ปี 2568 ตลาดเกมจะมีมูลค่าอยู่ที่ 36,500 ล้านบาท ขยายตัว 2.8% จากปี 2567 ปรับเพิ่มขึ้นจากคาดการณ์เดิมที่เติบโต 1.6% หรือมีมูลค่า 36,100 ล้านบาท โดยปัจจัยสนับสนุนในการปรับประมาณการมาจาก 1. การใช้จ่ายระหว่างเล่นเกมเพิ่มขึ้น (In-App Purchase (IAP)) 2. การเพิ่มขึ้นของจำนวนบัญชีผู้เล่นเกม ในปี 2568 คาดว่าจำนวนบัญชีผู้เล่นเกมจะมี 42.5 ล้านบัญชี เติบโต 1.2% จากปีก่อน เพิ่มขึ้นกว่า 14.2 ล้านบัญชีหรือเฉลี่ย 10% ต่อปีจากปี 2563 3. การเปิดตัวเกมใหม่และการกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้ให้บริการเกม และ 4. การจัดการแข่งขันกีฬาอีสปอร์ต (E-Sports) ที่ช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมเกมให้เติบโตและช่วยดึงดูดผู้เล่นใหม่
เมื่อพิจารณาการเติบโตตามประเภทของกลุ่มธุรกิจภาพรวมในปี 2568 พบว่า ธุรกิจการจัดจำหน่าย นำเข้าและดูแลลิขสิทธิ์เกมในไทยคาดว่าจะมีมูลค่า 35,900 ล้านบาท หรือเติบโต 3.5% ขณะที่ ธุรกิจการผลิตและพัฒนาเกมไทย ซึ่งรวมทั้งผู้พัฒนาและออกแบบเกม (IP Owner) และผู้รับจ้างผลิตผลงาน (Outsource) เผชิญกับปัจจัยลบกระทบการเติบโตของรายได้ คาดว่ามีมูลค่ารวม 600 ล้านบาท และอาจหดตัวกว่า 26.4% จากปี 2567
ไปข้างหน้าบริษัทผู้พัฒนาเกมของไทยเจอกับความท้าทายที่สูงขึ้น เนื่องจากการแข่งขันสูง จากบริษัทเกมต่างประเทศ การใช้ Generative AI และ Agentic AI ในการพัฒนาเกม ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรและข้อจำกัดของแหล่งเงินลงทุน อีกทั้งเกมของไทยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มเกมทั่วไป มีข้อจำกัดในการสร้างรายได้และวงจรชีวิต (Life cycle) ของเกมที่สั้น ขณะที่ในปี 2569 ปัจจัยความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะโจทย์ท้าทายด้านกำลังซื้อและเศรษฐกิจ ทำให้คาดว่ามูลค่าตลาดเกมในปี 2569 จะเติบโตในระดับที่ชะลอลง
บทความที่เกี่ยวข้อง
