วิธีเทรด Options 2025 คู่มือสำหรับมือใหม่

โดย Settrade

วิธีเทรด Options 2025 คู่มือสำหรับมือใหม่

โดย Settrade

วิธีเทรด Options 2025 คู่มือสำหรับมือใหม่

หลายคนเริ่มต้นลงทุนด้วยการ "ซื้อหุ้น แล้วรอให้ราคาขึ้น" เพื่อทำกำไร แต่ในโลกของการลงทุนจริง ตลาดมีความผันผวนและไม่ได้เป็นใจให้เราเสมอไป จะดีกว่าหรือไม่ ถ้าในปัจจุบันมีเครื่องมือที่ทำให้เราสามารถทำกำไรได้ทั้งในสภาวะตลาดขาขึ้นและขาลง

บทความนี้จะพาคุณมาทำความรู้จักกับการเทรด Options ผ่าน Options Wizard อย่างละเอียด ตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงกลยุทธ์การเทรดที่เหมาะกับมือใหม่ พร้อมเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณเริ่มต้นได้ง่ายขึ้น

202507-Article-Options-wizard-guide-img01

Options คืออะไร? ทำความเข้าใจพื้นฐาน

Options คือสัญญาที่ให้สิทธิ์ (แต่ไม่ใช่ข้อผูกพัน) ในการซื้อหรือขายสินทรัพย์อ้างอิงในราคาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ภายในระยะเวลาที่กำหนด คิดง่ายๆ ว่าซื้อ Options ก็เหมือนกับซื้อสิทธิในการจองสินค้าล่วงหน้า

เช่น จ่ายค่าจอง Art Toy รุ่น Limited ก่อนสินค้าจะออก ถ้าพอถึงเวลา คุณสามารถเลือกที่จะจ่ายเงินเพิ่มเพื่อซื้อสินค้าตามที่จองไว้ หรือจะโยนใบจองนั้นทิ้งไปก็ได้ หรือบางทีแทนที่จะรอ Art Toy ออกมา คุณอาจจะเอาใบจองนั้นไปขายต่อเพื่อทำกำไรก่อนที่ Art Toy จะออกก็ยังได้

Options ทำงานคล้ายกัน แทนที่จะต้อง "ซื้อจริง ขายจริง" เหมือนหุ้นที่คุณต้องใช้เงินลงทุนเต็มจำนวน คุณแค่ต้องจ่ายเงินจองเล็กน้อย หรือที่เรียกว่า "ค่าพรีเมียม" (Premium) เพื่อ "ซื้อสิทธิ" ในการซื้อหรือขายสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ดัชนี SET50 ในราคาที่คุณกำหนดไว้

ผลลัพธ์ที่เป็นไปได้

  • ถ้าตลาดเคลื่อนไหวเป็นไปตามที่คุณคาดการณ์ไว้ คุณก็ได้กำไร
  • ถ้าตลาดไม่เป็นไปตามที่คุณคาดไว้ คุณก็เสียเงินไม่เกินค่าพรีเมียมเท่านั้น

รู้จักสิทธิในการ "ซื้อ" (Call Options) และ "ขาย" (Put Options)

Options มีให้เลือก 2 แบบหลักๆ คือ

  1. Call Options (สิทธิลุ้นตลาดขาขึ้น)
  • เป็นสิทธิในการ "ซื้อ" สินทรัพย์อ้างอิงในราคาที่กำหนดไว้
  • เหมาะกับเวลาที่คุณคาดว่าราคาจะขึ้น
  • ตัวอย่าง ซื้อ Call Options ของดัชนี SET50 ที่ราคาใช้สิทธิ 900 จุด ถ้าหลังซื้อ SET50 เพิ่มขึ้น Call Options ของคุณก็จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น
  1. Put Options (สิทธิลุ้นตลาดขาลง)
  • เป็นสิทธิในการ "ขาย" สินทรัพย์อ้างอิงในราคาที่กำหนดไว้
  • เหมาะกับเวลาที่คุณคาดว่าราคาจะลง
  • ตัวอย่าง ซื้อ Put Options ของดัชนี SET50 ที่ราคาใช้สิทธิ 850 จุด ถ้าหลังซื้อ SET50 ลง Put Options ของคุณก็จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น

การมีทั้ง Call และ Put Options จึงเปิดโอกาสให้คุณทำกำไรได้ในทุกสภาพตลาด ไม่ว่าตลาดจะขึ้นหรือลง

เข้าใจพื้นฐานองค์ประกอบสำคัญของ Options

ก่อนเริ่มเทรด Options มี 3 องค์ประกอบหลักที่คุณต้องเข้าใจ

  1. Strike Price (ราคาใช้สิทธิ)
  • คือราคาที่กำหนดไว้ล่วงหน้าว่าคุณจะซื้อหรือขายสินทรัพย์อ้างอิงที่ราคาเท่าไหร่
  • ตัวอย่าง ซื้อ Call Options ที่ Strike Price 900 จุด หมายความว่าคุณมีสิทธิ์ซื้อดัชนี SET50 ที่ราคา 900 จุด
  1. Expiration Date (วันหมดอายุ)
  • คือวันที่สัญญา Options จะหมดอายุ
  • หลังจากวันนี้ สิทธิ์ที่คุณซื้อมาจะไม่มีผลใช้บังคับอีกต่อไป
  1. Premium (ค่าพรีเมียม)
  • คือราคาที่คุณต้องจ่ายเพื่อซื้อสิทธิ์นั้น
  • ค่าพรีเมียมจะเปลี่ยนแปลงตามกลไกตลาด ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ความผันผวนของตลาด เวลาที่เหลือจนถึงวันหมดอายุ และระยะห่างระหว่างราคาปัจจุบันกับ Strike Price

เข้าใจพื้นฐานราคา Options

ราคาของ Options จะถูกกำหนดโดยความสัมพันธ์ระหว่างราคาปัจจุบันของสินทรัพย์อ้างอิง (เช่น ดัชนี SET50) กับ Strike Price ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 สถานะ

  • In-the-Money (ITM): สัญญาที่มีโอกาสใช้สิทธิ์ได้ง่าย เช่น Call Options ที่ราคาปัจจุบันสูงกว่า Strike Price หรือ Put Options ที่ราคาปัจจุบันต่ำกว่า Strike Price → สัญญาประเภทนี้จะมีราคาแพงกว่า

  • At-the-Money (ATM): สัญญาที่ราคาปัจจุบันเท่ากับหรือใกล้เคียง Strike Price → เป็นจุดกึ่งกลางทั้งราคาและความเสี่ยง

  • Out-of-the-Money (OTM): สัญญาที่มีโอกาสใช้สิทธิ์ได้ยาก เช่น Call Options ที่ราคาปัจจุบันต่ำกว่า Strike Price หรือ Put Options ที่ราคาปัจจุบันสูงกว่า Strike Price → สัญญาประเภทนี้จะมีราคาถูกกว่า แต่มีความเสี่ยงสูงกว่า

หลักการสำคัญ: สัญญาที่มีโอกาสใช้สิทธิ์ง่ายกว่าจะแพงกว่าสัญญาที่มีโอกาสใช้สิทธิ์ยาก นี่คือสิ่งที่คุณต้องชั่งน้ำหนักระหว่างต้นทุนและโอกาสทำกำไรเมื่อเลือกซื้อ Options

ข้อดีของการเทรด Options ที่แตกต่างจากการเทรดหุ้น

การเทรด Options มีข้อได้เปรียบหลายประการเมื่อเทียบกับการซื้อขายหุ้นทั่วไป ดังนี้

  1. ทำกำไรได้ 2 ทาง
  • สามารถทำกำไรได้ทั้งตลาดขาขึ้น (ด้วย Call Options) และตลาดขาลง (ด้วย Put Options)
  • ไม่จำเป็นต้องรอให้ตลาดขึ้นเท่านั้นเหมือนการถือหุ้น
  1. ใช้เงินลงทุนน้อยกว่า
  • แทนที่จะต้องใช้เงินซื้อหุ้นเต็มจำนวน คุณแค่จ่ายค่าพรีเมียม
  • ทำให้สามารถควบคุมสินทรัพย์มูลค่าสูงด้วยเงินลงทุนที่น้อยกว่า
  1. จำกัดความเสี่ยงได้ชัดเจน
  • เมื่อคุณซื้อ Options (Long Options) ความเสี่ยงสูงสุดคือค่าพรีเมียมที่จ่ายไป
  • ไม่มีการเรียกเงินประกันเพิ่ม (No Margin Call) เหมือนการเทรดแบบอื่นๆ ในตลาด TFEX
  • มั่นใจได้ว่าขาดทุนไม่เกินเงินที่ลงทุนไป
  1. ยืดหยุ่นในการวางแผน
  • สามารถกำหนดระดับราคา (Strike Price) และระยะเวลา (Expiration Date) ที่ต้องการได้
  • สามารถปิดสถานะก่อนหมดอายุเพื่อทำกำไรหรือตัดขาดทุนได้ตลอดเวลา

ตัวอย่างเปรียบเทียบ

  • ซื้อหุ้นมูลค่า 100,000 บาท ต้องใช้เงินเต็มจำนวน 100,000 บาท และทำกำไรได้เฉพาะเมื่อราคาขึ้น
  • ซื้อ Call Options อาจใช้เพียง 2,000-3,000 บาท และหากตลาดขึ้นตามคาด มีโอกาสทำกำไรได้หลายเท่าของเงินลงทุน แต่ถ้าผิดทางก็เสียแค่เงินที่จ่ายไป
202507-Article-Options-wizard-guide-img02

เริ่มต้นเทรด Options ด้วย Options Wizard เครื่องมือที่ออกแบบมาให้การเทรดง่ายขึ้น

หากคุณสนใจเทรด Options แต่กังวลว่าจะซับซ้อนเกินไป Options Wizard คือเครื่องมือใหม่ในแอป Streaming ที่ช่วยทำให้การซื้อ Options ง่ายขึ้นมาก

แทนที่คุณจะต้องนั่งไล่หาตัว Options ที่อยากซื้อ นั่งคำนวณค่าพรีเมียม หรือหาวันหมดอายุเอง Options Wizard จะช่วยแนะนำให้คุณทุกอย่าง แค่เลือกว่าตลาดจะขึ้นหรือลง Options Wizard ก็จะคัดกรอง Options ที่เหมาะสม พร้อมแสดงต้นทุนและผลตอบแทนมาให้ในแบบที่เข้าใจง่าย ดูง่าย ไม่งงแน่นอน

Options Wizard เหมาะกับใคร?

  • นักลงทุนมือใหม่ที่อยากลองเทรด TFEX แบบไม่เสี่ยงมาก ใช้เงินน้อย
  • นักลงทุนหุ้นทั่วไปที่ต้องการโอกาสใหม่ในการทำกำไร
  • คนที่มีมุมมองชัดเจนว่าตลาดจะขึ้นหรือลง และอยากวางแผนทำกำไรล่วงหน้าให้คุ้มค่า

ข้อดีของ Options Wizard

  • ทำกำไรได้ 2 ทาง ไม่ว่าตลาดจะขึ้นหรือลง
  • คุมเสี่ยงได้ ขาดทุนไม่เกินเงินค่าพรีเมียมที่จ่ายไว้ ในขณะที่มีโอกาสทำกำไรได้ไม่จำกัด
  • มือใหม่ก็เทรดได้ ถ้าคุณเคยคิดว่าการเทรด Options คือโลกที่ "เข้าไม่ถึง" อยากให้ลอง Options Wizard

ขั้นตอนที่ 1 เลือกโบรกเกอร์ที่เหมาะสม

การเทรด Options ในประเทศไทยจะต้องทำผ่านโบรกเกอร์ที่ได้รับอนุญาตให้เทรดในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX)

สิ่งที่ควรพิจารณาเมื่อเลือกโบรกเกอร์

  • มีใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. (สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์)
  • ค่าธรรมเนียมที่สมเหตุสมผล
  • มีฝ่ายบริการลูกค้าที่ให้คำปรึกษาได้ โดยทุกโบรกเกอร์ที่มีให้เลือกในแอป Streaming นั้นเป็นโบรกเกอร์ที่มีใบอนุญาต ก.ล.ต. และสามารถใช้ฟีเจอร์ Options Wizard ได้

ขั้นตอนที่ 2 เปิดบัญชีและยืนยันตัวตน

หลังจากเลือกโบรกเกอร์แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเปิดบัญชีซื้อขาย TFEX

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • บัตรประชาชน หรือ Passport (สำหรับชาวต่างชาติ)
  • หนังสือรับรองเงินเดือน หรือ Bank Statement
  • เอกสารยืนยันที่อยู่ปัจจุบัน

ขั้นตอนการเปิดบัญชี

  1. กรอกใบสมัครออนไลน์หรือที่สาขา
  2. อัพโหลดเอกสารประกอบ
  3. ทำแบบประเมินความเสี่ยง (Suitability Test)
  4. รอการอนุมัติจากโบรกเกอร์ (โดยปกติใช้เวลา 1-3 วันทำการ)
  5. ลงนามในสัญญาอิเล็กทรอนิกส์

หมายเหตุ สำหรับ Options Wizard ต้องมีบัญชี Derivatives ประเภท SEOSD เท่านั้น หากยังไม่มีสามารถเปิดผ่านแอป Streaming หรือติดต่อโบรกเกอร์ได้

ขั้นตอนที่ 3 การฝากเงินเข้าพอร์ต

ก่อนเริ่มเทรด คุณต้องฝากเงินเข้าบัญชีซื้อขาย TFEX ก่อน

วิธีการฝากเงิน

  • โอนผ่าน Mobile Banking
  • โอนผ่าน ATM หรือ Internet Banking
  • นำเงินสดฝากที่สาขา (บางโบรกเกอร์)
  • โอนจากบัญชีหลักทรัพย์ (ถ้ามีอยู่แล้ว)

จำนวนเงินขั้นต่ำ

  • สำหรับการเทรด Options ผ่าน Options Wizard จำนวนเงินขั้นต่ำขึ้นอยู่กับค่าพรีเมียมของสัญญาที่เลือก
  • โดยทั่วไปอาจเริ่มต้นได้ตั้งแต่ 500-2,000 บาทต่อสัญญา
  • แนะนำให้มีเงินในบัญชีมากกว่าเงินลงทุนอย่างน้อย 20-30% เพื่อความคล่องตัว

ขั้นตอนที่ 4 วิธีส่งคำสั่งซื้อ-ขาย Options

การส่งคำสั่งซื้อ Long Options ผ่าน Options Wizard

Options Wizard ทำให้การส่งคำสั่งซื้อ Options ง่ายขึ้นเพียง 3 ขั้นตอน

ขั้นตอนที่ 1 คาดการณ์ทิศทาง

  1. เปิดแอป Streaming แล้วไปที่เมนู More เลือก Options Wizard
  2. เลือกทิศทางตลาดที่คุณคาดการณ์: "ตลาดขึ้น" หรือ "ตลาดลง"
  3. (Optional) ระบุเป้าหมายดัชนีที่คาดว่าจะไปถึง เช่น คาดว่า SET50 จะขึ้นจาก 900 ไป 920 จุด
    • มีตัวช่วยแสดงเป็น % เพื่อให้เลือกง่ายขึ้น
  4. กดปุ่ม "ต่อไป"

ขั้นตอนที่ 2 เลือกสัญญา

  1. ระบบจะแสดงสัญญา Options ที่แนะนำตามทิศทางที่เลือก
  2. แต่ละสัญญาจะแสดงข้อมูลสำคัญ:
    • จุดเริ่มต้นทำกำไร (Break Even): ดัชนีต้องไปถึงจุดนี้จึงจะเริ่มกำไร
    • คาดการณ์ผลตอบแทน: แสดงเป็นเท่าตัวเมื่อดัชนีไปถึงเป้าหมาย
    • เงินลงทุนขั้นต่ำ: เงินที่ต้องใช้ต่อ 1 สัญญา
    • ความนิยม: แสดงว่าสัญญานี้มีคนเทรดมากแค่ไหน
  3. สามารถเลือกดูสัญญาที่หมดอายุใกล้ (60 วัน) หรือไกล (154 วัน) ได้
  4. Swipe ซ้าย-ขวาเพื่อดูตัวเลือกสัญญาอื่นๆ
  5. เลือกสัญญาที่ต้องการ แล้วกด "เงินลงทุนขั้นต่ำ"

ขั้นตอนที่ 3 กำหนดเงินลงทุน

  1. ระบุจำนวนสัญญาที่ต้องการซื้อ (มีปุ่มช่วยเลือก 1, 2, 3, 5 หรือสูงสุด)
  2. ระบบจะแสดง:
    • เงินลงทุนรวม
    • ความเสี่ยงขาดทุนสูงสุด (เท่ากับเงินลงทุนรวม)
  3. ตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง
  4. กด "ยืนยัน" และกรอก PIN (4-6 หลัก)
  5. คำสั่งจะถูกส่งเป็น Limit Order ที่ราคา Best Offer พร้อม Validity แบบ FOK (จับคู่ทันที หากไม่ได้ทั้งหมดจะยกเลิก)

การส่งคำสั่งซื้อ-ขาย Options แบบอื่นผ่าน Streaming ปกติ

หากต้องการเทรดแบบ Short Options หรือกลยุทธ์ที่ซับซ้อนกว่า ต้องใช้เมนู Buy/Sell ปกติใน Streaming ซึ่งรองรับทั้ง Long และ Short Options แต่อาจต้องเข้าใจรายละเอียดมากกว่า Options Wizard

หมายเหตุสำคัญ

  • Options Wizard รองรับเฉพาะการซื้อ Long Options เท่านั้น (จำกัดความเสี่ยง)
  • การส่งคำสั่งจะทำได้เฉพาะในเวลาที่ตลาดเปิดทำการ
  • หากส่งคำสั่งจากช่องทางอื่น ข้อมูลจะแสดงใน Options Wizard ในเมนูพอร์ตออปชันและสถานะคำสั่งด้วย

4 กลยุทธ์การเทรด Options ยอดนิยม

หากคุณสนใจเทรด Options แต่กังวลว่าจะซับซ้อนเกินไป Options Wizard คือเครื่องมือใหม่ในแอป Streaming ที่ช่วยทำให้การซื้อ Options ง่ายขึ้นมาก

แทนที่คุณจะต้องนั่งไล่หาตัว Options ที่อยากซื้อ นั่งคำนวณค่าพรีเมียม หรือหาวันหมดอายุเอง Options Wizard จะช่วยแนะนำให้คุณทุกอย่าง แค่เลือกว่าตลาดจะขึ้นหรือลง Options Wizard ก็จะคัดกรอง Options ที่เหมาะสม พร้อมแสดงต้นทุนและผลตอบแทนมาให้ในแบบที่เข้าใจง่าย ดูง่าย ไม่งงแน่นอน

Options Wizard เหมาะกับใคร?

  • นักลงทุนมือใหม่ที่อยากลองเทรด TFEX แบบไม่เสี่ยงมาก ใช้เงินน้อย
  • นักลงทุนหุ้นทั่วไปที่ต้องการโอกาสใหม่ในการทำกำไร
  • คนที่มีมุมมองชัดเจนว่าตลาดจะขึ้นหรือลง และอยากวางแผนทำกำไรล่วงหน้าให้คุ้มค่า

ข้อดีของ Options Wizard

  • ทำกำไรได้ 2 ทาง ไม่ว่าตลาดจะขึ้นหรือลง
  • คุมเสี่ยงได้ ขาดทุนไม่เกินเงินค่าพรีเมียมที่จ่ายไว้ ในขณะที่มีโอกาสทำกำไรได้ไม่จำกัด
  • มือใหม่ก็เทรดได้ ถ้าคุณเคยคิดว่าการเทรด Options คือโลกที่ "เข้าไม่ถึง" อยากให้ลอง Options Wizard

ขั้นตอนที่ 1 เลือกโบรกเกอร์ที่เหมาะสม

การเทรด Options ในประเทศไทยจะต้องทำผ่านโบรกเกอร์ที่ได้รับอนุญาตให้เทรดในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX)

สิ่งที่ควรพิจารณาเมื่อเลือกโบรกเกอร์

  • มีใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. (สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์)
  • ค่าธรรมเนียมที่สมเหตุสมผล
  • มีฝ่ายบริการลูกค้าที่ให้คำปรึกษาได้ โดยทุกโบรกเกอร์ที่มีให้เลือกในแอป Streaming นั้นเป็นโบรกเกอร์ที่มีใบอนุญาต ก.ล.ต. และสามารถใช้ฟีเจอร์ Options Wizard ได้

ขั้นตอนที่ 2 เปิดบัญชีและยืนยันตัวตน

หลังจากเลือกโบรกเกอร์แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเปิดบัญชีซื้อขาย TFEX

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • บัตรประชาชน หรือ Passport (สำหรับชาวต่างชาติ)
  • หนังสือรับรองเงินเดือน หรือ Bank Statement
  • เอกสารยืนยันที่อยู่ปัจจุบัน

ขั้นตอนการเปิดบัญชี

  1. กรอกใบสมัครออนไลน์หรือที่สาขา
  2. อัพโหลดเอกสารประกอบ
  3. ทำแบบประเมินความเสี่ยง (Suitability Test)
  4. รอการอนุมัติจากโบรกเกอร์ (โดยปกติใช้เวลา 1-3 วันทำการ)
  5. ลงนามในสัญญาอิเล็กทรอนิกส์

หมายเหตุ สำหรับ Options Wizard ต้องมีบัญชี Derivatives ประเภท SEOSD เท่านั้น หากยังไม่มีสามารถเปิดผ่านแอป Streaming หรือติดต่อโบรกเกอร์ได้

ขั้นตอนที่ 3 การฝากเงินเข้าพอร์ต

ก่อนเริ่มเทรด คุณต้องฝากเงินเข้าบัญชีซื้อขาย TFEX ก่อน

วิธีการฝากเงิน

  • โอนผ่าน Mobile Banking
  • โอนผ่าน ATM หรือ Internet Banking
  • นำเงินสดฝากที่สาขา (บางโบรกเกอร์)
  • โอนจากบัญชีหลักทรัพย์ (ถ้ามีอยู่แล้ว)

จำนวนเงินขั้นต่ำ

  • สำหรับการเทรด Options ผ่าน Options Wizard จำนวนเงินขั้นต่ำขึ้นอยู่กับค่าพรีเมียมของสัญญาที่เลือก
  • โดยทั่วไปอาจเริ่มต้นได้ตั้งแต่ 500-2,000 บาทต่อสัญญา
  • แนะนำให้มีเงินในบัญชีมากกว่าเงินลงทุนอย่างน้อย 20-30% เพื่อความคล่องตัว

ขั้นตอนที่ 4 วิธีส่งคำสั่งซื้อ-ขาย Options

การส่งคำสั่งซื้อ Long Options ผ่าน Options Wizard

Options Wizard ทำให้การส่งคำสั่งซื้อ Options ง่ายขึ้นเพียง 3 ขั้นตอน

ขั้นตอนที่ 1 คาดการณ์ทิศทาง

  1. เปิดแอป Streaming แล้วไปที่เมนู More เลือก Options Wizard
  2. เลือกทิศทางตลาดที่คุณคาดการณ์: "ตลาดขึ้น" หรือ "ตลาดลง"
  3. (Optional) ระบุเป้าหมายดัชนีที่คาดว่าจะไปถึง เช่น คาดว่า SET50 จะขึ้นจาก 900 ไป 920 จุด
    • มีตัวช่วยแสดงเป็น % เพื่อให้เลือกง่ายขึ้น
  4. กดปุ่ม "ต่อไป"

ขั้นตอนที่ 2 เลือกสัญญา

  1. ระบบจะแสดงสัญญา Options ที่แนะนำตามทิศทางที่เลือก
  2. แต่ละสัญญาจะแสดงข้อมูลสำคัญ:
    • จุดเริ่มต้นทำกำไร (Break Even): ดัชนีต้องไปถึงจุดนี้จึงจะเริ่มกำไร
    • คาดการณ์ผลตอบแทน: แสดงเป็นเท่าตัวเมื่อดัชนีไปถึงเป้าหมาย
    • เงินลงทุนขั้นต่ำ: เงินที่ต้องใช้ต่อ 1 สัญญา
    • ความนิยม: แสดงว่าสัญญานี้มีคนเทรดมากแค่ไหน
  3. สามารถเลือกดูสัญญาที่หมดอายุใกล้ (60 วัน) หรือไกล (154 วัน) ได้
  4. Swipe ซ้าย-ขวาเพื่อดูตัวเลือกสัญญาอื่นๆ
  5. เลือกสัญญาที่ต้องการ แล้วกด "เงินลงทุนขั้นต่ำ"

ขั้นตอนที่ 3 กำหนดเงินลงทุน

  1. ระบุจำนวนสัญญาที่ต้องการซื้อ (มีปุ่มช่วยเลือก 1, 2, 3, 5 หรือสูงสุด)
  2. ระบบจะแสดง:
    • เงินลงทุนรวม
    • ความเสี่ยงขาดทุนสูงสุด (เท่ากับเงินลงทุนรวม)
  3. ตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง
  4. กด "ยืนยัน" และกรอก PIN (4-6 หลัก)
  5. คำสั่งจะถูกส่งเป็น Limit Order ที่ราคา Best Offer พร้อม Validity แบบ FOK (จับคู่ทันที หากไม่ได้ทั้งหมดจะยกเลิก)

การส่งคำสั่งซื้อ-ขาย Options แบบอื่นผ่าน Streaming ปกติ

หากต้องการเทรดแบบ Short Options หรือกลยุทธ์ที่ซับซ้อนกว่า ต้องใช้เมนู Buy/Sell ปกติใน Streaming ซึ่งรองรับทั้ง Long และ Short Options แต่อาจต้องเข้าใจรายละเอียดมากกว่า Options Wizard

หมายเหตุสำคัญ

  • Options Wizard รองรับเฉพาะการซื้อ Long Options เท่านั้น (จำกัดความเสี่ยง)
  • การส่งคำสั่งจะทำได้เฉพาะในเวลาที่ตลาดเปิดทำการ
  • หากส่งคำสั่งจากช่องทางอื่น ข้อมูลจะแสดงใน Options Wizard ในเมนูพอร์ตออปชันและสถานะคำสั่งด้วย

สรุปการเปรียบเทียบ Long vs Short Options:

กลยุทธ์Long Options (ซื้อ)Short Options (ขาย)
ความเสี่ยงจำกัด (แค่ค่าพรีเมียม)ไม่จำกัด
กำไรสูงสุดไม่จำกัดจำกัด (แค่ค่าพรีเมียม)
Margin Callไม่มีมี
เหมาะกับมือใหม่มีประสบการณ์
เทรดผ่าน Options Wizardได้ไม่ได้

ความเสี่ยงในการเทรด Options และวิธีจัดการ

แม้ Options จะเป็นเครื่องมือที่มีศักยภาพในการทำกำไร แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่ต้องเข้าใจและจัดการอย่างเหมาะสม

การจำกัดขาดทุน (Stop Loss)

ทำไมต้องตั้ง Stop Loss

  • แม้ Long Options จะมีความเสี่ยงจำกัด แต่การตั้ง Stop Loss ช่วยป้องกันไม่ให้เสียค่าพรีเมียมทั้งหมด
  • หากเห็นว่าทิศทางไม่เป็นไปตามที่คาด การปิดสถานะก่อนจะช่วยลดความเสียหาย

วิธีการตั้ง Stop Loss

  • กำหนดระดับขาดทุนสูงสุดที่ยอมรับได้ เช่น 50% ของเงินลงทุน
  • ถ้าซื้อ Call Options ด้วยเงิน 1,000 บาท ตั้ง Stop Loss ไว้ที่ 500 บาท
  • เมื่อค่า Options ลดลงถึงระดับนี้ ให้ปิดสถานะทันที

กรณีพิเศษสำหรับ Options Wizard

  • Options Wizard ส่งคำสั่งแบบ FOK (Fill or Kill) ซึ่งจะจับคู่ทันทีหรือยกเลิก
  • การปิดสถานะสามารถทำได้ในเมนูพอร์ตออปชัน โดยเลือกขายที่ราคา Best Bid หรือกำหนดราคาเอง

การบริหารขนาดของสัญญา (Position Sizing)

หลักการสำคัญ

  • อย่าใช้เงินทั้งหมดในการเปิดสถานะเดียว
  • แบ่งเงินลงทุนเป็นส่วนๆ เพื่อกระจายความเสี่ยง

แนวทางการบริหาร

  1. กฎ 5-10%

อย่าใช้เงินเกิน 5-10% ของพอร์ตทั้งหมดในการเปิดสถานะหนึ่งๆ ตัวอย่างเช่น ถ้ามีเงิน 50,000 บาท ควรใช้ไม่เกิน 2,500-5,000 บาทต่อการเปิดสถานะหนึ่งครั้ง

  1. กระจายการลงทุน

แทนที่จะเปิดสถานะเดียว 10,000 บาท ลองแบ่งเป็น 2-3 สถานะๆ ละ 3,000-5,000 บาท ถ้าสถานะหนึ่งขาดทุน อีกสถานะอาจทำกำไรชดเชยได้

  1. เพิ่มสัญญาเมื่อมั่นใจ

หากทิศทางเป็นไปตามคาด สามารถเพิ่มสัญญาทีละน้อยได้ แต่อย่าเพิ่มเมื่อสถานะกำลังขาดทุน (Averaging Down) เพราะอาจทำให้เสียหายมากขึ้น

  1. สำรองเงินสด

ควรมีเงินสดสำรองอย่างน้อย 30-50% ของพอร์ต เพื่อความยืดหยุ่นและพร้อมใช้โอกาสใหม่

เครื่องมือช่วยในการบริหาร

  • Options Wizard แสดง "เงินลงทุนขั้นต่ำ" และ "เงินลงทุนรวม" ชัดเจน
  • สามารถเลือกจำนวนสัญญาที่เหมาะสมกับพอร์ตตัวเองได้

เข้าใจเรื่องค่าเสื่อมเวลา (Time Decay)

Time Decay คืออะไร

  • เป็นปรากฏการณ์ที่ค่าของ Options จะค่อยๆ ลดลงเมื่อเวลาผ่านไปและเข้าใกล้วันหมดอายุ
  • ในภาษาทางเทคนิคเรียกว่า "Theta"
  • ยิ่งใกล้หมดอายุ ค่า Time Decay จะยิ่งเร่งขึ้น

ผลกระทบต่อ Long Options (ผู้ซื้อ)

  • เป็นข้อเสียเพราะค่า Options ที่ถืออยู่จะค่อยๆ ลดลง แม้ราคาไม่เคลื่อนไหว
  • ถ้าตลาดไม่เคลื่อนไหวตามที่คาดในเวลาที่กำหนด จะขาดทุนจาก Time Decay

วิธีจัดการ Time Decay

  1. เลือกสัญญาที่มีเวลาเหลือพอสมควร
    • อย่าเลือกสัญญาที่ใกล้หมดอายุเกินไป (เหลือน้อยกว่า 1-2 สัปดาห์)
    • สัญญาที่เหลือเวลา 1-3 เดือนมักเหมาะสมกว่า
  2. มีแผนการเทรดที่ชัดเจน
    • กำหนดเป้าหมายกำไรและระยะเวลาไว้ล่วงหน้า
    • ถ้าไม่เป็นไปตามแผนภายในเวลาที่กำหนด ควรปิดสถานะ
  3. ติดตามสถานะอย่างสม่ำเสมอ
    • อย่าทิ้งสถานะไว้โดยไม่ดูแล
    • ใกล้หมดอายุ ค่า Time Decay จะเร่งขึ้นมาก
  4. ใช้ Options Wizard อย่างชาญฉลาด
    • Options Wizard จะแสดงวันหมดอายุให้เห็นชัดเจน
    • สามารถเลือกระหว่างสัญญาที่หมดอายุใกล้ (60 วัน) หรือไกล (154 วัน)
    • ถ้าไม่มั่นใจ เลือกสัญญาที่ไกลกว่าจะปลอดภัยกว่า

ตัวอย่างผลกระทบของ Time Decay

  • ซื้อ Call Options แบบ Out-of-the-Money (OTM) ที่เหลือเวลา 30 วัน ราคา 1,000 บาท
  • หาก SET50 ไม่เคลื่อนไหว
    • 15 วันผ่านไป: อาจเหลือ 600-700 บาท (ลด 30-40%)
    • 25 วันผ่านไป: อาจเหลือ 200-300 บาท (ลด 70-80%)
    • วันหมดอายุ: ถ้า SET50 ไม่ถึง Strike Price จะเหลือ 0 บาท

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เทรด Options ใช้เงินขั้นต่ำเท่าไหร่?

โดยทั่วไปค่าพรีเมียมจะอยู่ในช่วงหลักร้อยถึงหลักพันบาท ขึ้นอยู่กับระยะห่างของ Strike Price กับดัชนีปัจจุบัน และระยะเวลาจนกว่าจะหมดอายุ Options Wizard จะแสดงเงินลงทุนขั้นต่ำให้คุณเห็นในแต่ละสัญญา ก่อนที่คุณจะตัดสินใจส่งคำสั่ง แนะนำให้มีเงินในพอร์ตอย่างน้อย 10,000-20,000 บาทเพื่อความยืดหยุ่น เริ่มต้นด้วยการเปิดสถานะเล็กๆ 1-2 สัญญาก่อน อย่าใช้เงินทั้งหมดในครั้งเดียว ส่วน Short Options ต้องวางเงินประกันตั้งแต่ 10,000-50,000 บาทขึ้นไป

เทรด Options ในไทยถูกกฎหมายหรือไม่?

การเทรด Options ในไทยถูกกฎหมายและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. และ TFEX ต้องเทรดผ่านโบรกเกอร์ที่ได้รับใบอนุญาต เปิดบัญชี Derivatives และทำ Suitability Test ข้อดีสำคัญคือกำไรจากการเทรด Options ไม่ต้องเสียภาษี (Capital Gain Tax Free) เมื่อเทียบกับหุ้นที่แม้กำไรไม่เสียภาษีแต่เงินปันผลเสียภาษี 10% ในขณะที่ Options ไม่มีเงินปันผลจึงไม่มีภาษีใดๆ เงินลงทุนได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย

ควรเริ่มจาก Options ของสินทรัพย์ประเภทไหนดี?

แนะนำให้มือใหม่เริ่มจาก SET50 Index Options เพราะมีสภาพคล่องสูงที่สุด มีผู้เทรดมาก ง่ายต่อการเปิด และปิดสถานะ ข้อมูลหาง่าย มีข่าวสารและการวิเคราะห์มากมาย กระจายความเสี่ยงด้วยการครอบคลุมหุ้น 50 ตัวใหญ่ที่สุดไม่เสี่ยงจากหุ้นตัวเดียว และที่สำคัญคือมี Options Wizard รองรับ ทำให้ใช้งานง่ายและแนะนำสัญญาที่เหมาะสม

สรุปบทความ

การเทรด Options เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการทำกำไรจากตลาดการเงิน ไม่ว่าตลาดจะขึ้นหรือลง สำหรับมือใหม่ที่ต้องการเริ่มต้น สิ่งสำคัญคือการเข้าใจพื้นฐาน เข้าใจความเสี่ยง และเริ่มต้นอย่างระมัดระวัง

สิ่งที่ต้องจำ คือ

  1. เริ่มจาก Long Options - จำกัดความเสี่ยงได้ชัดเจน ไม่มี Margin Call เหมาะกับมือใหม่
  2. ใช้ Options Wizard - ช่วยให้เทรดง่ายขึ้น แนะนำสัญญาที่เหมาะสม แสดงข้อมูลครบถ้วน
  3. บริหารความเสี่ยง - ตั้ง Stop Loss, บริหารขนาดสัญญา, เข้าใจ Time Decay
  4. เริ่มด้วยเงินน้อย - ฝึกฝนและเรียนรู้ก่อน อย่ารีบใช้เงินมาก
  5. มีแผนการเทรด - กำหนดเป้าหมายกำไร จุดตัดขาดทุน และระยะเวลาไว้ล่วงหน้า

การเทรด Options ไม่ใช่การเล่นพนัน แต่เป็นการลงทุนที่ต้องอาศัยความรู้ ประสบการณ์ และวินัย ยิ่งคุณเรียนรู้และฝึกฝนมากเท่าไหร่ โอกาสที่จะประสบความสำเร็จก็จะยิ่งสูงขึ้น

พร้อมที่จะเริ่มต้นแล้วหรือยัง?

หากคุณสนใจลองเทรด Options ผ่าน Options Wizard สามารถเริ่มต้นได้ง่ายๆ ผ่านแอป Streaming โดยเปิดบัญชีซื้อขาย TFEX และกดเมนู More ในแอป

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.settrade.com/optionswizard 

แท็กที่เกี่ยวข้อง: เทรด options เทรด option คือ

  บทความที่เกี่ยวข้อง