SET50 Options เป็นหนึ่งในเครื่องมือการเงินที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถทำกำไรจากความผันผวนของตลาดหุ้นไทยผ่านดัชนี SET50 ด้วยเงินลงทุนที่ไม่สูงมากและความเสี่ยงที่จำกัด หากคุณกำลังมองหาเครื่องมือที่ช่วยให้คุณสามารถทำกำไรได้ทั้งตลาดขาขึ้นและขาลง บทความนี้จะพาคุณทำความรู้จักกับ SET50 Options อย่างละเอียด พร้อมแนะนำวิธีเทรดผ่าน Options Wizard เครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อมือใหม่โดยเฉพาะ
SET50 Options คือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ให้สิทธิแก่ผู้ถือในการซื้อหรือขายดัชนี SET50 ในราคาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า (Strike Price) ภายในวันหมดอายุที่กำหนด โดยผู้ซื้อจะต้องจ่าย "ค่าพรีเมียม" เพื่อได้สิทธินี้มา
คิดง่ายๆ ว่า SET50 Options ก็เหมือนกับการจองสินค้าล่วงหน้า คุณจ่ายค่ามัดจำเล็กน้อยเพื่อล็อกราคาไว้ หากราคาในอนาคตเคลื่อนไหวเป็นไปตามที่คาดการณ์ คุณก็สามารถทำกำไรได้ แต่ถ้าไม่เป็นไปตามที่คาด คุณก็เสียเพียงค่ามัดจำที่จ่ายไปเท่านั้น
SET50 Options มี 2 ประเภทหลัก:SET50 Options มีจุดเด่นที่น่าสนใจหลายประการ:
ใช้เงินลงทุนน้อย - เมื่อเทียบกับการซื้อหุ้นจริงหรือเทรด Futures คุณสามารถเข้าถึงตลาดด้วยเงินเพียงไม่กี่ร้อยบาท
ความเสี่ยงที่จำกัด - สำหรับผู้ซื้อ Options (Long Position) ความเสี่ยงสูงสุดคือค่าพรีเมียมที่จ่ายไป ไม่ต้องกังวลเรื่องการล้างพอร์ต
มีโอกาสทำกำไรได้ทั้งตลาดขึ้นและลง - ด้วยทางเลือกระหว่าง Call และ Put Options คุณสามารถวางกลยุทธ์ให้เหมาะกับทุกสภาวะตลาด
Leverage สูง - การเคลื่อนไหวของราคา Options มักจะมากกว่าการเคลื่อนไหวของตัวดัชนี ทำให้มีโอกาสทำกำไรได้หลายเท่า
อคือราคาที่กำหนดไว้ในสัญญาที่ผู้ถือสิทธิจะซื้อหรือขายดัชนี SET50 การเลือก Strike Price เป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์การเทรด:
วันหมดอายุ (Expiration Date) คือวันสุดท้ายที่สามารถใช้สิทธิได้ SET50 Options จะหมดอายุในวันพฤหัสบดีที่สามของเดือนที่กำหนด โดยปกติจะมีสัญญาที่หมดอายุในเดือนไตรมาส (มีนาคม มิถุนายน กันยายน ธันวาคม)
ยิ่งเหลือเวลาถึงวันหมดอายุมาก ค่าพรีเมียมก็จะยิ่งสูง เพราะมีโอกาสที่ราคาจะเคลื่อนไหวได้มากขึ้น
ตัวคูณสัญญาของ SET50 Options คือ 1,000 บาท หมายความว่า การเคลื่อนไหวของดัชนี 1 จุด จะมีมูลค่าเทียบเท่า 1,000 บาท
ตัวอย่าง: หากคุณซื้อ Call Options 1 สัญญา ที่ราคา 2.5 บาท คุณจะต้องจ่ายค่าพรีเมียมทั้งหมด 2.5 x 1,000 = 2,500 บาท
ค่าพรีเมียมคือราคาที่ผู้ซื้อต้องจ่ายเพื่อซื้อสิทธิในการซื้อขาย Options ค่าพรีเมียมจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง:
สำหรับผู้ซื้อ Long Options ค่าพรีเมียมนี้คือความเสี่ยงสูงสุดที่จะเสียได้ ซึ่งเป็นข้อดีสำคัญของการเทรด Options
ก่อนจะเทรด SET50 Options คุณต้องมีบัญชีซื้อขายอนุพันธ์ (TFEX Account) ก่อน โดยสามารถเปิดได้ผ่านบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ที่เป็นสมาชิกตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
หรือหากคุณมีบัญชีหุ้นกับ บล. ที่มี Streaming อยู่แล้ว สามารถเข้าแอป Streaming ไปที่เมนู More แล้วเลือก “Open TFEX” ได้เลย
สำหรับการซื้อ Options (Long Position) ผ่าน Options Wizard คุณไม่ต้องวางหลักประกันเหมือน Futures เพียงแค่มีเงินเพียงพอในบัญชีเพื่อจ่ายค่าพรีเมียม โดยเติมเงินผ่านช่องทางที่แต่ละ บล. กำหนด
ข้อดีของการซื้อ Options คือ ไม่มีการเรียกเงินประกันเพิ่ม (No Margin Call) แม้ว่าตลาดจะเคลื่อนไหวไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ คุณก็จะขาดทุนได้สูงสุดไม่เกินค่าพรีเมียมที่จ่ายไปเท่านั้น
Options Wizard ช่วยให้คุณเลือกและซื้อ Options ได้ง่าย ๆ โดยแบ่งเป็น 3 ขั้นตอน
1. คาดการณ์ทิศทาง
2. เลือกสัญญา
3. กำหนดเงินลงทุน
การปิดสถานะ:
Long Call คือการซื้อ Call Options เมื่อคุณคาดการณ์ว่าดัชนี SET50 จะปรับตัวขึ้น เป็นกลยุทธ์พื้นฐานที่เหมาะสำหรับมือใหม่
เมื่อไหร่ควรใช้:
ข้อดี:
ข้อควรระวัง:
Long Put คือการซื้อ Put Options เมื่อคุณคาดการณ์ว่าดัชนี SET50 จะปรับตัวลง เป็นวิธีการทำกำไรจากตลาดขาลงโดยไม่ต้องขายชอร์ต
เมื่อไหร่ควรใช้:
ข้อดี:
ข้อควรระวัง:
ตัวอย่าง Long Call:
สมมติ:
กรณีที่ 1: ตลาดขึ้นเป็นไปตามคาด
กรณีที่ 2: ตลาดไม่เป็นไปตามคาด
ตัวอย่าง Long Put:
สมมติ:
กรณีที่ 1: ตลาดลงเป็นไปตามคาด
กรณีที่ 2: ตลาดไม่เป็นไปตามคาด
อคือราคาที่กำหนดไว้ในสัญญาที่ผู้ถือสิทธิจะซื้อหรือขายดัชนี SET50 การเลือก Strike Price เป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์การเทรด:
วันหมดอายุ (Expiration Date) คือวันสุดท้ายที่สามารถใช้สิทธิได้ SET50 Options จะหมดอายุในวันพฤหัสบดีที่สามของเดือนที่กำหนด โดยปกติจะมีสัญญาที่หมดอายุในเดือนไตรมาส (มีนาคม มิถุนายน กันยายน ธันวาคม)
ยิ่งเหลือเวลาถึงวันหมดอายุมาก ค่าพรีเมียมก็จะยิ่งสูง เพราะมีโอกาสที่ราคาจะเคลื่อนไหวได้มากขึ้น
ตัวคูณสัญญาของ SET50 Options คือ 1,000 บาท หมายความว่า การเคลื่อนไหวของดัชนี 1 จุด จะมีมูลค่าเทียบเท่า 1,000 บาท
ตัวอย่าง: หากคุณซื้อ Call Options 1 สัญญา ที่ราคา 2.5 บาท คุณจะต้องจ่ายค่าพรีเมียมทั้งหมด 2.5 x 1,000 = 2,500 บาท
ค่าพรีเมียมคือราคาที่ผู้ซื้อต้องจ่ายเพื่อซื้อสิทธิในการซื้อขาย Options ค่าพรีเมียมจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง:
สำหรับผู้ซื้อ Long Options ค่าพรีเมียมนี้คือความเสี่ยงสูงสุดที่จะเสียได้ ซึ่งเป็นข้อดีสำคัญของการเทรด Options
ใช้เงินลงทุนน้อย (Low Capital Requirement)
จำกัดผลขาดทุนได้ (Limited Risk)
มีกลยุทธ์หลากหลาย (Versatile Strategies)
Leverage สูง
มูลค่าลดลงตามเวลา (Time Decay / Theta)
ความผันผวนของตลาด (Volatility Risk)
ความเสี่ยงจากสภาพคล่อง (Liquidity Risk)
ความซับซ้อนของผลิตภัณฑ์
Options Wizard ได้เพิ่มความสามารถใหม่ที่ทำให้นักลงทุนสามารถเทรด Options ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ได้แล้ว นอกเหนือจากการเทรด SET50 Options ที่เป็นหลักทรัพย์อ้างอิงจากตลาดหุ้นไทย
คุณสมบัติใหม่นี้เปิดโอกาสให้คุณ:
การใช้งานง่ายเหมือนเดิม ผ่านอินเทอร์เฟซที่เป็นมิตรของ Options Wizard ที่ออกแบบมาให้เข้าใจง่ายสำหรับมือใหม่ แต่มีประสิทธิภาพเพียงพอสำหรับนักเทรดมืออาชีพ
SET50 Options เป็นเครื่องมือทางการเงินที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนทำกำไรจากความผันผวนของตลาดหุ้นไทยด้วยเงินลงทุนที่ไม่สูงและความเสี่ยงที่จำกัด โดยมีข้อดีสำคัญคือ ใช้เงินลงทุนเริ่มต้นเพียงหลักร้อยบาท ขาดทุนสูงสุดไม่เกินค่าพรีเมียม ไม่มีการเรียกเงินประกันเพิ่ม และสามารถทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและลง
องค์ประกอบที่ต้องเข้าใจก่อนเทรด ได้แก่ ดัชนี SET50, Call/Put Options, Strike Price, วันหมดอายุ และค่าพรีเมียม กลยุทธ์พื้นฐานมี 2 แบบคือ Long Call (เมื่อมองว่าตลาดจะขึ้น) และ Long Put (เมื่อมองว่าตลาดจะลง) แต่ต้องระวังความเสี่ยงจาก Time Decay และความผันผวนของตลาด
Options Wizard ช่วยให้การเทรด SET50 Options ง่ายขึ้นด้วยการส่งคำสั่งเพียง 3 ขั้นตอน: คาดการณ์ทิศทาง, เลือกสัญญา และกำหนดเงินลงทุน พร้อมแสดงข้อมูลที่ช่วยตัดสินใจอย่างครบถ้วน เหมาะสำหรับมือใหม่ที่ต้องการเริ่มต้นเทรด Options อย่างมั่นใจ นอกจากนี้ยังรองรับการเทรด USD Options ช่วยกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสการลงทุนได้มากขึ้น
เริ่มต้นเทรด SET50 Options ผ่าน Options Wizard บนแอป Streaming และค้นพบโอกาสใหม่ในการทำกำไรจากทุกจังหวะตลาด
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.settrade.com/optionswizard
บทความที่เกี่ยวข้อง