ย้อนกลับไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน ชื่อของ Palo Alto Networks (PANW) คือหนึ่งในบริษัทพัฒนาฮาร์ดแวร์เพื่อป้องกันภัยคุกคามจากโลกออนไลน์ ขาย “Firewall กล่องเหล็ก” ให้องค์กรต่างๆ ซื้อขาดไปติดตั้งในสำนักงาน โดย Palo Alto เป็นผู้เล่นรายใหม่ที่มาพร้อมเทคโนโลยีที่ disrupt ตลาด firewall และมองตัวเองอยู่ใน segment พรีเมียม อุปกรณ์มีราคาสูงกว่าคู่แข่งหลายราย
ด้วยการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีในปัจจุบัน การทำงานแบบ Remote Working ได้กลายเป็นเรื่องปกติใหม่ (new normal) ขณะที่องค์กรต่าง ๆ ก็เร่งย้ายระบบขึ้นสู่ Cloud เพื่อเพิ่มความสะดวกและความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม ในอีกมุมหนึ่ง ภัยคุกคามทางไซเบอร์ก็มีความซับซ้อนและรุนแรงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้โมเดลธุรกิจดั้งเดิมของ Palo Alto ไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการด้านความปลอดภัยขององค์กรยุคใหม่ได้อย่างเพียงพออีกต่อไป
Palo Alto ตัดสินใจพลิกเกม สู่การให้บริการความปลอดภัยทางไซเบอร์แบบ Subscription ที่ลูกค้าองค์กรไม่ต้องลงทุนซื้ออุปกรณ์แพง ๆ อีกต่อไป แต่หันมาใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีการอัพเดทอย่างต่อเนื่องแทน
โดยบริษัทเริ่มจากส่วน Prisma Cloud ที่เปรียบเสมือน “Firewall ยุคใหม่บน Cloud” เป็นกำแพงสูงปกป้องการถูกคุกคามเครือข่ายและข้อมูลขององค์กร โดยไม่ต้องมีอุปกรณ์จริง ๆ ในออฟฟิศเหมือนสมัยก่อน
ต่อมาบริษัทต่อยอดขยายบริการส่วน Cortex ซึ่งเป็นเหมือนศูนย์ควบคุมความปลอดภัยไซเบอร์อัจฉริยะ มีการใช้ AI วิเคราะห์ ตรวจจับ และตอบสนองต่อภัยคุกคามได้แบบอัตโนมัติ เปรียบเหมือนมีทีม Security ทั้งกองทัพ คอยเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง แต่ทั้งหมดทำงานอยู่บนระบบดิจิทัลที่ยืดหยุ่นและขยายได้ตามความต้องการขององค์กร ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายส่วนรักษาความปลอดภัยขององค์กรได้มหาศาล และลดความจำเป็นในการซื้อ Software จากหลายค่ายด้วย เพราะ Palo Alto มีบริการให้ครบ จบในที่เดียว
ผลลัพธ์ของการเปลี่ยนผ่านชัดเจนมาก
- รายได้ของบริษัทโต กว่า 700 เท่าใน 15 ปี คิดเป็นการเติบโตเฉลี่ยกว่า 54% ต่อปี
- สัดส่วนรายได้จาก Subscription เติบโตจนแทนที่ธุรกิจเก่าจนหมด จากที่มีเพียง 31% ตอน IPO ในปี 2012 วันนี้รายได้จากส่วน Subscription ขึ้นมาเกิน 77% และนักวิเคราะห์คาดว่าจะทะลุ 90% ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
- ทำให้ Palo Alto ตอนนี้ไม่ได้มี Business Model เป็นบริษัทขายอุปกรณ์ป้องกันภัยทางไซเบอร์อีกต่อไป แต่กลายเป็นธุรกิจ Software เพื่อการป้องกันภัยทางไซเบอร์ที่มีรายได้ประจำ (Recurring Income) แข็งแรงและขยายบริการได้ต่อเนื่อง
แม้ในบางช่วง ตัวเลขรายได้ที่รับรู้จาก Subscription อาจชะลอเพราะการเปลี่ยนวิธีบันทึก แต่ถ้าไปดูยอดสัญญาล่วงหน้า (RPO) ยังโตต่อเนื่อง และลูกค้าใหม่ยังเข้ามาไม่หยุด ซึ่งสะท้อนว่าความต้องการบริการไม่ได้ลดลงเลย
ปัจจุบัน Palo Alto ถือว่าพัฒนาไปไกลและมีจุดแข็งหลายอย่างที่ทำให้แข็งแกร่งขึ้นเมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง Fortinet, Check Point และ Cisco โดยเฉพาะในองค์กรขนาดกลางถึงใหญ่ที่มีความต้องการสูงเรื่อง Security, Cloud, Hybrid Infrastructure, Threat Intelligence และ Automation
โอกาสของ Palo Alto จึงอยู่บน 2 แกนสำคัญ:
1. ตลาด Cybersecurity ที่เติบโตต่อเนื่อง เพราะภัยคุกคามไม่มีวันหยุด และองค์กรทั่วโลกจำเป็นต้องลงทุนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
2. ฐานลูกค้าและ Subscription ขนาดใหญ่ ที่เปิดทางให้บริษัทต่อยอดบริการใหม่ ๆ ได้ทันที ทั้ง Cloud Security, AI Security และ Managed Services
แม้ Palo Alto ยังคงต้องเผชิญความท้าทาย ทั้งการแข่งขันจากคู่แข่งระดับโลกอย่าง CrowdStrike, Zscaler หรือ Fortinet และความจำเป็นต้องลงทุนมหาศาลในเทคโนโลยี AI และการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อตามตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วให้ทัน แต่ด้วยขนาดเครือข่าย และฐานรายได้ประจำ ทำให้ Palo Alto กำลังถูกมองว่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่แข็งแกร่งที่สุดในอุตสาหกรรมในเวลานี้
กล่าวโดยสรุป ชื่อ Palo Alto ในปัจจุบัน ไม่ได้เป็นเพียงบริษัทขาย อุปกรณ์ Firewall อย่างที่หลายคนเคยรู้จักในอดีตอีกต่อไปแล้ว แต่กลายเป็น “เจ้าพ่อ Subscription Cybersecurity” ที่หลายองค์กรทั่วโลกเลือกพึ่งพา และเป็นหนึ่งในหุ้นธีมความปลอดภัยทางดิจิทัลที่น่าจับตาที่สุดตัวหนึ่งในยุคนี้
ลงทุนในหุ้น PANW ได้ง่ายๆ ผ่าน DR ชื่อย่อหลักทรัพย์ PANW80 และถ้าอยากรู้จักบริษัทอื่น ๆ ที่มี DR เพิ่มเติม สามารถติดตามบทความความรู้การลงทุนได้ที่ Line Official บล. ดาโอ : @daolsec หรือ Facebook : http://www.facebook.com/daol.th
Disclaimer: ผู้ลงทุนควรศึกษา ทำความเข้าใจในลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยง การลงทุนในต่างประเทศมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
Source: Bloomberg; Company Data, as of 11 Sep 2025
บทความที่เกี่ยวข้อง