Long Call & Long Put Options คืออะไร? มือใหม่เข้าใจง่ายใน 5 นาที

โดย Settrade

Long Call & Long Put Options คืออะไร? มือใหม่เข้าใจง่ายใน 5 นาที

โดย Settrade

Long Call & Long Put Options คืออะไร? มือใหม่เข้าใจง่ายใน 5 นาที

หากคุณเคยรู้สึกว่าการลงทุนในหุ้นแบบเดิมๆ ที่ "ซื้อแล้วรอให้ขึ้น" นั้นจำกัดเกินไป หรือเคยอยากมีเครื่องมือที่ช่วยให้คุณทำกำไรได้ทั้งตอนตลาดขึ้นและลง บทความนี้จะพาคุณมาทำความรู้จักกับ Long Call Options และ Long Put Options กลยุทธ์การลงทุนที่มือใหม่ก็เข้าใจได้ โดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนเยอะ และที่สำคัญคือคุมความเสี่ยงได้ด้วยตัวเอง

202507-Article-Options-wizard-guide-img01

เริ่มต้นทำความเข้าใจ Options คืออะไร?

ก่อนจะไปรู้จัก Long Call และ Long Put เราต้องเข้าใจ Options กันก่อน ลองคิดง่ายๆ ว่าการซื้อ Options ก็เหมือนกับการซื้อสิทธิในการจองสินค้าล่วงหน้า เช่น คุณจ่ายค่าจอง Art Toy รุ่น Limited Edition ราคา 500 บาท ก่อนที่สินค้าจะออกจริง

เมื่อถึงวันที่ Art Toy ออกขาย คุณมีสิทธิ์เลือกได้ 3 ทาง:

  • จ่ายเงินเพิ่มเพื่อซื้อสินค้าตามที่จองไว้ (ถ้าสินค้ามีราคาสูงขึ้นมาก คุ้มค่ากับการจอง)
  • ขายใบจองต่อให้คนอื่นเพื่อทำกำไร (ถ้ามีคนต้องการมากและยอมจ่ายเงินซื้อใบจองจากคุณในราคาสูง)
  • ปล่อยใบจองหมดอายุไป (ถ้าไม่คุ้มค่าแล้ว คุณก็เสียแค่ค่าจอง 500 บาทเท่านั้น)

Options ทำงานแบบเดียวกัน คุณไม่ต้อง "ซื้อจริง ขายจริง" เหมือนหุ้นที่ต้องใช้เงินลงทุนเต็มจำนวน แค่จ่ายเงินเล็กน้อยที่เรียกว่า "ค่าพรีเมียม" (Premium) เพื่อซื้อสิทธิในการทำกำไรจากการเคลื่อนไหวของดัชนี SET50 ตามทิศทางที่คุณคาดการณ์

รู้จักองค์ประกอบสำคัญของ Options (สัญญาสิทธิ)

Options หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ประกอบด้วยองค์ประกอบหลักที่ต้องเข้าใจ

  1. ค่าพรีเมียม (Premium) เงินที่คุณจ่ายเพื่อซื้อสิทธิ คล้ายกับค่าจองสินค้า ซึ่งเป็นเงินที่คุณเสี่ยงขาดทุนได้สูงสุด ไม่มีการเรียกเงินเพิ่ม
  2. Strike Price ราคาที่ตกลงไว้ล่วงหน้า เปรียบเหมือนราคาสินค้าที่คุณจองไว้
  3. วันหมดอายุ วันสุดท้ายที่สัญญานี้ยังมีผลบังคับใช้ หลังจากนั้นสิทธิจะหมดไป
  4. สินทรัพย์อ้างอิง สิ่งที่เราเทรด ใน Options Wizard จะเป็นดัชนี SET50

ความแตกต่างระหว่าง Call Options และ Put Options

Options แบ่งเป็น 2 ประเภทหลักตามทิศทางที่คุณคาดการณ์:
  • Call Options เป็นสิทธิที่ใช้เมื่อคุณคาดว่าตลาดจะขึ้น คล้ายกับการจองสินค้าที่คาดว่าราคาจะพุ่งสูงขึ้น ถ้าตลาดขึ้นจริง มูลค่า Call Options ของคุณก็จะเพิ่มขึ้นตาม
  • Put Options เป็นสิทธิที่ใช้เมื่อคุณคาดว่าตลาดจะลง ทำงานในทิศทางตรงข้ามกับ Call ถ้าตลาดลงจริง มูลค่า Put Options ของคุณก็จะเพิ่มขึ้น

สิ่งสำคัญคือ ไม่ว่าจะเป็น Call หรือ Put ถ้าตลาดไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ คุณขาดทุนได้มากสุดก็แค่ค่าพรีเมียมที่จ่ายไปตั้งแต่ตอนแรกเท่านั้น ไม่ต้องกังวลเรื่องการล้างพอร์ตหรือถูกเรียกเงินเพิ่ม

Long Call Options คืออะไร กลยุทธ์ทำกำไรในตลาดขาขึ้น

Long Call Options คือการซื้อสิทธิในการทำกำไรเมื่อคุณคาดการณ์ว่าตลาดจะเคลื่อนไหวขาขึ้น เป็นกลยุทธ์ที่เหมาะกับนักลงทุนที่มองว่าดัชนี SET50 มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นในอนาคตอันใกล้

หลักการทำงานของ Long Call Options แบบ Step-by-Step

การเทรด Long Call ทำงานตามขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้:

ขั้นตอนที่ 1: จ่ายค่าพรีเมียมเพื่อซื้อสิทธิ
คุณจ่ายเงินจำนวนหนึ่ง (เช่น 600 บาท) เพื่อซื้อ Call Options ที่ให้สิทธิคุณทำกำไรเมื่อ SET50 ขึ้น เงินที่จ่ายนี้คือความเสี่ยงสูงสุดของคุณ

ขั้นตอนที่ 2: รอให้ตลาดเคลื่อนไหว
ถ้า SET50 ขึ้นตามที่คาดการณ์ ราคาของ Call Options ที่คุณถืออยู่ก็จะเพิ่มมูลค่าขึ้นตาม ยิ่งตลาดขึ้นแรงเท่าไหร่ มูลค่า Call Options ก็ยิ่งพุ่งสูงตาม

ขั้นตอนที่ 3: ตัดสินใจปิดสถานะ
คุณสามารถขาย Call Options ออกไปเพื่อทำกำไรได้ทันทีที่ต้องการ ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงวันหมดอายุ หรือหากตลาดไม่ขึ้นตามที่คาด คุณก็สามารถตัดขาดทุนหรือปล่อยให้หมดอายุ โดยขาดทุนไม่เกินค่าพรีเมียมที่จ่ายไป

ตัวอย่างการใช้ Long Call Options แบบเห็นภาพ

มาดูตัวอย่างจริงเพื่อให้เข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้น:

สถานการณ์: คุณวิเคราะห์ว่าดัชนี SET50 ที่อยู่ที่ 715 จุด น่าจะขึ้นไปแตะ 720 จุดในอีกไม่กี่วัน

การดำเนินการ:

  • คุณจ่ายค่าพรีเมียม 600 บาท เพื่อซื้อ Call Options S50M26C720 (สัญญา Call ที่มี Strike Price 720)
  • เงินลงทุนของคุณคือ 600 บาท และนี่คือความเสี่ยงสูงสุดที่คุณจะขาดทุนได้

กรณีที่ตลาดขึ้นตามคาด:

  • SET50 ขึ้นไป 725 จุดจริงๆ
  • ราคา Call Options ของคุณพุ่งขึ้นเป็น 1,800 บาท
  • คุณขายทำกำไร = 1,800 - 600 = กำไร 1,200 บาท (คิดเป็น 200% จากเงินลงทุน)

กรณีที่ตลาดไม่ขึ้นตามคาด:

  • SET50 อยู่ที่ 710 จุด (ลงจากเดิม)
  • ราคา Call Options ลดลงเหลือ 200 บาท
  • คุณเลือก Cut loss ขายออก ขาดทุน 400 บาท หรือถ้าปล่อยให้หมดอายุ ขาดทุนสูงสุด 600 บาท

สังเกตว่าไม่ว่าตลาดจะผันผวนแค่ไหน คุณขาดทุนได้มากสุดแค่ 600 บาท ไม่มีการเรียกเงินเพิ่ม

ข้อดีและความเสี่ยงที่ต้องรู้ของ Long Call

ข้อดี:

  • คุมความเสี่ยงได้ - ขาดทุนสูงสุดไม่เกินค่าพรีเมียมที่จ่ายไป
  • ไม่ถูกเรียกเงินเพิ่ม (No Margin Call) - ไม่ต้องกังวลเรื่องการล้างพอร์ต
  • โอกาสทำกำไรไม่จำกัด - ถ้าตลาดขึ้นแรง กำไรก็พุ่งตาม
  • ใช้เงินลงทุนน้อย - เมื่อเทียบกับการซื้อหุ้นตัวเดียวกันจำนวนเท่ากัน

ความเสี่ยง:

  • มูลค่าลดลงตามเวลา (Time Decay) - ยิ่งใกล้วันหมดอายุ มูลค่าของ Options จะค่อยๆ ลดลง
  • อาจขาดทุนทั้งหมดของค่าพรีเมียม - ถ้าตลาดไม่เคลื่อนไหวตามที่คาด
  • ต้องคาดการณ์ทิศทางถูก - Long Call จะมีกำไรก็ต่อเมื่อตลาดขึ้นจริง

เหมาะกับใครและสถานการณ์แบบไหน?

Long Call Options เหมาะกับสถานการณ์เหล่านี้:

  1. คิดว่าหุ้นจะขึ้น แต่ไม่แน่ใจนัก
    เปรียบเหมือนค่าจองซื้อไว้ก่อน ถ้าหุ้นขึ้นจริงก็ไม่ตกรถ แต่ถ้าไม่ขึ้นก็เสียแค่ค่าจอง
  2. ต้องการใช้เงินลงทุนน้อย
    ถ้าคุณไม่มีเงินมากพอที่จะซื้อหุ้นตัวนั้นจริงๆ แต่อยากได้โอกาสทำกำไรจากการที่หุ้นขึ้น Long Call เป็นทางเลือกที่ดี
  3. มองเห็นปัจจัยบวกระยะสั้น
    เมื่อมีข่าวดี หรือเหตุการณ์ที่อาจทำให้ตลาดปรับตัวขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ Long Call ช่วยให้คุณคว้าโอกาสนั้นได้โดยใช้เงินลงทุนไม่มาก

เหมาะกับนักลงทุนมือใหม่ที่ต้องการลองเทรด Options ด้วยความเสี่ยงที่จำกัด นักลงทุนที่มีมุมมองว่าตลาดจะขึ้นแต่ไม่อยากใช้เงินลงทุนมาก หรือผู้ที่ต้องการคุมความเสี่ยงให้อยู่ในกรอบที่ชัดเจน

Long Put Options คืออะไร กลยุทธ์ทำกำไรในตลาดขาลง

Long Put Options คือการซื้อสิทธิในการทำกำไรเมื่อคุณคาดการณ์ว่าตลาดจะเคลื่อนไหวขาลง เป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้คุณทำกำไรได้แม้ในสถานการณ์ที่ตลาดปรับตัวลง ซึ่งต่างจากการซื้อหุ้นปกติที่ทำกำไรได้เฉพาะเมื่อตลาดขึ้นเท่านั้น

หลักการทำงานของ Long Put Options แบบเข้าใจง่าย

การเทรด Long Put มีหลักการคล้ายกับ Long Call แต่ทำงานในทิศทางตรงข้าม

ขั้นตอนที่ 1: จ่ายค่าพรีเมียมเพื่อซื้อสิทธิ
คุณจ่ายเงินจำนวนหนึ่ง (เช่น 600 บาท) เพื่อซื้อ Put Options ที่ให้สิทธิคุณทำกำไรเมื่อ SET50 ลง ค่าพรีเมียมนี้คือความเสี่ยงสูงสุด

ขั้นตอนที่ 2: รอให้ตลาดเคลื่อนไหว
ถ้า SET50 ลงตามที่คาดการณ์ ราคาของ Put Options ที่คุณถืออยู่ก็จะเพิ่มมูลค่าขึ้น ยิ่งตลาดลงแรงเท่าไหร่ มูลค่า Put Options ก็ยิ่งสูงขึ้นตาม

ขั้นตอนที่ 3: ตัดสินใจปิดสถานะ
เมื่อได้กำไรตามเป้าหมาย คุณสามารถขาย Put Options ออกไปได้ทันที หรือถ้าตลาดไม่ลงตามคาด คุณก็สามารถตัดขาดทุนหรือถือจนหมดอายุ โดยขาดทุนสูงสุดไม่เกินค่าพรีเมียม

ตัวอย่างการใช้ Long Put Options ในสถานการณ์จริง

มาดูตัวอย่างการใช้งาน Long Put ในสถานการณ์จริง เช่น คุณวิเคราะห์ว่าดัชนี SET50 ที่อยู่ที่ 743 จุด มีแนวโน้มจะปรับตัวลงมาที่ 718 จุดในอีกไม่กี่วัน

การดำเนินการ:

  • คุณจ่ายค่าพรีเมียม 600 บาท เพื่อซื้อ Put Options S50M26P720 (สัญญา Put ที่มี Strike Price 720)
  • เงินลงทุนของคุณคือ 600 บาท และนี่คือความเสี่ยงสูงสุด

กรณีที่ตลาดลงตามคาด:

  • SET50 ลงมา 710 จุดจริงๆ
  • ราคา Put Options ของคุณพุ่งขึ้นเป็น 1,500 บาท
  • คุณขายทำกำไร = 1,500 - 600 = กำไร 900 บาท (คิดเป็น 150% จากเงินลงทุน)

กรณีที่ตลาดไม่ลงตามคาด:

  • SET50 ขึ้นไป 750 จุด (ขึ้นจากเดิม)
  • ราคา Put Options ลดลงเหลือ 150 บาท
  • คุณเลือก Cut loss ขายออก ขาดทุน 450 บาท หรือถ้าปล่อยให้หมดอายุ ขาดทุนสูงสุด 600 บาท

อีกครั้งที่เห็นได้ชัดว่า ไม่ว่าจะคาดการณ์ถูกหรือผิด คุณรู้ตั้งแต่ต้นว่าขาดทุนได้มากที่สุดเท่าไหร่

ข้อดีและความเสี่ยงที่ต้องรู้ของ Long Put

ข้อดี:

  • ทำกำไรในตลาดขาลงได้ ไม่ต้องรอให้ตลาดขึ้นเท่านั้น
  • คุมความเสี่ยงได้ ขาดทุนสูงสุดไม่เกินค่าพรีเมียม
  • ใช้เป็นประกันพอร์ต สามารถใช้เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง (Hedging) สำหรับพอร์ตหุ้นที่ถืออยู่
  • ไม่ถูกเรียกเงินเพิ่ม เช่นเดียวกับ Long Call

ความเสี่ยง:

  • มูลค่าลดลงตามเวลา ยิ่งใกล้วันหมดอายุ Options จะมีมูลค่าน้อยลง
  • อาจขาดทุนทั้งหมด ถ้าตลาดไม่ลงตามที่คาด
  • ต้องคาดการณ์ทิศทางถูก Long Put จะมีกำไรก็ต่อเมื่อตลาดลงจริง

เหมาะกับใครและสถานการณ์แบบไหน?

Long Put Options เหมาะกับสถานการณ์เหล่านี้

  1. หุ้นจะตก กลัวติดดอย
    เปรียบเหมือนซื้อประกันให้พอร์ตหุ้น ถ้าตลาดลงจริงๆ พอร์ตหุ้นคุณอาจขาดทุน แต่ Put Options ที่ถืออยู่จะมีกำไรชดเชย
  2. มองเห็นปัจจัยลบที่จะกระทบตลาด
    เมื่อมีข่าวร้าย หรือสัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าตลาดอาจปรับตัวลง Long Put ช่วยให้คุณทำกำไรจากการลงของตลาด
  3. ต้องการกระจายความเสี่ยงในพอร์ต
    ถ้าคุณถือหุ้นไว้เยอะและกังวลว่าตลาดอาจมีความผันผวนลง การซื้อ Put Options จะช่วยป้องกันความเสี่ยงให้กับพอร์ตได้

เหมาะกับนักลงทุนที่มีพอร์ตหุ้นและต้องการป้องกันความเสี่ยง นักลงทุนที่มองเห็นสัญญาณตลาดขาลงและต้องการทำกำไรจากโอกาสนี้ หรือผู้ที่ต้องการเครื่องมือที่หลากหลายในการทำกำไร

เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง Long Call vs Long Put

เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนขึ้น มาดูตารางเปรียบเทียบความแตกต่างที่สำคัญระหว่าง Long Call และ Long Put

หัวข้อเปรียบเทียบ

Long Call Options

Long Put Options

ทิศทางที่คาดการณ์

คาดว่าตลาดจะขึ้น

คาดว่าตลาดจะลง

เมื่อไหร่จะมีกำไร

เมื่อ SET50 ขึ้นสูงกว่า Break Even Point

เมื่อ SET50 ลงต่ำกว่า Break Even Point

โอกาสกำไรสูงสุด

ไม่จำกัด (ตลาดขึ้นไปเรื่อยๆ)

จำกัดที่ Strike Price (ตลาดต่ำสุดคือ 0)

ขาดทุนสูงสุด

ค่าพรีเมียมที่จ่ายไป

ค่าพรีเมียมที่จ่ายไป

การใช้งาน

เก็งกำไรตลาดขาขึ้น

เก็งกำไรตลาดขาลง หรือป้องกันความเสี่ยงพอร์ต

ตัวอย่างสถานการณ์

มองว่าเศรษฐกิจฟื้นตัว หุ้นน่าจะขึ้น

มองว่ามีปัจจัยลบ หุ้นน่าจะปรับฐาน

มุมมองต่อทิศทางตลาด

ความแตกต่างหลักระหว่าง Long Call และ Long Put อยู่ที่มุมมองต่อทิศทางตลาด:

  • Long Call = เชื่อว่าตลาดจะขึ้น เหมือนการเดิมพันว่าราคาจะสูงขึ้น ยิ่งตลาดพุ่งแรง กำไรก็ยิ่งมาก
  • Long Put = เชื่อว่าตลาดจะลง เหมือนการเดิมพันว่าราคาจะต่ำลง ยิ่งตลาดร่วงแรง กำไรก็ยิ่งมาก

นอกจากนี้ยังมีกลยุทธ์ที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ไม่แน่ใจในทิศทาง

ซื้อทั้ง Call และ Put ถ้าคุณไม่แน่ใจว่าตลาดจะขึ้นหรือลง แต่มั่นใจว่าตลาดจะเหวี่ยงแรงแน่ๆ คุณสามารถซื้อทั้ง Call และ Put ไว้พร้อมกัน (เรียกว่า Long Straddle) เป็นการดักไว้ทั้ง 2 ทาง ลุ้นว่าการเหวี่ยงของตลาดจะแรงเกินเงินที่ลงทุนไว้ ทำให้ได้กำไร

การจำกัดกำไรและขาดทุน

ทั้ง Long Call และ Long Put มีข้อดีร่วมกันคือขาดทุนแบบจำกัด กำไรแบบไม่จำกัด (หรือจำกัดเฉพาะ Put ที่ตลาดต่ำสุดคือ 0) กำไรจึงจำกัดที่ Strike Price

ข้อดีนี้สำคัญมาก เพราะคุณรู้ตั้งแต่ต้นว่าจะเสียได้มากสุดเท่าไหร่ (คือค่าพรีเมียมที่จ่ายไป) ไม่ต้องกลัวว่าจะขาดทุนมหาศาลหรือถูกเรียกเงินเพิ่ม สามารถนอนหลับสบายได้

ในขณะเดียวกัน ถ้าตลาดเคลื่อนไหวเป็นไปตามที่คาดการณ์ คุณมีโอกาสทำกำไรได้หลายเท่าของเงินลงทุน ซึ่งเป็นโอกาสที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ต้องการความเสี่ยงที่ชัดเจนแต่โอกาสกำไรที่สูง

202507-Article-Options-wizard-guide-img02

Options Wizard เครื่องมือทำกำไรด้วย Long Call และ Long Put

หลังจากที่เข้าใจ Long Call และ Long Put แล้ว คุณอาจสงสัยว่าจะเริ่มต้นใช้งานอย่างไร นี่คือที่มาของ Options Wizard เครื่องมือใหม่ในแอป Streaming ที่ถูกออกแบบมาเพื่อทำให้การเทรด Options ง่ายขึ้นมาก โดยเฉพาะสำหรับมือใหม่

Options Wizard ช่วยให้การเทรด Options ง่ายอย่างไร

แทนที่คุณจะต้องนั่งไล่หาสัญญา Options ที่อยากซื้อ คำนวณค่าพรีเมียม หาวันหมดอายุเอง Options Wizard จะช่วยแนะนำให้คุณทุกอย่าง ในเพียง 3 ขั้นตอน:

ขั้นตอนที่ 1: คาดการณ์ทิศทาง
บอกแค่ว่าคุณคิดว่า SET50 จะขึ้นหรือลง ระบบจะแนะนำ Call Options (ถ้าคาดว่าขึ้น) หรือ Put Options (ถ้าคาดว่าลง) ให้อัตโนมัติ คุณยังสามารถระบุดัชนีเป้าหมายได้ด้วย เช่น คาดว่า SET50 จะขึ้นจาก 715 ไปแตะ 720 จุด

ขั้นตอนที่ 2: เลือกสัญญา
Options Wizard จะคัดกรองและแสดงสัญญาที่เหมาะสมตามทิศทางที่คุณเลือก พร้อมแสดงข้อมูลสำคัญอย่างเข้าใจง่าย:

  • จุดเริ่มต้นทำกำไร (Break Even)
  • คาดการณ์ผลตอบแทน (แสดงเป็นเท่าของเงินลงทุน)
  • เงินลงทุนขั้นต่ำ
  • วันหมดอายุ

ขั้นตอนที่ 3: กำหนดเงินลงทุน
ระบุจำนวนสัญญาที่ต้องการ ระบบจะแสดงเงินลงทุนรวมและความเสี่ยงขาดทุนสูงสุด (ซึ่งเท่ากับเงินลงทุนเสมอ) ให้คุณเห็นก่อนยืนยัน

คุณสมบัติเด่นของ Options Wizard

  • ออกแบบมาให้มือใหม่ใช้ง่าย
    ไม่ต้องมีความรู้เชิงลึกเรื่อง Options ก็สามารถเริ่มต้นได้ทันที อินเทอร์เฟซใช้งานง่าย แสดงข้อมูลแบบภาพที่เข้าใจง่าย
  • คุมความเสี่ยงได้ชัดเจน
    ทุกครั้งที่ส่งคำสั่ง ระบบจะแสดงความเสี่ยงขาดทุนสูงสุดให้คุณเห็นอย่างชัดเจน มั่นใจได้ว่าจะไม่ถูกเรียกเงินเพิ่ม (No Margin Call)
  • ติดตามพอร์ตและคำสั่งได้สะดวก
    เมนูพอร์ตออปชันแสดงสถานะการลงทุนปัจจุบัน พร้อมกำไร/ขาดทุนแบบเรียลไทม์ ส่วนเมนูสถานะคำสั่งช่วยให้คุณติดตามคำสั่งที่ส่งไปได้ทุกขั้นตอน
  • รองรับการปิดสถานะได้ทันที
    ไม่ต้องรอให้ครบกำหนด คุณสามารถปิดสถานะเพื่อทำกำไรหรือตัดขาดทุนได้ทุกเมื่อ

เริ่มต้นใช้งาน Options Wizard

หากคุณพร้อมที่จะเริ่มใช้ Long Call และ Long Put เพื่อทำกำไรในทุกสภาวะตลาด คุณสามารถเข้าใช้ Options Wizard ได้ง่ายๆ ผ่านแอป Streaming

  1. เปิดบัญชีซื้อขาย TFEX (ถ้ายังไม่มี)
  2. เปิดแอป Streaming บนมือถือ
  3. กดเมนู More และเลือก Options Wizard
  4. เริ่มคาดการณ์ทิศทางและส่งคำสั่งได้ทันที

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Long Call กับ Short Call ต่างกันอย่างไร?

Long Call คือการซื้อสิทธิ คุณจ่ายค่าพรีเมียมเพื่อซื้อสิทธิในการทำกำไรเมื่อตลาดขึ้น ความเสี่ยงของคุณจำกัดอยู่แค่ค่าพรีเมียมที่จ่ายไป

Short Call คือการขายสิทธิ คุณรับค่าพรีเมียมจากผู้ซื้อ แต่มีหน้าที่ต้องชดเชยผลขาดทุนให้ผู้ซื้อถ้าตลาดขึ้น ความเสี่ยงของคุณไม่จำกัด และอาจถูกเรียกเงินประกันเพิ่ม

สำหรับมือใหม่ แนะนำให้เริ่มจาก Long Call หรือ Long Put เสียก่อน เพราะความเสี่ยงจำกัด คุมได้ และเข้าใจง่ายกว่า เมื่อมีประสบการณ์และความรู้มากขึ้นจึงค่อยศึกษา Short Options

ต้องใช้เงินลงทุนเท่าไหร่ในการเปิดสถานะ Long Options?

เงินลงทุนขึ้นอยู่กับค่าพรีเมียมของสัญญาและจำนวนสัญญาที่คุณต้องการซื้อ

ตัวอย่าง:

  • ค่าพรีเมียม 600 บาทต่อ 1 สัญญา
  • ถ้าคุณซื้อ 1 สัญญา = เงินลงทุน 600 บาท
  • ถ้าคุณซื้อ 3 สัญญา = เงินลงทุน 1,800 บาท

โดยทั่วไปค่าพรีเมียมจะอยู่ในช่วงหลักร้อยถึงหลักพันบาท ขึ้นอยู่กับระยะห่างของ Strike Price กับดัชนีปัจจุบัน และระยะเวลาจนกว่าจะหมดอายุ

Options Wizard จะแสดงเงินลงทุนขั้นต่ำให้คุณเห็นในแต่ละสัญญา ก่อนที่คุณจะตัดสินใจส่งคำสั่ง ทำให้คุณวางแผนการเงินได้สะดวก

สามารถถือ Long Options ไปจนหมดอายุได้หรือไม่?

ได้ คุณสามารถถือ Long Call หรือ Long Put ไปจนกว่าสัญญาจะหมดอายุ

อะไรเกิดขึ้นเมื่อหมดอายุ

  • ถ้าออปชันมีกำไร (In-the-Money): ระบบจะชำระราคาส่วนต่างให้คุณอัตโนมัติในวันทำการถัดไป เช่น คุณถือ Call ที่มี Strike ที่ 720 และ SET50 ปิดที่ 730 คุณจะได้รับผลต่างมูลค่า 10 จุด คูณด้วยขนาดสัญญาคือ 200

  • ถ้าออปชันไม่มีกำไร (Out-of-the-Money): สัญญาจะหมดอายุไปโดยไม่มีมูลค่า ระบบจะไม่มีการเรียกเงินเพิ่มใดๆ

แม้ว่าคุณจะถือไปจนหมดอายุได้ แต่หลายครั้งการปิดสถานะก่อนหมดอายุอาจให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า โดยเฉพาะเมื่อคุณได้กำไรตามเป้าหมายแล้ว เพราะ Options จะมีมูลค่าลดลงตามเวลา (Time Decay) ยิ่งใกล้หมดอายุมูลค่ายิ่งลด

สรุปบทความ

Long Call และ Long Put Options เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้คุณทำกำไรได้ทั้งตลาดขึ้นและลง ด้วยความเสี่ยงที่จำกัดและคุมได้

  • Long Call - ใช้เมื่อคาดว่าตลาดจะขึ้น จ่ายค่าพรีเมียมเพื่อซื้อสิทธิทำกำไร ถ้าตลาดขึ้นตามคาดก็ได้กำไรหลายเท่า แต่ถ้าผิดคาดก็ขาดทุนไม่เกินค่าพรีเมียมเท่านั้น
  • Long Put - ใช้เมื่อคาดว่าตลาดจะลง หรือต้องการป้องกันความเสี่ยงพอร์ตหุ้น ทำกำไรเมื่อตลาดลง โดยขาดทุนสูงสุดก็เท่ากับค่าพรีเมียมเช่นกัน

คุมความเสี่ยงได้, ไม่ถูกเรียกเงินเพิ่ม, ใช้เงินลงทุนน้อย, ทำกำไรได้ 2 ทาง เริ่มต้นง่ายๆ ด้วย Options Wizard เครื่องมือในแอป Streaming ที่ช่วยให้เทรด Options ง่ายใน 3 ขั้นตอน พร้อมแนะนำสัญญาและแสดงความเสี่ยงอย่างชัดเจน

พร้อมคว้าโอกาสทำกำไรในทุกจังหวะตลาดแล้วหรือยัง? เริ่มต้นใช้งาน Options Wizard วันนี้ 

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.settrade.com/optionswizard

แท็กที่เกี่ยวข้อง: Options Wizard long call option long put option

  บทความที่เกี่ยวข้อง