"Agentic AI" อาวุธลับ Salesforce, Inc. (CRM:NYSE) – CRM01
ในปี 2025 ที่ผ่านมาเราเห็นหุ้นเทคสหรัฐฯ ตัวหลักๆ สามารถสร้างผลตอบแทนได้ดี (Outperform) ไม่ว่าจะเป็น NVDA, AMD, AVGO, GOOG, AMZN, MSFT และ META ซึ่งเป็นหุ้นโครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับ AI (AI Infrastructure) ในขณะที่ในปีนี้อุตสาหกรรมมีโอกาสเติบโตที่แตกต่างออกไป
หุ้นในกลุ่ม AI Infrastructure มีโอกาสแปลงเปลี่ยนไปเป็นหุ้นที่ผันผวนน้อยลง และเป็นหุ้นพื้นฐานมากขึ้นจากความชัดเจนในแง่ธุรกิจและผลประกอบการ ในขณะที่หุ้นที่คาดว่าจะมีความน่าสนใจขึ้นจะกลายเป็นหุ้น AI ที่จะได้รับประโยชน์จากการที่บริษัทใหญ่ๆ กำลังนำ AI มาใช้ และลดการจ้างงานลงหรือประหยัดต้นทุนแรงงาน เพื่อให้กำไรของบริษัทเหล่านี้เติบโตจากการที่รายได้โตเร็วกว่าค่าใช้จ่าย ซึ่งปี 2026 จะเป็นปีแห่ง "การพิสูจน์ผลกำไรจาก AI" อย่างแท้จริง บริษัทที่สามารถใช้ AI เพื่อเพิ่มรายได้และลดต้นทุนได้อย่างมีนัยสำคัญ จะกลายเป็นดาวเด่นของตลาดหุ้น ตลาดจะเริ่มให้รางวัลกับบริษัทที่แสดงผลประกอบการที่เป็นรูปธรรมจากการลงทุนใน AI (AI Application) คำถามสำคัญต่อจากนี้ของตลาดจะไม่ใช่ "ใครสร้าง AI ที่ดีที่สุด" แต่จะเป็น "ใครใช้ AI สร้างรายได้และกำไรได้จริงมากที่สุด" ซึ่งบริษัทเหล่านั้นต้องเป็นบริษัทที่สามารถฝัง AI เข้าไปในผลิตภัณฑ์เดิมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ลูกค้าองค์กรได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งหนึ่งในนั้นคือระบบจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (Customer Relationship Management : CRM)
ระบบ CRM ในปี 2025 ที่ผ่านมา ได้วิวัฒนาการไปไกลกว่าการเป็นเพียง "สมุดรายชื่อลูกค้าดิจิทัล" หรือระบบบันทึกข้อมูล (System of Record) องค์กรธุรกิจทั่วโลกกำลังเปลี่ยนความต้องการไปสู่ "System of Action" หรือระบบที่สามารถ "คิดและทำแทน" มนุษย์ได้ ธุรกิจไม่ได้ต้องการแค่แดชบอร์ดสรุปยอดขาย แต่ต้องการระบบที่บอกว่า "ต้องทำอะไรต่อไป" และ "ทำสิ่งนั้นให้โดยอัตโนมัติ" เช่น การส่งอีเมลหาลูกค้าที่มีแนวโน้มจะยกเลิกสัญญา หรือการคัดกรอง Lead ที่มีคุณภาพสูงสุดให้ทีมขายทันที อีกหนึ่งปัญหาของบริษัทแบบดังเดิมคือข้อมูลที่กระจัดกระจาย (Data Silos) ซึ่งในปัจจุบันระบบ CRM สามารถรวมศูนย์ข้อมูล (Unified Data) เพื่อให้ AI สามารถประมวลผลได้อย่างแม่นยำ องค์กรที่ไม่มีข้อมูลที่สะอาดและเชื่อมโยงกัน จะไม่สามารถใช้ประโยชน์จาก AI ได้เต็มประสิทธิภาพ
เห็นได้ชัดเจนว่า AI สามารถเข้ามาช่วยในระบบ CRM ได้อย่างไม่ต้องสงสัย และหากพูดถึงธุรกิจ CRM คงหนีไม่พ้น Salesforce, Inc. (CRM:NYSE) ผู้เป็นผู้นำในระบบ CRM และครองอันดับที่ 1 (Market Share ประมาณ 20-22% ดูเหมือนไม่เยอะแต่มากกว่า ส่วนแบ่งการตลาดของคู่แข่งเบอร์ 2, 3, 4 และ 5 รวมกัน) ซึ่งบริษัทในกลุ่ม Fortune 500 ส่วนใหญ่จะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของ Salesforce อย่างน้อย 1 ตัว
อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าบริบทการลงทุนกำลังเปลี่ยนจาก "ใครสร้าง AI ที่ดีที่สุด" แต่จะเป็น "ใครใช้ AI สร้างรายได้และกำไรได้จริงมากที่สุด" Salesforce, Inc. (CRM:NYSE) จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่บริษัทซอฟต์แวร์ยักษ์ใหญ่อีกต่อไป แต่กำลังกลายร่างเป็น "มันสมองที่องค์กรต้องมี" (Enterprise Brain) ซึ่งจะพิสูจน์ให้ตลาดเห็นว่า AI สามารถสร้างกำไรและลดต้นทุนได้จริง ผ่านกลยุทธ์สำคัญ "Agentic AI" หรือ AI ที่ทำงานได้เองแทนมนุษย์
ความน่าสนใจที่สุดของ Salesforce ในขณะนี้คือการเปิดตัว "Agentforce" ซึ่งไม่ใช่แค่ Generative AI ที่เอาไว้ถาม-ตอบ หรือสรุปการประชุม แต่เป็น Autonomous AI Agents ที่สามารถลงมือทำ (Take Action) ได้จริงตามที่ธุรกิจต้องการ ฝ่ายบริการลูกค้าที่ไม่ต้องใช้คนจำนวนมากรับโทรศัพท์ แต่ใช้ Agentforce ที่มีความเข้าใจบริบท (Context) ของลูกค้าเช่น เข้าไปตรวจสอบประวัติการสั่งซื้อ แก้ไขปัญหาการชำระเงิน และเสนอโปรโมชั่นชดเชยให้ลูกค้าได้เองจนจบกระบวนการ หรือในฝั่งงานขาย (Sales) ที่ AI สามารถคัดกรองลูกค้า (Lead Scoring) และส่งอีเมลนัดหมายประชุมให้อัตโนมัติ สิ่งนี้ตอบโจทย์เทรนด์ปี 2026 ที่บริษัทขนาดใหญ่ต้องการ "Scale without adding headcount" หรือการขยายธุรกิจโดยไม่ต้องเพิ่มจำนวนพนักงาน ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไร (Operating Margin) ที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ระบุว่ามีลูกค้ากว่า 18,500 รายกำลังใช้งาน Agentforce และมีการเติบโตของการใช้งานในระดับ Production ถึง 70% QoQ ใน 3Q’25 ที่ผ่านมา
อีกทั้ง Salesforce ยังมีระบบ “Data Cloud” ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการดึงข้อมูลที่กระจัดกระจาย ทั้งจากในระบบ Salesforce เอง และจากภายนอก (เช่น Snowflake, Google BigQuery หรือ AWS) มารวมกันแบบ Real-time เพื่อป้อนให้ AI ฉลาดขึ้น ยิ่งลูกค้าใช้ Salesforce มากเท่าไหร่ ข้อมูลก็ยิ่งรวมศูนย์ AI ก็ยิ่งทำงานแม่นยำขึ้น เกิดเป็น Network Effect ที่ทำให้ลูกค้าย้ายค่ายได้ยาก (High Switching Cost) และเป็นการปิดจุดอ่อนเรื่อง Data Silos ที่เป็นอุปสรรคใหญ่ของบริษัทต่างๆ
หากปี 2026 คือปีแห่งการ "พิสูจน์ผลกำไรจาก AI" Salesforce, Inc. (CRM:NYSE) คือบริษัทที่มีความพร้อมที่สุด ทั้งฐานลูกค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก (Installed Base) และเทคโนโลยีที่พร้อมเปลี่ยนรายจ่ายด้านแรงงานของลูกค้า ให้กลายเป็นรายรับของบริษัท
ดังนั้น สำหรับนักลงทุนที่มองหาหุ้น Growth ที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าหุ้นชิป และเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากการมาของ AI ในยุคที่ AI ต้องทำงานแทนคน และสามารถมองข้ามความผันผวนระยะสั้น โฟกัสที่ภาพใหญ่ของการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค Agentic AI ซึ่ง Salesforce มีความพร้อมที่สุดในตลาดที่จะเป็นผู้ชนะในเกมนี้ Salesforce, Inc. (CRM:NYSE) เป็น 1 ในตัวเลือกที่ดีในวันนี้ครับ วันนี้เราสามารถเป็นเจ้าของ Salesforce, Inc. (CRM:NYSE) ได้ง่ายๆ ผ่านตลาดหุ้นไทยด้วย DR ผ่าน CRM01
บทความที่เกี่ยวข้อง
