มูลค่าตลาดเฟอร์นิเจอร์โดยรวมในปี 2568 คาดจะขยายตัวเพียง 1.2%YoY และหดตัว -2.9%YoY ในปี 2569 ส่วนปี 2570 จะฟื้นตัวในระดับต่ำที่ 1.3%YoY แบ่งเป็น ตลาดในประเทศ (70% ของมูลค่าตลาดรวม) คาดว่าจะลดลง -3.1%YoY และ -0.6%YoY ในปี 2568-69 ตามลำดับ และในปี 2570 จะฟื้นตัวเพียง 1.3%YoY จากปัญหาด้านกำลังซื้อที่อ่อนแอ และภาวะซบเซาในตลาดที่อยู่อาศัย ส่วนตลาดส่งออก (30% ของมูลค่าตลาดรวม) มีโอกาสได้รับผลกระทบจากนโยบายภาษีของสหรัฐฯ และการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ทำให้มูลค่าส่งออกมีแนวโน้มขยายตัว 10.6%YoY ในปี 2568 และหดตัว -7.4%YoY ในปี 2569 แต่ในปี 2570 คาดว่าธุรกิจจะปรับตัว และเร่งหาตลาดส่งออกอื่นๆ ทดแทนได้ ทำให้มูลค่าส่งออกทยอยฟื้นตัวที่ 1.4%YoY
ในช่วง 1-3 ปีนี้ ต้นทุนวัตถุดิบในการผลิตเฟอร์นิเจอร์ เช่น ราคาไม้แปรรูปคาดจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3%-5% เทียบกับปี 2567 ส่วนราคาเหล็ก คาดจะลดลงเฉลี่ยอยู่ในกรอบ -8% ถึง -13% เทียบกับปี 2567 ขณะที่ ราคาอะลูมิเนียมที่อยู่ในช่วงขาขึ้นเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ธุรกิจยังเผชิญความเสี่ยงจากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์จากจีนซึ่งมีความได้เปรียบด้านราคาที่เข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดในไทยและตลาดส่งออกเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศคู่ค้าที่เข้มงวดขึ้น ในระยะข้างหน้าธุรกิจนี้ควรพัฒนาไปสู่การผลิต Sustainable Furniture เพื่อตอบโจทย์นโยบายด้าน ESG และสอดรับกับทิศทางการค้าในตลาดโลก
บทความที่เกี่ยวข้อง
