รายได้รวมของธุรกิจผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าคาดว่าจะลดลง -1.3%YoY และ -1.2%YoY ในปี 2568-69 ตามลำดับ โดยแบ่งเป็น 1) ยอดส่งออก (79% ของรายได้รวม) ซึ่งคาดว่าจะลดลง -0.9%YoY และ -2.2%YoY ตามลำดับ เนื่องจากสหรัฐฯ มีแนวโน้มจะลดการนำเข้าเครื่องใช้ไฟฟ้าจากไทยหลังมาตรการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 7 ส.ค. 2568 โดยเครื่องใช้ไฟฟ้าจะถูกจัดเก็บทั้ง Reciprocal Tariff และ Sectoral Tariff ส่งผลให้ภาพรวมภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไทยถูกจัดเก็บเฉลี่ยอยู่ที่ 23.9% 2) ยอดขายในประเทศ (21% ของรายได้รวม) จะลดลง -3.0%YoY ในปี 2568 ก่อนที่จะกลับมาเพิ่มขึ้น 2.6%YoY ในปี 2569 โดยในปี 2568 ยอดขายในประเทศต้องเผชิญแรงกดดันจากปัญหาด้านกำลังซื้อ และตลาดที่อยู่อาศัยยังอยู่ในภาวะอ่อนแอ แต่ในปี 2569 จะกลับมาฟื้นตัวตามตลาดที่อยู่อาศัย
อัตรากำไรของธุรกิจในปี 2568-69 มีแนวโน้มสูงกว่าปี 2567 เนื่องจากผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าได้รับอานิสงส์จากต้นทุนวัตถุดิบหลักในการผลิตอย่างเหล็ก และพลาสติกประเภท PP ที่ราคามีแนวโน้มลดลง
ความเสี่ยงด้านการแข่งขันมีแนวโน้มสูงขึ้นทั้งตลาดในประเทศ และตลาดส่งออกจากเครื่องใช้ไฟฟ้าจีนที่ทะลักเข้ามาตีตลาดในอาเซียน หลังสงครามการค้าปะทุขึ้น นอกจากนี้ เครื่องใช้ไฟฟ้าเวียดนาม เช่น เครื่องปรับ อากาศ มีแนวโน้มที่จะเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดในสหรัฐฯ มากขึ้น จากราคาสินค้าเวียดนามที่คาดว่าจะยังต่ำกว่าไทย
บทความที่เกี่ยวข้อง
