หุ้น
สรุปภาวะตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาวะตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาวะตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาวะตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาวะตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาวะตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาวะตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาวะตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาวะตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาวะตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาวะตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาวะตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาวะตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาวะตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
อนุพันธ์
สรุปภาวะตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาวะตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาวะตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาวะตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
กองทุนรวม
สรุปภาวะตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาวะตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาวะตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาวะตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาวะตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
บทวิเคราะห์
สรุปภาวะตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาวะตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาวะตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาวะตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาวะตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาวะตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
ข่าวสาร/บทความ
สรุปภาวะตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาวะตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาวะตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
บริการ/เครื่องมือ
สรุปภาวะตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาวะตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาวะตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาวะตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาวะตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาวะตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาวะตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาวะตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาวะตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาวะตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
สรุปภาพรวมตลาด
ค้นหาชื่อย่อ
SET App
Settrade App
หน้าหลัก
ข่าวสารและบทความ
บทความ
...
บัตรเรา เขารูด ใครจ่าย?
บัตรเรา เขารูด ใครจ่าย?
โดย สมาคมนักวางแผนการเงินไทย
สมาคมนักวางแผนการเงินไทย
22 ก.ย. 2568
245 views
3 Min Read
หน้าหลัก
ข่าวสารและบทความ
บทความ
...
บัตรเรา เขารูด ใครจ่าย?
บัตรเรา เขารูด ใครจ่าย?
โดย สมาคมนักวางแผนการเงินไทย
สมาคมนักวางแผนการเงินไทย
22 ก.ย. 2568
245 views
3 Min Read
Share
1
บัตรเรา เขารูด ใครจ่าย
?
สมาคมนักวางแผนการเงินไทย
ข่าวเมื่อต้นปีทีผ่านมา กรณีมีผู้เสียหายใช้บริการออนเซน ถูกมิจฉาชีพขโมยบัตรเครดิตจากตู้ล็อกเกอร์ไปรูด ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้สั่งการให้ธนาคารและผู้ให้บริการบัตรเครดิตเร่งตรวจสอบ ดูแล และชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ลูกค้าทุกราย โดยกรณีบัตรเครดิต ผู้ถือบัตรจะไม่ต้องชำระเงินและดอกเบี้ยที่เกิดขึ้น ส่วนกรณีบัตรเดบิต ธนาคารจะคืนเงินให้ผู้ถือบัตรตามยอดที่ถูกตัดชำระภายใน 5 วัน นับแต่วันที่มีเหตุอันเชื่อได้ว่าไม่ได้เกิดจากความผิดของผู้ถือบัตรหรือผู้ถือบัตรไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
เกี่ยวกับเรื่องนี้
ข้อแนะนำส่วนใหญ่ของธนาคารเมื่อเกิดกรณีบัตรเครดิตถูกขโมย คือ ให้แจ้งอายัดโดยเร็วที่สุด เพื่อที่ผู้ถือบัตรจะไม่ต้องรับผิดชอบกับรายจ่ายภายหลังที่มีการอายัดบัตรแล้ว แต่ในสภาพความจริงนั้น พวกโจรไวกว่าเรามาก กว่าจะรู้ตัวบัตรถูกรูดไปหลายบาทแล้ว
ตามกฎหมาย ใครเป็นผู้รับผิดชอบในยอดค่าใช้จ่ายจากการรูดบัตรก่อนที่จะมีการอายัดบัตรเครดิต?
ตามข้อตกลงการใช้บัตรเครดิตระหว่างธนาคารผู้ออกบัตร (bank issuer) กับผู้ถือบัตร (card holder) แจ้งไว้ว่า
“ธนาคารจะไม่รับผิดชอบในยอดค่าใช้จ่ายก่อนที่จะมีการอายัดบัตร” หมายความว่า ผู้ถือบัตรจะต้องรับผิดชอบในยอดที่โจรซื้อของเอง เหตุเป็นเพราะผู้ถือบัตรแจ้งอายัดบัตรช้าเกินไป”
การผลักความรับผิดชอบของธนาคารเช่นนั้นถูกต้องบนข้อกฎหมายหรือไม่?
เพื่อความเข้าใจในกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ขอยกเอาบทความ “บัตรเครดิตสูญหาย: ใครรับผิดหนี้(โจรกรรม)? “ของ อาจารย์ ปรวิชย์ มะกรวัฒนะ อัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายสถาบันกฎหมายอาญา สรุปคร่าวๆได้ดังนี้
สัญญาการใช้บัตรเครดิตถือเป็นสัญญาที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสามฝ่ายด้วยกัน คือธนาคารผู้ออกบัตร ลูกค้าผู้ถือบัตรและร้านค้า โดยธนาคารจะออกบัตรเครดิตให้แก่บุคคลที่ธนาคารได้ไว้วางใจและมีสถานะทางการเงินหรือเครดิตที่ดีเท่านั้น การเป็นผู้ถือบัตร ย่อมแสดงให้เห็นถึงว่าเป็น
“บุคคลหรือลูกหนี้เฉพาะเจาะจง”
ที่ธนาคารอนุญาตให้ก่อหนี้กับธนาคารได้เท่านั้น
ผู้ถือบัตรจะอนุญาตให้บุคคลอื่นนำบัตรเครดิตไปรูดแทนตนเองไม่ได้ ธนาคารจึงมีข้อกำหนดเพิ่มเติมให้ทำบัตรเสริมได้ แสดงให้เห็นว่า แม้แต่ผู้ถือบัตรเสริม ก็ยังเป็น “บุคคลหรือลูกหนี้เฉพาะเจาะจง” ที่ธนาคารต้องอนุญาตให้ก่อหนี้กับธนาคารได้ ดังนั้น บุคคลที่ไม่ใช่คู่สัญญากับธนาคารเจ้าของบัตร เช่นโจรหรือขโมย จึงไม่มีสิทธิใช้หรือทำธุรกรรมในบัตรใบนั้นได้
บัตรเครดิตถูกขโมย
ผู้ถือบัตรจะต้องรับผิดแทนโจรหรือขโมยในหนี้ที่เกิดขึ้นจากการโจรกรรมหรือไม่
การใช้บัตรเครดิตอธิบายได้ด้วยกฎหมายนิติกรรมสัญญาและเรื่องหนี้ โดยผู้ถือบัตรมีหนี้และความรับผิดในยอดเงินที่ผู้ถือบัตรได้ใช้จ่ายไปจริงเท่านั้น ธนาคารและร้านค้าย่อมมีหน้าที่พึงระมัดระวังให้รอบคอบว่าผู้รูดบัตรเครดิตนั้น เป็นผู้รับอนุญาตให้ถือบัตรโดยแท้จริงหรือไม่ เช่น ตรวจสอบลายมือชื่อหลังบัตร ตรวจสอบหน้าจากบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง แต่ร้านค้าส่วนใหญ่ และธนาคารผู้ออกบัตรมักจะละเลยในการตรวจสอบสถานะบุคคลดังกล่าว ในทางปฏิบัติภาวะการหละหลวมดังกล่าวกลับถูกผลักให้เป็นความรับผิดชอบของผู้บริโภคหรือเจ้าของบัตรผู้ทำบัตรสูญหาย สิ่งนี้ถูกต้องแล้วหรือ?
อย่างที่กล่าวข้างต้น หนี้บัตรเครดิตเป็น “หนี้เฉพาะตัวบุคคล” บุคคลอื่นที่มิใช่เจ้าของบัตรจะเข้ามาสวมสิทธิเป็นหนี้หรือใช้บัตรแทนกันไม่ได้ ดังนั้นโจรจะเข้ามาสวมสิทธิหรือมีสถานะตามสัญญาเพื่อรูดบัตรเครดิตแทนผู้ถือบัตรไม่ได้
และเมื่อมีการโจรกรรมบัตรเครดิตขึ้นมา ย่อมต้องถือว่ามีความผิดอาญาเกิดขึ้น (criminal activities) บัตรเครดิตดังกล่าวจะถูกนำไปใช้โดยบุคคลใด ไม่ว่าจะเป็นโจร ขโมยหรือบุตรของเจ้าของบัตร ย่อมถือว่าเป็นนิติกรรมที่เป็นโมฆะทั้งสิ้น เพราะหนี้อันเกิดจากกิจกรรมที่ผิดกฎหมายนั้นย่อมมีผลเป็นโมฆะตามกฎหมายที่มิอาจฟ้องหรือชำระความกันใดๆ ได้เลยทางกฎหมาย
ใครคือผู้เสียหาย
?
บัตรเครดิต “เป็นกรรมสิทธิ์ของ” ธนาคารเจ้าของบัตรซึ่งได้อนุญาตให้ผู้ถือบัตรยืมบัตรภายใต้อายุการใช้บัตรเครดิตเท่านั้น ทั้งนี้ เพราะธนาคารเป็นผู้มีอำนาจก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวนและระงับซึ่งกรรมสิทธิ์ในการใช้บัตรได้อยู่ตลอดเวลา ดังนั้นธนาคารเจ้าของบัตรเครดิตและร้านค้าที่ถูกโจรกรรมเป็นผู้เสียหายร่วมกันในความผิดฐานฉ้อโกงสินค้าในร้านค้าผ่านบัตรเครดิต เพราะการโจรกรรมได้เกิดขึ้นจากการที่โจรสวมรอยหรือหลอกลวงให้ร้านค้าและธนาคารเข้าใจผิดในสถานะที่ถูกต้องของตัวบุคคลและลายเซ็นของผู้ถือบัตรเครดิต ธนาคารเจ้าของบัตรและร้านค้าจะต้องเป็นโจทก์ร่วมหรือผู้เสียหายร่วมกันในคดีฉ้อโกงบัตรเครดิต ส่วนผู้ถือบัตรนั้นมีฐานะเป็นเพียงพยานในคดีเท่านั้น เพราะว่าผู้ถือบัตรมิได้มีส่วนได้เสียหรือเกี่ยวข้องกับธุรกรรมที่มีการโจรกรรมแต่อย่างใดเลย ดังนั้น เมื่อการดำเนินคดีเสร็จสิ้นแล้ว ร้านค้ามีหน้าที่จะต้องคืนเงินตามสลิปบัตรเครดิตที่มีการโจรกรรมบัตรเครดิตคืนกลับให้ธนาคารเจ้าของบัตรในฐานะลาภมิควรได้ ส่วนสินค้าแบรนเนมของกลางที่ถูกโจรกรรม พนักงานอัยการจะมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจคืนของกลางให้กับร้านค้าที่ถูกฉ้อโกงซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่แท้จริงเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายกลับคืนสู่สถานะเดิม
การแจ้งอายัดบัตร แจ้งเพื่อ
?
การที่ผู้ถือบัตรเครดิตแจ้งอายัดบัตรให้ธนาคารเจ้าของบัตรเพื่อดำเนินการออกบัตรใบใหม่กับตนเองแทนบัตรใบเดิมที่หายไปนั้น เป็นเพียงการขอระงับการใช้บัตรใบเดิมและเพื่อขอออกบัตรใหม่เพื่อความสะดวกในการใช้จ่ายทางธุรกิจเท่านั้น มิได้ทำให้ผู้ถือบัตรตกเป็นผู้เสียหายตามนัยประมวลกฎหมายกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 28 แต่อย่างใด เพราะเป็นเพียงการแจ้งเตือนเพื่อให้ธนาคารผู้ออกบัตรหรือธนาคารเจ้าของบัตรที่แท้จริงได้ทราบว่า บัตรเครดิตของธนาคารของผู้ออกบัตรใบนั้นอาจจะกำลังมีผู้โจรกรรมในอนาคตและ “ธนาคารกำลังจะตกเป็นผู้เสียหาย” ที่จะต้องไปใช้สิทธิแจ้งความตามกฎหมายอาญาร่วมกับร้านค้าที่กำลังจะถูกรูดซื้อสินค้าไป
สรุปได้ว่า ในการโจรกรรมบัตรเครดิตนั้น ผู้ถือบัตรเครดิตที่ทำบัตรหาย มิได้ก่อให้เกิดหนี้หรือธุรกรรมใดๆ ที่ตนจะมีส่วนต้องรับผิดชอบในยอดค่าใช้จ่ายภายใต้หลักกฎหมายเรื่องหนี้และนิติกรรมสัญญาแต่อย่างใดเลย
แท็กที่เกี่ยวข้อง:
บัตรเครดิต
มิจฉาชีพ
ธนาคารแห่งประเทศไทย
ให้คะแนนเนื้อหานี้กี่คะแนน
บทความที่เกี่ยวข้อง