CNEV24 อุตสาหกรรม EV จีน คันเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจจีนจากอุตสาหกรรมดั้งเดิมสู่เทคโนโลยีขั้นสูง อุตสาหกรรมรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) เป็นหนึ่งในเป้าหมายที่ทางการจีนต้องการยกระดับให้เป็นอุตสาหกรรมหลักในระยะยาว ภายใต้ทิศทางนโยบายภาครัฐที่ชัดเจนและการพัฒนาเทคโนโลยี ทำให้ China EV กลายเป็นหนึ่งในธีมการลงทุนที่นักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตา นักลงทุนไทยต้องรู้ เพื่อไม่พลาดโอกาสธีมลงทุนนี้
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 ของจีนยกให้อุตสาหกรรม EV และรถอัจฉริยะเป็นหนึ่งในแกนหลักของการเติบโตเชิงโครงสร้างของประเทศจีน
ภายใต้กรอบแผนดังกล่าว จีนได้จัดวางอุตสาหกรรม EV ไว้ในกลุ่ม “New Quality Productive Forces” โดยมองบทบาทของ EV มากกว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วไป แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการลดการพึ่งพาพลังงาน และเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ควบคู่กับการยกระดับโครงสร้างการผลิตของประเทศผ่านการพัฒนาแบตเตอรี่ ชิปกำลังไฟฟ้า ซอฟต์แวร์ และ AI ไปพร้อมกัน ขณะที่การผลักดัน EV ยังสอดคล้องกับเป้าหมายด้านคาร์บอนและการพัฒนาเมือง ทำให้แรงหนุนของอุตสาหกรรมขยายตัว ครอบคลุมตลอดทั้งห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่วัสดุขั้นสูง แบตเตอรี่ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงซอฟต์แวร์และการส่งออก
สัดส่วนการลงทุนของ CNEV24 ถูกออกแบบให้ครอบคลุมทั้งวัฏจักรการผลิตของอุตสาหกรรม EV
CNEV24 ลงทุนในบริษัทจีนราว 30 แห่ง ทั้งในตลาด A-Shares และ H-Shares โดยให้น้ำหนักตาม Market Capitalization และมีการปรับสัดส่วนการลงทุนปีละ 2 ครั้ง (ข้อมูล ณ วันที่ 24 ธ.ค. 2568) โดยพอร์ตการลงทุนแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่
โดยปัจจุบัน (24 ธันวาคม 2568) CNEV24 ซื้อขายที่ 2.18 บาท คิดเป็น 29 เท่าของกำไรใน 12 เดือนข้างหน้า (NTM P/E) ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีของอุตสาหกรรม EV จีนที่ราว 34 เท่า และใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม EV โลก สะท้อนว่าระดับราคายังอยู่ในกรอบที่สมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับศักยภาพการเติบโตในระยะยาว
ความเสี่ยงของอุตสาหกรรม EV จีนคือการแข่งขันที่สูง แรงกดดันด้านอัตราการทำกำไร และการกีดกันทางการค้า
ความเสี่ยงที่นักลงทุนควรติดตาม สำหรับอุตสาหกรรม EV จีน อยู่ที่ความสามารถของผู้ประกอบการในการรักษาอัตราการทำกำไรท่ามกลางการแข่งขันที่สูง ขณะที่การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว อาจส่งผลให้ต้นทุนการพัฒนาเพิ่มขึ้นในระยะยาว นอกจากนี้ความเสี่ยงจากมาตรการกีดกันทางการค้าของประเทศคู่ค้า อาจกระทบต่อการส่งออกและทำให้ผลประกอบการ รวมถึงราคาหุ้นผันผวนตามความคาดหวังของตลาดในระยะถัดไป
บทความที่เกี่ยวข้อง