การลงทุน DR ปีม้าฝ่าวิกฤติสงคราม

โดย FSS

การลงทุน DR ปีม้าฝ่าวิกฤติสงคราม

โดย FSS
FSS_DR Horse Year_Thumbnail

เมื่อเกิดสงครามในตะวันออกกลาง สิ่งแรกที่นักลงทุนมักนึกถึงคือบรรยากาศ Risk Off ที่ตลาดหุ้นปรับตัวลดลง เงินไหลเข้าสู่พันธบัตร และราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น 

แต่ปี 2026 ตลาดกลับไม่เดินตามบทเดิมที่คุ้นเคย แม้ราคาน้ำมันทะยานขึ้นเกือบ 49% ภายในเวลาไม่กี่วัน ขณะที่ราคาทองคำปรับตัวขึ้นกว่า 21% แต่หุ้นไทย หุ้นญี่ปุ่น และหุ้นจีน A-shares ยังคงปรับตัวขึ้นกว่า 12%, 8% และ 4% ตามลำดับจากสิ้นปีก่อน นำหน้าหลายตลาดทั่วโลก 

นี่จึงไม่ใช่เพียงตลาดที่ตอบสนองต่อข่าวสงคราม แต่เป็นสนามแข่งขันที่กำลังพิสูจน์ว่า นักลงทุนกระจายความเสี่ยงได้ถูกต้องหรือไม่ เพราะในจังหวะที่โลกผันผวน ความแตกต่างระหว่างผลตอบแทน ไม่ได้อยู่ที่ใครได้รับผลกระทบเชิงลบมากหรือน้อย แต่อยู่ที่นักลงทุนสามารถมองเห็นโอกาสหลังสงครามได้ไกลแค่ไหน

แม้น้ำมันพุ่งแรงจากความตึงเครียด แต่เศรษฐกิจเอเชียวันนี้ไม่ได้เปราะบางเหมือนในอดีต

ตลอดครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา ทุกครั้งที่ตะวันออกกลางเผชิญความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ ราคาน้ำมันมักเป็นตัวแปรแรกที่ตอบสนอง ตั้งแต่การปฏิวัติอิหร่านปี 1979 สงครามอ่าวเปอร์เซียปี 1990 จนถึงการบุกอิรักในปี 2003 น้ำมันจึงเปรียบเสมือนมาตรวัดความกังวลของเศรษฐกิจโลก

อย่างไรก็ดี ภาพใหญ่ของอุปสงค์พลังงานในปัจจุบันเปลี่ยนไปจากอดีตมาก สัดส่วนการใช้น้ำมันในพลังงานทั้งหมดทั่วโลกลดลงเหลือต่ำกว่า 30% สะท้อนความสัมพันธ์ของน้ำมันต่อกิจกรรมเศรษฐกิจโดยรวมที่ลดลงต่อเนื่อง 

ยิ่งในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก แม้ยังเป็นหนึ่งในผู้บริโภคน้ำมันรายใหญ่ แต่ตัวเลขล่าสุดจาก IEA แสดงให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์น้ำมันปัจจุบันคิดเป็นเพียง 30% ของการใช้พลังงานขั้นสุดท้ายในภูมิภาค

หมายความว่า โครงสร้างเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันพึ่งพาพลังงานต่อหน่วย GDP น้อยกว่าหลายทศวรรษก่อน ทำให้ความเชื่อมโยงระหว่างราคาน้ำมันกับการเติบโตทางเศรษฐกิจลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 

3 ฉากทัศน์ที่นักลงทุน DR24 ต้องเตรียมตัวให้พร้อม
สำหรับช่วงที่เหลือของปี 2026 กลยุทธ์การลงทุนหลังวิกฤติสงครามตะวันออกกลาง จะถูกกำหนดด้วย 3 ปัจจัยหลัก คือ ระยะเวลาและความรุนแรงของความขัดแย้ง รวมถึงทิศทางของนโยบายการเงินโลก

1) Bear Case: สงครามยืดเยื้อใช้ USTR24 เป็นแกนหลัก
หากการสู้รบกินระยะเวลายาวนาน ราคาพลังงานจะทรงตัวในระดับสูง เงินเฟ้อจะกลับมากดดันเศรษฐกิจ และ Fed อาจไม่สามารถผ่อนคลายนโยบายได้ตามคาด ส่งผลให้กำไรบริษัทจดทะเบียนจะทยอยลดลง ขณะที่ตลาดหุ้นโลกผันผวนสูง

ในสถานการณ์นี้ นักลงทุนควรให้น้ำหนักกับ USTR24 ที่ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 3–5 ปี โดย USTR24 มีความเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับเงินดอลลาร์ที่เป็น Safe Haven ในภาวะสงคราม สินทรัพย์ประเภทนี้ ทำหน้าที่ลดแรงกระแทก และรักษาเสถียรภาพของพอร์ตในช่วงที่ตลาดมีความเสี่ยงสูง

2) Base Case: สงครามไม่ยืดเยื้อ แต่ราคาน้ำมันก็ไม่ลดลง VNFIN24 และ ASEMI24 เป็นทางเลือกที่เหมาะสม
หากเศรษฐกิจโลกทรงตัว ความขัดแย้งไม่ลุกลาม แต่เงินเฟ้อลดลงช้าเนื่องจากทั่วโลกยังมีความไม่มั่นใจว่าความขัดแย้งจะกลับขึ้นมาปะทุอีกได้หรือไม่ 

ภาพเศรษฐกิจจะเปิดทางให้ Fed ลดดอกเบี้ยได้ไม่เกิน 0.75% แม้ตลาดจะเข้าสู่โหมดปกติ แต่จะไม่ร้อนแรงเหมือนเดิม ในกรณีนี้การลงทุนควรเน้นธีมที่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับชัดเจน เช่น

ASEMI24 ที่ได้รับแรงหนุนจากวัฏจักร AI โดยคาดว่ากลุ่ม Semiconductor เอเชียกำไรจะเร่งตัวราว 100% ในปีนี้ ขณะที่ Valuation อยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี สะท้อน Margin of Safety ที่เหมาะสมในภาวะตลาดสมดุล

ควบคู่กับ VNFIN24 ที่สะท้อนการเติบโตเชิงโครงสร้างของเวียดนาม กำไรภาคการเงินคาดขยายตัว 15–20% ต่อปี และซื้อขายที่ NTM P/E เพียง 8.3 เท่า ต่ำกว่ากลุ่มธนาคารโลก การยกระดับสถานะเป็น Emerging Market เป็น Catalyst สำคัญที่อาจช่วยปลดล็อกมูลค่า

3) Bull Case: สงครามจบสงบสุข CNEV24 และ CNBIO24 มีโอกาสฟื้นตัวแรงที่สุด
หากสงครามยุติเร็ว เงินเฟ้อมีโอกาสชะลอตัวลงทันที พร้อมกับที่เทคโนโลยี AI จะเข้ามาหนุนประสิทธิภาพของภาคการผลิต นโยบายการเงินสามารถผ่อนคลายได้ทันที ส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงปรับตัวขึ้นอย่างชัดเจน

ในฉากทัศน์นี้ พอร์ตสามารถเพิ่มน้ำหนักในธีมที่มีศักยภาพ Re-rating สูง เช่น

CNEV24 กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าจีนที่เริ่มผ่านจุดต่ำสุดของกำไร และคาดเติบโต 20–25% ในปีหน้า โดยหุ้นใน CNEV24 มี Upside เฉลี่ยราว 30% จากประมาณการของ Bloomberg Consensus

ด้าน CNBIO24 แม้จะเผชิญกับความไม่แน่นอนด้านกฎเกณฑ์ แต่ซื้อขายที่ NTM P/E เพียง 27.3 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ 38 เท่า หากแรงกดดันด้านนโยบายคลี่คลาย มีโอกาสเกิดการปรับมูลค่าขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ตลาดในปีนี้ไม่ได้ให้รางวัลกับคนที่ลงทุนกระจายแบบไร้ทิศทาง แต่ให้รางวัลกับนักลงทุนที่วางกลยุทธ์ได้อย่างสมดุล

“การลงทุน DR ปีม้าฝ่าวิกฤติสงคราม” คือแนวคิดที่สะท้อนวินัยและการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง 

Peter Lynch เคยกล่าวไว้ว่า “In this business, if you’re good, you’re right six times out of ten. You’re never going to be right nine times out of ten.” 

ความสำเร็จในการลงทุนไม่ใช่การทายถูกทุกเหตุการณ์ สงครามแสดงให้เห็นอีกครั้งว่าไม่มีใครสามารถคาดเดาอนาคตได้ แต่ทุกคนสามารถเลือกลงทุนให้เหมาะสมกับโอกาสในอนาคตได้ครับ

แท็กที่เกี่ยวข้อง: DR FNSYRUS ASEMI24 CNEV24 CNBIO24 VNFIN24 USTR24

  บทความที่เกี่ยวข้อง