุนรวม ตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535
ภาษี ณ ที่จ่าย : ไม่มีภาษีสิ้นปี : ต้องนำไปรวมคำนวณ เพื่อเสียภาษีตอนสิ้นปีรวมกับเงินได้ประเภทอื่น
 
3) กรณีได้รับเงินปันผลจากบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริม การลงทุน หรือ BOI : เหมือนผู้ลงทุนไทย
ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ภาษี ณ ที่จ่าย : ถูกหักในอัตรา ร้อยละ 15
ภาษีสิ้นปี : มีสิทธิเลือกที่จะนำดอกเบี้ยมารวมคำนวณ เพื่อเสียภาษีเงินได้ปลายปีหรือไม่ก็ได้
ผู้ลงทุนต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทยตั้งแต่ 180 วันขึ้นไป และอยู่ในประเทศไทยน้อยกว่า 180 วัน : เหมือนผู้ลงทุนไทย
อากรแสตมป์
(ตราสารการโอน)
การติดอากรแสตมป์สำหรับการโอนหลักทรัพย์
1. กรณีมีตราสารการโอน ติดอากรในอัตรา 1 บาท สำหรับทุกจำนวน 1,000 บาท หรือเศษของ 1,000 บาท คิดตามราคาหุ้นที่ชำระแล้ว หรือตามราคาในตราสารการโอน แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า
2. กรณีโอนหลักทรัพย์จดทะเบียนที่ตลาดหลักทรัพย์ หรือบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นนายทะเบียนไม่ต้องติดอากรแสตมป์
3. กรณีไม่มีตราสารการโอน เช่น โอนในระบบไร้ใบหุ้น (Scripless) ไม่ต้องติดอากรแสตมป์

การติดอากรแสตมป์สำหรับการโอนหลักทรัพย์ : เหมือนผู้ลงทุนไทย
 
 
กรณีผู้ลงทุนที่เป็นนิติบุคคล

ประเภทเงินได้
ผู้ลงทุนไทยและผู้ลงทุนต่างชาติที่ประกอบกิจการในประเทศไทย
ผู้ลงทุนต่างชาติที่ไม่ได้ประกอบกิจการในประเทศไทย
เงินกำไรจากการขายหลักทรัพย์
ภาษี ณ ที่จ่าย : ไม่มีภาษีสิ้นปี : ต้องนำเงินกำไรที่ได้มารวมคำนวณหากำไรสุทธิ เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล


ภาษี ณ ที่จ่าย : ถูกหักในอัตรา ร้อยละ 15 เว้นแต่เงินกำไรจากการขายหน่วยลงทุนของกองทุนรวม ตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 ไม่ต้องถูกหักภาษี
ภาษีสิ้นป : ไม่มี

เงินปันผล
1. กรณีได้รับเงินปันผลจากบริษัทที่ตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย
ภาษี ณ ที่จ่าย : ถูกหักในอัตรา ร้อยละ 10
ภาษีสิ้นป : ต้องนำเงินปันผลที่ได้รับมารวมเป็นรายได้เพียงกึ่งหนึ่งของจำนวนที่ได้รับ ยกเว้นผู้รับเงินปันผลในกรณีต่อไปนี้
- บริษัทจดทะเบียนได้รับเงินปันผล หากได้ถือหุ้นไว้ไม่น้อยกว่า 3 เดือนก่อนและหลังวันที่มีเงินได้จากเงินปันผล
ภาษี ณ ที่จ่าย : ได้รับยกเว้น
ภาษีสิ้นปี : ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำเงินปันผลมารวมเป็นรายได้ในการคำนวณหากำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีทั้งจำนวน
- ไม่ได้เป็นบริษัทจดทะเบียน แต่เป็นบริษัทที่ถือหุ้นในบริษัทผู้จ่ายเงินปันผล ไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ของหุ้นทั้งหมดที่มีสิทธิออกเสียง และผู้จ่ายเงินปันผลมิได้ถือหุ้นในบริษัทผู้รับเงินปันผล หากได้ถือหุ้นไว้ไม่น้อยกว่า 3 เดือนก่อนและหลังวันที่มีเงินได้จากเงินปันผล
ภาษี ณ ที่จ่าย : ได้รับยกเว้น
ภาษีสิ้นปี : ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำเงินปันผลมารวมเป็นรายได้ในการคำนวณหากำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีทั้งจำนวน
 
2. กรณีได้รับเงินปันผลจากกองทุนรวม ตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535
ภาษี ณ ที่จ่าย : ไม่มี
ภาษีสิ้นปี : ต้องนำไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ ยกเว้นผู้รับเงินปันผลในกรณีต่อไปนี้
- บริษัทจดทะเบียน ได้ถือหน่วยลงทุนไม่น้อยกว่า 3 เดือน ก่อนและหลังวันที่ได้รับเงินปันผล ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำเงินหันผลมารวมเป็นรายได้ในการคำนวณหากำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีทั้งจำนวน บริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่ไม่ใช่บริษัทจดทะเบียน ได้ถือหน่วยลงทุนไม่น้อยกว่า 3 เดือน ก่อนและหลังวันที่มีได้รับเงินปันผล ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำเงินปันผลมารวมเป็นรายได้ในการคำนวณหากำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีกึ่งหนึ่ง
- บริษัทต่างประเทศที่ไม่ได้ประกอบกิจการในประเทศไทย ต้องนำเงินปันผลที่ได้รับมารวมเป็นรายได้ในการคำนวณหากำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีทั้งจำนวน
 
3. กรณีได้รับเงินปันผลจากบริษัท ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI
ภาษี ณ ที่จ่าย : ได้รับยกเว้น
ภาษีสิ้นปี : ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้
1. กรณีได้รับเงินปันผลจากบริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
ภาษี ณ ที่จ่าย : ถูกหักในอัตราร้อยละ 10
ภาษีสิ้นปี : ไม่มี
 
2. กรณีได้รับเงินปันผลจากกองทุนรวม ตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535
ภาษี ณ ที่จ่าย: ไม่มี
ภาษีสิ้นปี: ไม่มี
 
3.กรณีได้รับเงินปันผลจากบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือ BOI : เหมือนผู้ลงทุนไทย
ดอกเบี้ยหุ้นกู้
ภาษี ณ ที่จ่าย : ถูกหักในอัตรา ร้อยละ 1
ภาษีสิ้นปี : ต้องนำไปรวมคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีตอนสิ้นปีด้วย
ภาษี ณ ที่จ่าย : ถูกหักในอัตรา ร้อยละ 15
ภาษีสิ้นปี : ไม่มี
อากรแสตมป์
(ตราสารการโอน)
การติดอากรแสตมป์สำหรับการโอนหลักทรัพย์
1. กรณีมีตราสารการโอน ติดอากรในอัตรา 1 บาท สำหรับทุกจำนวน 1,000 บาท หรือเศษของ 1,000 บาท คิดตามราคาหุ้นที่ชำระแล้ว หรือตามราคาในตราสารการโอน แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า
2. กรณีโอนหลักทรัพย์จดทะเบียนที่ตลาดหลักทรัพย์ หรือบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นนายทะเบียนไม่ต้องติดอากรแสตมป์
3. กรณีไม่มีตราสารการโอน เช่น โอนในระบบไร้ ใบหุ้น (Scripless) ไม่ต้องติดอากรแสตมป์
การติดอากรแสตมป์สำหรับการโอนหลักทรัพย์ : เหมือนผู้ลงทุนไทย
 

หมายเหตุ : ในกรณีของผู้ลงทุนชาวต่างชาติบางประเทศนั้น อัตราภาษีดังกล่าวข้างต้นอาจได้รับการลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีเงินได้ ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในอนุสัญญาภาษีซ้อน

อนุสัญญาภาษีซ้อน

ปัจจุบัน ในกรณีของผู้ลงทุนที่เป็นนิติบุคคลต่างชาติบางประเทศนั้น อัตราภาษีสำหรับการได้ สำหรับเงินกำไรจากการขายหลักทรัพย์ เงินปันผล และดอกเบี้ยหุ้นกู้ อาจได้รับการลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีเงินได้ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในอนุสัญญาภาษีซ้อน ขณะเดียวกัน กรณีผู้ลงทุนบุคคลธรรมดาต่างชาติ อาจได้รับการลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีเงินได้ สำหรับเงินปันผล และดอกเบี้ยหุ้นกู้ ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในอนุสัญญาภาษีซ้อน ทั้งนี้ มีประเทศที่เป็นคู่สัญญาอนุสัญญาภาษีซ้อนกับประเทศไทยในปัจจุบัน รวมทั้งสิ้น 44 ประเทศ ได้แก่ เกาหลี นอร์เวย์ เบลเยี่ยม มาเลเซีย สเปน อิตาลี สหราชอาณาจักรอังกฤษและไอร์แลนด์เหนือ แคนาดา นิวซีแลนด์ โปแลนด์ โรมาเนีย สวิสเซอร์แลนด์ อิสราเอล สาธารณรัฐเชค ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส ลักเซมเบอร์ก สวีเดน แอฟริกาใต้ สาธารณรัฐประชาชนจีน เดนมาร์ก เนปาล ฟิลิปปินส์ เวียดนาม สหรัฐอเมริกา สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน สาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สาธารณรัฐปากีสถาน สาธารณรัฐฟินแลนด์ สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา สาธารณรัฐสิงคโปร์ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย สาธารณรัฐไซปรัส สาธารณรัฐออสเตรเลีย สาธารณรัฐอุซเบกิสถาน สาธารณรัฐบัลแกเรีย สาธารณรัฐมอริเชียส สาธารณรัฐออสเตรีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สาธารณรัฐอินเดีย สาธารณรัฐฮังการี สาธารณรัฐอาร์เมเนีย

 
แก้ไขครั้งล่าสุด: วันที่ 2 พฤษภาคม 2549