หุ้น AI แบบไหนจะเป็นจุดเปลี่ยนตลาดจีน

โดย FSS

หุ้น AI แบบไหนจะเป็นจุดเปลี่ยนตลาดจีน

โดย FSS
FSS_China-AI -DR_Thumbnail

ปี 2026 ถ้าถามนักลงทุนส่วนใหญ่ว่า “หุ้นจีนเป็นยังไงบ้าง?” คำตอบที่ได้ส่วนใหญ่คือ “ยังไม่ฟื้น”

สามเรื่องที่กดตลาดไม่ให้ขึ้นได้เต็มที่ ได้แก่ วิกฤติอสังหาริมทรัพย์ที่ยังไม่คลี่คลาย ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ และแรงกดดันจากสงครามการค้าที่ทำให้ส่งออกไม่กระเตื้อง
แต่ถ้าถามให้ละเอียดขึ้นอีกนิด คำตอบมักมีโอกาสการฟื้นตัวที่แรงกว่าตลาดซ่อนอยู่ เช่นในปีนี้ที่หุ้นจีนโดยรวมพื้นตัวช้า ตลาดหุ้น A-share บางกลุ่มโดยเฉพาะที่มีธุรกิจเกี่ยวข้องกับ AI กลับทำผลตอบแทนสูงต่อเนื่อง

ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่หุ้น AI จะโดดเด่นกว่าหุ้นทั่วไป

เพราะรัฐบาลจีนแสดงให้เห็นชัดเจนแล้วว่าต้องการเน้นลงทุนในสองเรื่องพร้อมกัน คือ AI Infrastructure ที่ต้องการโครงข่ายไฟฟ้า Data Center และ Optical Network ขนาดใหญ่ และ Tech Self-Sufficiency ที่ต้องพัฒนา Semiconductor ของตัวเองเพื่อลดการพึ่งพาต่างชาติ

การลงทุนหุ้นจีนในยุคนี้ จึงไม่ใช่การตัดสินใจว่า “จะซื้อหุ้น AI ดีหรือไม่” แต่เป็นการตัดสินใจว่า “จะลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI จีนด้านไหน”

ในมุมมองของผม จุดอ่อนของกลุ่ม Tech จีนในยุค AI คือการแข่งขันที่สูงเกินไป ขนาดผู้เล่นรายใหญ่อย่าง Baidu, Alibaba หรือ Tencent ยังต้องแข่งขันกันเอง ขณะที่ความเสี่ยงด้าน Regulation และ AI Disruption ก็สูงไม่แพ้ฝั่งตะวันตก

แต่จุดแข็งของกลุ่ม AI จีนคือการเป็นผู้นำในหลายธุรกิจแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็น Optical Transceivers, PCB/CCL, Cooling System หรือ Power Supply ล้วนเป็นสิ่งที่จีนผลิตได้ถูก เร็ว และมีคุณภาพ 

ผมจึงเลือก 5 DR ที่ครอบคลุม Value Chain เรียงจากความเสี่ยงต่ำไปสูง เพื่อให้นักลงทุนเลือกได้ตามความเหมาะสมของตัวเอง

1. China Yangtze Power (CYPC80) — พลังงานหนุน AI
บริษัท ไชน่าหยางเจ๋อ (CYPC) ดำเนินธุรกิจผลิตไฟฟ้าพลังน้ำในประเทศจีน โปรตุเกส เปรู บราซิล และปากีสถาน
ที่หุ้นโรงไฟฟ้าจัดอยู่ในกลุ่ม AI เพราะผมมองว่า ไฟฟ้าที่เสถียร ราคาถูก และสะอาด เป็นจุดแข็งพื้นฐานของ Data Center

CYPC มีธุรกิจที่แข็งแกร่งมาก Gross Profit Margin สูงถึง 50-60% รัฐบาลจีนคือลูกค้าหลักที่มีสัญญาผูกพันระยะยาวกับเขื่อนยักษ์ใหญ่ที่เปลี่ยนไปใช้เจ้าอื่นไม่ได้ CYPC จึงถือเป็น Asset-Heavy Business ที่มี Switching Cost สูงมาก

อย่างไรก็ดี การลงทุนใน CYPC มีต้นทุนที่ต้องยอมรับ คือ EPS Growth ที่ค่อนข้างต่ำเพียง 4–6% ต่อปี แม้จะจัดอยู่ในธีม AI Infrastructure แต่ก็ไม่ใช่หุ้นเติบโต ด้าน Valuation อยู่ที่ระดับ Forward P/E 18 เท่า และ Dividend Yield อยู่ที่ 3.8% ต่อปี แม้จะไม่แพงแต่ก็ไม่ถูก

CYPC คือทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่อยากนอนหลับสบายในการลงทุนธีม AI ไม่ได้ซื้อเพื่อการเติบโต แต่ซื้อเพื่อความแน่นอนที่ Data Center ทุกแห่งในจีนจะต้องใช้ไฟฟ้าของบริษัทนี้ไปอีกหลายสิบปี

Picture-China-ai-1

2. NAURA Tech Group (NAURA80) — เครื่องจักรผลิตชิปเชื้อสายจีน

ถ้าจีนต้องการผลิตชิปด้วยตัวเอง ก็ต้องใช้เครื่องมือที่ผลิตชิป NAURA คือหนึ่งในบริษัทจีนที่เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์กระบวนการผลิต Semiconductor ครอบคลุมทั้ง CVD/PVD Film Coating, Etching Equipment และ Wafer Cleaning System รวมกันกว่า 93% ของรายได้ทั้งหมด

ความสำคัญของ NAURA คือบทบาทที่ไม่สามารถทดแทนได้ง่าย ในขณะที่สหรัฐฯ และยุโรปพยายาม Block การส่งออก EUV Lithography และอุปกรณ์ Semiconductor ขั้นสูง นโยบาย Tech Self-Sufficiency ของจีนทำให้ NAURA ได้รับคำสั่งซื้อจากทั้งภาครัฐและ SMIC ซึ่งเป็น Foundry รายใหญ่สุดของจีน

โดย Bloomberg Consensus คาดการณ์ว่า EPS Growth จะอยู่ที่ 25% ในปีนี้ และเร่งขึ้นเป็น 35% ในปีหน้า บน Forward P/E ปัจจุบันราว 35 เท่า นับเป็น Valuation ที่สมเหตุสมผลสำหรับบริษัท Semiconductor Equipment ที่มี Policy Tailwind ชัดเจน

ความเสี่ยงหลักคือความไม่แน่นอนของนโยบายส่งออกจากสหรัฐฯ ที่อาจกดดันด้านโอกาสธุรกิจและการพัฒนาเทคโนโลยีในอนาคต

NAURA เหมาะกับนักลงทุนที่เชื่อมั่นในทางการจีน เพราะทุกครั้งที่สหรัฐฯ คุมเข้ม จีนก็ยิ่งต้องการ NAURA มากขึ้น และนั่นคือ Catalyst ที่สำคัญที่สุด

Picture-China-ai-2
3. Zhongji Innolight (ZJINNO80) — เส้นเลือดแห่งข้อมูล AI
ถ้าถามว่าอะไรเชื่อมต่อ GPU หลายหมื่นตัวในศูนย์ข้อมูล AI เข้าด้วยกัน คำตอบคือ Optical Transceiver หรือโมดูลรับส่งสัญญาณแสงความเร็วสูง

Zhongji Innolight (ZJINNO) คือผู้นำอุตสาหกรรมนี้ในจีน โดยมีเทคโนโลยี Module ระดับ 800G และ 1.6T Standard เดียวกับ Hyperscaler ทั่วโลก

จากธุรกิจ AI ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว Bloomberg Consensus คาดการณ์ว่า EPS ของ ZJINNO จะเติบโตระดับ 80-100% ติดต่อกับในช่วง 3ปีข้างหน้า แม้ราคาหุ้นจะพุ่งขึ้นกว่า 400% ในปีที่ผ่านมา แต่ Forward P/E ปัจจุบันต่ำเพียง 26.4 เท่า ใกล้ค่าเฉลี่ย 2 ปีที่ 23 เท่า ไม่ได้แพงเกินจริงเมื่อเทียบกับ EPS ที่เติบโตสามหลัก 

ZJINNO จึงเหมาะกับนักลงทุนที่เชื่อว่า GPU ทุกตัวในทุก Data Center ต้องส่งสัญญาณผ่าน Optical Transceiver แบบไม่ต้องเลือกข้าง

Picture-China-ai-3


 

 

 

 

 

 

 

4. Cambricon Technologies (CAMBRI80) – เพชรยอดมงกุฎของ AI Chip จีน
ถ้า Nvidia คือ GPU โลก Cambricon (CAMBRI) ก็คือ Nvidia ของจีน

CAMBRI ออกแบบและจำหน่ายชิป AI สำหรับ Cloud, Edge Computing และอุปกรณ์ปลายทาง โดยได้ประโยชน์โดยตรงจากการใช้งาน Data Center ของรัฐบาลจีน และผู้ให้บริการ Cloud อย่าง Alibaba และ Huawei ในฐานะทางเลือกทดแทน NVIDIA ที่ถูก Sanction

ความน่าสนใจของ CAMBRI คือการเป็นหุ้นกลับตัว EPS พลิกเป็นบวกในปี 2025 หลังจากขาดทุนต่อเนื่องหลายปี การพลิกเป็นกำไรบน P/E 97x อาจฟังดูแพง แต่ถ้าเทียบกับขนาดตลาดที่เปิดกว้างในวงการชิปจีนที่ต้องการ Localization ราคาอาจยังไม่แพงสำหรับนักลงทุนที่มองระยะยาว

แต่ต้องยอมรับความเสี่ยงที่สูงกว่า Volatility อยู่ที่ 164% ต่อปี นับว่าสูงที่สุดในกลุ่มนี้ การลงทุนใน CAMBRI จึงต้องมีวินัยเรื่องขนาดพอร์ตและการบริหารความเสี่ยงที่ชัดเจน

Picture-China-ai-4

5. IFLYTEK (IFLYTEK80) — AI ที่ฉลาดที่สุด 
IFLYTEK คือบริษัทที่นักลงทุนชอบยกมาพูดถึงมากที่สุด เพราะผลิตภัณฑ์จับต้องได้และเข้าใจง่าย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องแปลภาษา Real-time กว่า 60 ภาษา Tablet AI สำหรับนักเรียน หรือโซลูชัน AI สำหรับโรงเรียนและมหาวิทยาลัย

แต่ในแง่การลงทุน IFLYTEK คือหุ้นที่ซับซ้อนที่สุดในกลุ่มนี้ เนื่องจากมี P/E ราว 124x บน EPS ที่เพิ่งฟื้นตัวเป็นบวกในปี 2024 หมายความว่าตลาดกำลัง Price In การฟื้นตัวครั้งใหญ่ที่ยาวนานหลายปี ถ้า Execution ดีตามคาด ราคาอาจยังมี Upside ต่อ แต่ถ้า EPS ผิดคาดแม้เพียงครั้งเดียว ราคาหุ้นจะปรับฐานเร็วมาก

และอีกความเสี่ยงเพิ่มเติมที่มองข้ามไม่ได้คือ AI Disruption ต่อ Education Business ตัวเอง ในโลกที่ Large Language Model เริ่มสอนได้ บทบาทของผลิตภัณฑ์ EdTech ราคาแพงอาจ disrupt ได้เร็วกว่าที่คิด

IFLYTEK จึงเหมาะกับนักลงทุนที่กล้าเดิมพันว่าบริษัทจะเป็นคนสร้าง AI ที่มา Innovate อุตสาหกรรมของตัวเอง ก่อนที่คนอื่นจะมาแย่งธุรกิจนี้ไป

Picture-China-ai-5
 
ในตลาดที่ทุกคนกลัวหุ้นจีน คนที่รู้ว่าจะซื้อ AI แบบไหน คือคนที่กำลังซื้อของถูกในราคาที่ตลาดยังไม่กล้าจ่าย

สำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนใน AI จีน ผมแนะนำให้ใช้ Barbell Strategy ภายใน China AI Portfolio ด้วยการถือ CYPC80 และ NAURA80 เป็น Core ที่ให้ความเสถียร แล้วใช้น้ำหนักที่เหลือเก็งกำไร ZJINNO80 และ CAMBRI80 ที่มี EPS Momentum แรงที่สุด ส่วน IFLYTEK80 เหมาะกับนักลงทุนที่รับ Volatility สูงได้ และมีความเชื่อมั่นใน AI Application ระยะยาว

การเติบโตบน Valuation ที่เหมาะสม ไม่ใช่แค่การหาหุ้นที่โตเร็ว แต่คือการหาจุดที่ตลาดยัง Under-Appreciate ความเป็นไปได้ นั่นคือคำตอบของการลงทุนใน AI ที่จะเปลี่ยนตลาดหุ้นจีนไปตลอดกาล


  บทความที่เกี่ยวข้อง