ในช่วงปี 2568-69 รายได้ของธุรกิจขนส่งสินค้าทางทะเลคาดปรับตัวลดลงที่ราว -5.2%YoY และราว -6.7%YoY ซึ่งเป็นผลจากค่าระวางเรือที่ลดลง โดย 1)ค่าระวางเรือคอนเทนเนอร์ของโลก สะท้อนจาก SCFI เฉลี่ยในปี 2568-69 คาดจะอยู่ในช่วง 1,400-1,900 USD/TEU และ 1,300-1,800 USD/TEU ตามลำดับ จากเฉลี่ยในปี 2567 ที่ 2,740 USD/TEU และ 2)ดัชนีค่าระวางเรือเทกอง สะท้อนจาก BDI เฉลี่ยในปี 2568-69 คาดจะอยู่ในช่วง 1,100-1,600 และ 1,000-1,500 ตามลำดับ จากเฉลี่ยในปี 2567 ที่ 1,742 ส่วนหนึ่งเป็นผลจากกองเรือขนส่งสินค้าที่เพิ่มขึ้น ส่วนปริมาณสินค้าส่งออกและนำเข้าทางทะเลของไทยคาดเพิ่มขึ้น 3%YoY เป็น 183.7 ล้านตันในปี 2568 และลดลง -4%YoY เป็น 176.4 ล้านตันในปี 2569
ในปี 2568-69 ค่าใช้จ่ายของธุรกิจมีแนวโน้มลดลงจากปี 2567 จากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเรือที่มีแนวโน้มลดลงตามราคาน้ำมันดิบ เช่น น้ำมันดิบดูไบที่คาดว่าราคาเฉลี่ยจะลดลงจาก 79.7 USD/บาร์เรล ในปี 2567 เป็น 66.3 และ 63.4 USD/บาร์เรล ในปี 2568-69
ด้านเทรนด์ ESG องค์การทางทะเลระหว่างประเทศกำหนดให้ผู้ประกอบการเดินเรือใช้เชื้อเพลิงที่มีกำมะถันต่ำเพื่อลดมลพิษมาระยะหนึ่งแล้ว รวมถึงผู้ประกอบการท่าเรือบางรายได้ปรับใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เช่น ปั่นจั่นไฟฟ้า รถบรรทุกไฟฟ้าในท่าเรือ เป็นต้น
บทความที่เกี่ยวข้อง
