SETTRADE.COM - Leading Technology for Professional Investors
"หุ้นลง !! อย่าตกใจ เป็นโอกาสให้ลงทุน SSF พิเศษ"
Bookmark and Share

 

หุ้นลง!!อย่าตกใจ เป็นโอกาสให้ลงทุนSSFพิเศษ

 

หุ้นลง !! อย่าตกใจ เป็นโอกาสให้ลงทุน SSF พิเศษ

 

               สวัสดีคร้าบนักลงทุนทุกท่าน การลงทุนในปี 2563 นี้ ถือว่าเป็นปีที่ลงทุนยากมากกกก (ก ไก่ล้านตัว) เปิดปีมาได้ไม่นานก็มีความผันผวนในตลาดหุ้นไทยมากพอสมควรเลยครับ โดย ณ วันที่ 17 เมษายน 2563 นี้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงจากต้นปีประมาณ -20% ไปแล้วครับ

 

               ในอดีตถ้าหากตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงมากขนาดนี้ นักลงทุนส่วนใหญ่ก็มักจะนึกถึง และ เข้าไปทยอยซื้อกองทุนประเภทนึงอยู่เสมอนั่นก็คือ “กองทุน LTF” นั่นเองครับ

 

               ที่กองทุน LTF ได้รับความนิยมเพราะว่าเป็นกองทุนที่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ โดยมีเงื่อนไขง่าย ๆ ก็คือ ไม่ต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี และเมื่อซื้อแล้วถือครองเพียงแค่ 7 ปีปฏิทินก็สามารถขายได้ ซึ่งเป็นระยะเวลาที่นานพอที่จะทำให้มีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีจากหุ้นด้วยครับ

 

               แต่เนื่องจากปัจจุบันกองทุน LTF ได้หมดสิทธิลดหย่อนภาษีไปแล้ว ด้วยเหตุนี้จึงทำให้นักลงทุนบางท่านมีบ่น ๆ ว่าคิดถึง และมักจะมีอาการ “คันไม้คันมือ” เวลาที่ตลาดหุ้นปรับตัวลดลงมาก ๆ ก็อยากที่จะซื้อกองทุนในช่วงจังหวะแบบนี้จังเลย แต่ก็หากองทุนเหมาะ ๆ ลงทุนไม่ได้

 

               ปัจจุบันมีกองทุนอีกประเภทที่น่าลงทุนไม่แพ้กองทุน LTF เลยก็ว่าได้ครับ นั่นก็คือกองทุนเพื่อการออม (Super Savings Fund) หรือเรียกสั้นๆ ว่า SSF ที่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้เหมือนกับ LTF เลยครับ แต่ต่างกันตรงที่กองทุน SSF ต้องมีระยะเวลาการถือครอง 10 ปีนับจากวันที่ซื้อครับ

 

               โดยกองทุน SSF นั้นมีให้เราเลือกได้หลากหลายมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นกองทุนตราสารหนี้ กองทุนอสังหาฯ กองทุนทองคำ กองทุนหุ้นต่างประเทศ และกองทุนหุ้นไทย เอาเป็นว่ากองทุนเสี่ยงต่ำจนถึงเสี่ยงสูงก็มีให้เราเลือกครับ

 

               นอกจากนี้ในช่วงวันที่ 1 เม.ย. – 30 มิ.ย. 63 เราสามารถลงทุนในกองทุนเพื่อการออมแบบพิเศษ (Super Savings Fund Extra) หรือ SSFX ที่เน้นการลงทุนในหุ้น (คล้ายกับ LTF แบบเดิม) ซึ่งการซื้อกองทุน SSFX นี้จะเป็นวงเงินลดหย่อนภาษีส่วนเพิ่มเติมอีก 200,000 บาทแบบเต็ม ๆ โดยที่แยกออกมาจากการซื้อ SSF ปกติด้วยนะครับ

 

               เอาเป็นว่าเมื่อ LTF ไม่มีสิทธิลดหย่อนภาษีเหมือนเดิมแล้วกองทุน SSF พิเศษ ก็สามารถลงทุนทดแทนกันได้ครับ ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดี และได้ลดหย่อนภาษีเหมือนเดิม

 

               คราวนี้นักลงทุนหลาย ๆ ท่านอาจจะมีคำถามครับ ว่าการลงทุนในกองทุน SSF พิเศษ ตอนนี้จะดีเหรอ เนื่องจากมีเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมายทั่วโลก และโดยเฉพาะในประเทศไทยมาตั้งแต่ต้นปี ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีผลกระทบต่อตลาดหุ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโรคระบาด COVID-19 และสงครามการค้าสงครามค่าเงินที่กำลังดำเนินอย่างต่อเนื่อง ตามมาด้วยการลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างฉุกเฉิน มากถึง 0.5% ในครั้งเดียวของธนาคารกลางสหรัฐ ฯ และการปรับตัวลดลงของราคาน้ำมันที่รวดเร็วจากการประกาศของ OPEC ที่จะลดราคาน้ำมันลงเพื่อแย่งส่วนแบ่งการตลาดกับทางรัสเซีย และ สหรัฐ ฯ

 

               ด้วยเหตุการณ์เหล่านี้ทำให้สินทรัพย์การลงทุนต่าง ๆ มีความผันผวนอยู่ตลอดเวลายากต่อการตัดสินใจ โดยเฉพาะหุ้นไทยที่ปรับตัวลดลงมาค่อนข้างมากทำให้นักลงทุนหลาย ๆ ท่านอาจจะไม่สบายใจ แต่ในทุก ๆ ความกังวล และไม่แน่นอนนั้นก็มักจะมีโอกาสตามมาด้วยเสมอ เพราะว่าถ้าหากเราพิจารณาถึงความเสี่ยงของปัจจัยต่าง ๆ แล้ว ก็จะพบว่าบางอย่างเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราวรวมอยู่ด้วยครับ เช่น โรคระบาดที่เกิดขึ้นนั้นถ้าหากมีสถานการณ์ที่ดีขึ้นก็มีโอกาสที่หุ้นจะปรับตัวดีขึ้นได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกลุ่มท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบมากเป็นพิเศษ

 

               ดังนั้นเวลานี้แหละครับ ที่จะเป็นโอกาสในการลงทุนในหุ้นของนักลงทุน โดยสิ่งที่สำคัญในการลงทุนระยะยาวที่จะทำให้เราไปถึงเป้าหมายได้นั้นก็คือ

 

               1. ลงทุนกับสินทรัพย์ที่เติบโตได้ในระยะยาว

 

               2. ลงทุนในสินทรัพย์ที่ราคาไม่แพง

 

               ซึ่งในข้อที่ 1 หากเราพิจารณาด้วยพื้นฐานของประเทศไทยแล้วก็จะพบว่าก็ยังมีโอกาสที่จะเติบโตได้อยู่ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ที่กำลังขยายตัว และ โครงการ EEC ที่กำลังเกิดขึ้น และจะเสร็จสมบูรณ์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าก็มีโอกาสที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้อีกครั้งครับ

 

                ส่วนในข้อที่ 2 นั้น ต้องถือว่าโดยภาพรวมของตลาดหุ้นไทยได้ปรับตัวลดลงจนถึงจุดที่น่าสนใจเหมือนกันครับ ถ้าพิจารณาถึงความถูก-แพงของตลาดหุ้นไทย โดยดูจากอัตราส่วน P/E ณ วันที่ 17 เมษายน ที่ตลาดหุ้นไทยปิดอยู่ที่ 1239.24 มี P/E อยู่ที่ประมาณ 13.5 ซึ่งตำ่กว่าค่า P/E เฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ที่ P/E 15.6 (คล้าย ๆ กับว่า 5 ปีที่ผ่านมาเราซื้อหุ้นในราคา 15.6 บาท แต่ตอนนี้ราคาลงมาที่ 13.5 บาทซึ่งต่ำกว่าที่เคยซื้อมา) ซึ่งถือว่าน่าที่จะเริ่มทยอยลงทุนได้ และได้ราคาหุ้นไม่แพงครับ

 

หุ้นลง!!อย่าตกใจ เป็นโอกาสให้ลงทุนSSFพิเศษ

 

               นอกจากนี้อัตราเงินปันผลของตลาดหลักทรัพย์ก็สูงขึ้นไปด้วยโดยอยู่ที่ประมาณ 4% ครับ ดีกว่าการฝากออมทรัพย์แน่ ๆ และได้มากกว่าเงินเฟ้ออีกด้วยครับ

 

               ดังนั้นถ้าเราอยากที่จะลงทุนในหุ้น ในช่วงเวลาแบบนี้ก็ถือว่าเหมาะเพราะว่ามีโอกาสที่ได้ผลตอบแทนมากกว่าโอกาสที่จะขาดทุนครับ

 

โดยสรุปแนวทางการตัดสินใจลงทุนในช่วงที่ตลาดหุ้นไม่เป็นใจกับกองทุน SSF พิเศษ ก็คือ

 

               1. คนที่อยากจะลงทุนในช่วงนี้ เพราะว่ามีเงินเข้ามาและอยากลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษี ให้มองหากองทุน SSF พิเศษ มาทดแทนการลงทุนผ่านกองทุน LTF เพราะว่าได้ทั้งลดหย่อนภาษี และ ได้ลงทุนระยะยาวที่มีโอกาสได้ผลตอบแทนที่ดี

 

               2. นักลงทุนที่ยังไม่เคยลงทุนมาก่อน ในช่วงนี้ ขอแนะนำว่าให้ศึกษาหาข้อมูลการลงทุนในกองทุนหุ้นเพิ่มเติม เตรียมตัว เตรียมเงินให้พร้อมลงทุน โดยถ้าลงทุนระยะยาวในกองทุนหุ้นได้ อาจจะมองกองทุน SSF แบบพิเศษไว้เป็นตัวเลือกต้น ๆ เลยก็ได้ครับ

 

               3. เนื่องจากกองทุน SSF แบบพิเศษนี้ มีเงื่อนไขการครบกำหนดแบบนับครบ 10 ปีเต็ม (วันชนวัน) นักลงทุนอาจจะต้องดูเรื่องความถูกต้องของเวลาหากซื้อกองทุนแบบทยอยลงทุน แต่ถ้ากลัวสับสนการซื้อแบบเงินก้อนแทนก็จะลดความสับสนเรื่องเวลาลงไปได้ครับ หรืออีกวิธีเพื่อความชัวร์ เราก็อาจจะขายหลัง 1 กค. 73 รวมกันทั้งหมดก็จะลดความผิดพลาดได้ครับ

 

               4. แต่เมื่อจะลดหย่อนภาษีทั้งที หากมีเงินเหลือที่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้อีกก็อย่าลืมกองทุน SSF แบบธรรมดากันด้วยนะครับ เพราะว่ากองทุน SSF นั้นมีให้เราได้หลากหลายประเภททั้งเสี่ยงต่ำ ไปจนถึงเสี่ยงสูง สามารถเอามาผสมกันเป็นพอร์ตเพื่อลดความเสี่ยงจากการที่ลงทุนใน SSF แบบพิเศษนั่นเองครับ นอกจากนี้ในภาวะที่ตลาดหุ้นผันผวนมาก ๆ เราก็สามารถที่จะสับเปลี่ยนกองทุน SSF หุ้นที่มีอยู่ ไปยังสินทรัพย์อื่น ๆ ก่อนได้ เช่น เปลี่ยนไปอยู่ในกองทุน SSF ตราสารหนี้ และเมื่อทุกอย่างดีขึ้น หรือว่ามีสินทรัพย์อื่น ๆ ที่น่าสนใจ เราก็สามารถที่จะปรับเปลี่ยนไปมาได้ตลอดเวลาครับ

 

               5. แต่สำหรับนักลงทุนท่านไหนที่ยังอยากที่จะลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมมากขึ้นไปอีก และมีเป้าหมายเกษียณไปด้วยพร้อม ๆ กันแล้วละก็ อาจจะลงทุนในกองทุน RMF แทนครับ แต่ทั้งนี้การลงทุนใน RMF นั้นเราก็ต้องมีวินัยในการถือกองทุน RMF พอสมควร เพราะว่านักลงทุนต้องถือครอง RMF ไปจนถึงอายุ 55 ปี ครับ แต่ข้อดีของกองทุน RMF ก็คือ เมื่ออายุ 55 ปี และถือมาเกินกว่า 5 ปี เราจะสามารถขายกองทุนที่เราซื้อมาทั้งหมดออกมาได้พร้อม ๆ กัน เพื่อนำเงินไปบริหารจัดการต่อ หรือ นำเงินไปใช้ได้ทันที และมีสินทรัพย์ให้เราเลือกได้หลากหลาย รวมถึงปรับเปลี่ยนกองทุนได้เหมือนกับ SSF เลยครับ

 

               6. สำหรับคนที่มีฐานภาษีสูง และไม่จำเป็นต้องรีบใช้เงินในระยะอันใกล้ กองทุนเพื่อการออมแบบพิเศษ หรือ SSF Extra เป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากเลยครับ เพราะนอกจากเราจะใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจากกองทุน RMF และ SSF แบบปกติได้แล้ว เรายังได้สิทธิลดหย่อนภาษีเพิ่มจากกองทุน SSF Extra สูงสุดอีก 200,000 บาท ได้ทั้งลงทุนกองทุนในช่วงราคาหุ้นไทยไม่สูงมาก แถมเลือกลงทุนได้ตามนโยบายที่เราชอบ เช่น มีนโยบายจ่ายเงินปันผล เน้นลงทุนหุ้นใหญ่ที่มั่นคง เน้นลงทุนในหุ้นเล็ก-กลางที่มีโอกาสเติบโตสูง หรือลงทุนตามดัชนี ถ้าคิดว่าอีก 10 ปีข้างหน้าดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นก็น่าลงทุนตั้งแต่ตอนนี้เลยใช่ไหมครับ

 

               ผมคิดว่าด้วยแนวทางนี้น่าจะพอทำให้นักลงทุนสบายใจมากขึ้น ในช่วงที่หุ้นไทยดูแล้วไม่ค่อยเป็นใจต่อการลงทุนสักเท่าไหร่ แต่ผมเชื่อว่า การลงทุนผ่านกองทุน SSF พิเศษนี้จะทำให้ฟ้าหลังฝนที่จะเกิดขึ้นอยู่ในอนาคตนั้นเป็นฟ้าสวยงามแน่ ๆ ครับ

 

               แต่ทั้งนี้ก็อย่าทุ่มเงินไปในสินทรัพย์เสี่ยงมากเกินไปนะครับ ต้องมีการกระจายความเสี่ยงด้วยอยู่เสมอ ซึ่งกองทุน SSF และ RMF ก็เป็นอีกเครื่องมือที่เราสามารถนำมาใช้ได้ และจะทำให้เราลงทุนได้อย่างสบายใจไปตลอดเส้นทางการลงทุนครับ

 

วันนี้ลาไปก่อน ขอให้โชคดีในการลงทุนนะครับ สวัสดีครับ

 

 

your quote

Symbol Last Chg
- - -
- - -
- - -
Back

หุ้น

อนุพันธ์

กองทุนรวม

ข่าวและบทวิเคราะห์

ชุมชนนักลงทุน

สินค้าและบริการ

นักลงทุนมือใหม่